นาฬิกาตาย

By admin

อย่านึกว่าไม่กล้านะครับ พวกผมทโมนไพรทั้งนั้น ขอบอก!

บ้าน เราอยู่ไม่ไกลกัน แถวกิ่งเพชร ซอยพญานาค เจริญผลตัดใหม่ ใกล้ๆ ที่เรียนดีด้วย เราสั่งผัดไทยมั่ง ต้มเนื้อวัวมั่ง…วันเกิดเหตุเราออกมานั่งที่ร้านกาแฟซอยหน้าบ้าน มาทั้งไอ้เคี้ยงผอมสูง ไอ้ปั่นตัวเตี้ยล่ำ ขาดไอ้ฮิมคนเดียว หายหัวไปไหนก็ไม่รู้มัน

ราวทุ่มเศษมันก็กระหืดกระหอบเข้ามาได้ ไอ้นี่สูงคล้ำล่ำสันตามแบบของหนุ่มมุสลิมส่วนใหญ่ หน้าหล่อตาคมจนสาวๆ สบตาเป็นต้องสะเทิ้นไปตามๆ กัน

เราด่ามันนิดหน่อย ชงเหล้าให้ พอดวดเข้าไปสองแก้วไอ้ฮิมก็ยื่นมือซ้ายให้ดูราวเพิ่งนึกขึ้นได้ ไอ้เคี้ยงกับไอ้ปั่นแซวว่าไอ้ฮิมผูกนาฬิกาแล้วโว้ย! มึงไปจิ๊กใครมา? ไอ้ฮิมส่ายหน้า แววตางุนงงพิกล บอกว่ากูเพิ่งเก็บได้หยกๆ ตอนลงจากสะพานหัวช้างนี่เอง

นึกเอะใจยังไงไม่รู้ ผมจ้องหน้ามันอย่างลืมตัว!

ผมเป็นเด็กช่างกล ปทุมวัน เพื่อนฝูงเยอะแยะ ที่ซี้กันก็มีไอ้ฮิม ไอ้ปั่น และไอ้เคี้ยง อุปนิสัยห่ามห้าวพอๆ กัน เลิกเรียนก็ออกเที่ยวซ่อกๆ จนติดเป็นนิสัยแล้ว พ่อแม่ห้ามจนเลิกห้ามเพราะอ่อนอกอ่อนใจไปเอง

มารู้ว่าทำบาปหนักต้องชดใช้เอาตอนมีลูกนี่แหละครับ!

อัน ที่จริงก็ไม่เสียหายอะไรนัก นานๆ ก๊งกันที หลีสาวมั่งพอหอมปากหอมคอ พ่อผมใจดี หรือจะห้ามไม่ไหวเลยยุส่งก็ไม่รู้ บอกว่าชวนเพื่อนมากินเหล้ากับพ่อได้เลยนะ

คุณพระช่วย! ใบหน้าคล้ำๆ ของไอ้ฮิมบิดเบี้ยวเหยเกเหมือนกำลังเจ็บปวดสาหัส หรือไม่ก็เป็นใบหน้าคนอื่นที่ผมไม่เคยรู้จักมักจี่มาก่อนเลย

“ไอ้ ฮิม!” ผมอุทาน อ้าปากค้าง มันหันขวับมามอง… หน้าตาก็คือไอ้ฮิมคนเดิม จะว่าเหล้าทำพิษก็คงไม่ใช่แน่ๆ เพราะเพิ่งซดกันได้ไม่นาน แต่ไอ้ฮิมกลับลูบคลำนาฬิกาเรือนเหล็กที่ข้อมือมันอย่างใจลอย

“ข้าใส่ ได้พอดีเป๊ะ ยังกะเจ้าของมันหุ่นเดียวกับข้าเลย แต่มันคันข้อมือแปลกๆ เดี๋ยวบีบเดี๋ยวคลายพิลึก” ไอ้ฮิมบ่นก่อนจะตาเหลือก ร้องลั่น “เฮ้ย! มันบีบข้อมือข้าอีกแล้ว”

ไอ้เคี้ยงหน้าแดงก่ำ ยื่นมือออกไปทันที “ไหนให้กูลองหน่อย ถอดมาเลย”

เชื่อ ไหมครับ ไอ้ฮิมถอดไม่ออก ตอนแรกนึกว่าแกล้งทำ แต่หน้าตามันซีดเซียวจริงๆ ไอ้เคี้ยงช่วยแกะตะขอก็แกะไม่หลุด ไอ้ปั่นช่วยอีกคนก็ไม่สำเร็จ ตายล่ะซี…เราชักงงว่าเกิดอะไรขึ้นแน่? คว้าเหล้ามาซดก่อนลงมือ อีกครั้ง คราวนี้ผมบอกจะช่วยอีกคน

พ่อ อธิบายสาเหตุให้ฟังง่ายๆ ผมนิ่งอึ้ง…อาจจะเป็นไปได้ แต่ทำไมผมถอดไม่ออกล่ะ พอบอกเรื่องนี้พ่อก็ส่ายหน้า…ลองถอดให้ดูซิ! ให้ดิ้นตายเถอะ…มันหลุดออกมาอย่างง่ายดาย!

รุ่งขึ้น นาฬิกานรกนั่นเกาะข้อมือผมแน่นเชียว…คราวนี้ไม่ยอมปริปาก รีบแต่งตัวไปเรียน ออกจากซอยเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญานาค เลี้ยวขวาผ่านโรงแรมเอเชีย เดินใจลอยไปถึงเชิงสะพานหัวช้าง…ไอ้ฮิมมันบอกว่าเก็บนาฬิกาได้แถวนี้แหละ

ยัง ไม่ทันจะขยับมือ นาฬิกาเรือนเหล็กก็คลายแกร๊ก… ร่วงผล็อยลงสู่พื้นดิน พลิกหงายขึ้นวูบวาบราวจะจ้องมองยิ้มๆ ผมขนหัวลุกซ่า กระโดดโหยงขึ้นสะพานทันใด…ขอให้สวรรค์จงคุ้มครองคนที่จะเก็บมันได้ก็แล้ว กันครับ!

เราไม่ทันขยับ สายนาฬิกาก็หลุดออกมาห้อยที่ข้อมือไอ้ฮิม สะดุ้งเฮือกไปตามๆ กัน มันรีบส่งให้ไอ้เคี้ยงมือไม้สั่น ไอ้นั่นเม้มปากแล้วคว้ามาสวมฉับ…กดปุ่มทันที!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ไอ้เคี้ยงใส่นาฬิกาประหลาดเรือนนั้นได้เหมาะเจาะ พอดิบพอดี ทั้งๆ ที่ข้อมือมันเล็กกว่าไอ้ฮิมตั้งพะเรอ

“สวยดีโว้ย” มันยังไม่เอะใจ “ขอกูเถอะ”

“เอาไปเลย” ไอ้ฮิมซดเหล้าฮวบ “เมื่อตะกี๊กูขนลุกหมด นึกว่าผีหลอก

ไอ้ เคี้ยงหัวเราะร่า แต่ฉับพลันก็หน้าเหยเก ร้องโอยๆ ช่วยแกะนาฬิกาผีสิงนี่ออกที…มันทั้งตะปบทั้งควักยุ่งไปหมด ดูๆ แล้วก็เหมือนลิงกินกะปิ ผมอดหัวเราะไม่ได้ เอื้อมไปแกะมันก็หลุดออกอย่างง่ายดาย พอหันไปหาไอ้ปั่นมันก็ผงะหน้า…กูไม่เอานะ! “งั้นกูเอาเอง!” ผมโพล่งเพราะอยากลองดี ผีสางอะไร…อุปาทานทั้งนั้นเลย คืน นั้นผมถอดนาฬิกาวางไว้หัวเตียง หลับสนิทเพราะพิษเหล้า…ฝันอะไรแปลกๆ เห็นโน่นเห็นนี่วูบๆ วาบๆ พิลึก จากเรื่องนี้ไปเรื่องนั้น…แต่ที่แน่ๆ คือเห็นคนตัวดำๆ หน้าตาน่ากลัว ชูมือให้เห็นนาฬิกาเรือนเหล็กขาววับ…ขาวจนแสบตา เจ็บแปล๊บไปถึงหัวใจจนสะดุ้งตื่น

ลุกพรวดมาเปิดไฟหัวเตียง ไม่มีนาฬิกาบนโต๊ะ…มันอยู่ที่ข้อมือผมน่ะเอง!

ผม ร้องเอะอะโวยวายจนพ่อมาเคาะประตู บอกตรงๆ ว่าผมกลัวจนพูดไม่ออก หัวใจเต็นโครมๆ หมาหอนโจ๋วไปทั้งซอย กว่าจะเล่าให้พ่อฟังได้ก็เสียเวลาตั้งนาน

“แกใส่มันนอนน่ะซี แล้วดันลืม นึกว่าถอดออกแล้ว”