ปีศาจสุรา

By admin

แดดร่มลมตก ไอ้ฉิ่งกับไอ้เลี่ยมหิ้วเหล้ามาจากบ้านน้าแล่มคนละแกลลอนเพราะมีเพื่อนจาก จังหวัดกับ กงไกรลาศมาร่วมวงด้วย ผมหว่านแหได้ปลามาโข ไอ้ตาลจัดการเชือดไก่ต้มป่าส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย พรรคพวกช่วยกันปิ้งปลาทำน้ำจิ้มรสแซบ…วงเหล้าครึกครื้น มีเรื่องตลกสัปดนมาเล่าสู่กันฟังจนขำกลิ้งประสาขี้มา

อ้าว? เลยค่ำไปหน่อยเดียวดันเหล้าหมดซะดื้อๆ ไอ้ตาลรับอาสาไปซื้อเพิ่ม…แต่ลุกจากวงแป๊บเดียวก็หิ้วเหล้ามาแล้ว แถมพาเพื่อนมาอีกคน

วงเหล้าครึกครื้นต่อไป อาศัยแสงไฟที่ต่อจากบ้านพอได้เห็นหน้าเห็นตากัน!

จู่ๆ ไอ้ฉิ่งนึกยังไงไม่รู้ ดันพยักหน้าไปทางเพื่อนที่มันบอกว่ามาจากจังหวัด เล่าว่า…เมื่อวันก่อนเพื่อนไอ้ล้อมมันขี่รถเครื่องไปหาสาว อารามเมาเลยหักรถเป๋ไปชนต้นไม้ริมทางโครมเดียวกะโหลกยุบ คอหัก ไปหายมบาลโดยไม่ได้ล่ำลาเพื่อนฝูงซักคำเดียว

“เดี๋ยวนะ กูนึก ออกแล้ว เพื่อนมึงชื่อไอ้เตยใช่มั้ยวะ?” ไอ้ฉิ่งหันไปทางเพื่อน ซึ่งไอ้ล้อมก็พยักหน้าหงึกๆ ยอมรับ “ไอ้ฉิ่งตบเข่าฉาดฉาน “นั่นไง…เดือนที่แล้วมันก็เคยมากินเหล้ากับพวกเรา”

“ฮ้า! ไอ้เตยตายรึ?” ไอ้ตาลย่นคิ้ว “กูไม่อยากเชื่อเล้ย พวกมึงโกหกใช่มั้ยวะ?”

“กูเปล่านะ” ไอ้ฉิ่งร้อง ทำตาวาว “ไอ้ล้อมมันบอก”

“ตอแหลละมึง” ไอ้ตาลคำราม “ก็ไอ้เตยหิ้วเหล้ามาหยกๆ กูก็เพิ่งพามันมานั่งหัวโด่อยู่นี่ไง!”

พวกเราไม่มีใครกลัวผีเลยตามประสาหนุ่มวัยคะนอง อย่างมากก็รู้สึกขนลุกตอนฟัง แต่แล้วก็ลืมไปหมด เผลอๆ เมาดีเข้ายังบอกว่า…ผีมีจริงก็ขอให้มาเจอกันหน่อยเถอะน่า!

อ้อ! ที่ว่าเมาดีเข้าไปก็เพราะฤทธิ์เหล้าป่าดีกรีแรงขนาดจุดไฟติดน่ะซี…ส.ร.ถ. ว่าซะยังงั้น! เขาต้มเหล้ากันหลายบ้าน ใช้แป้งข้าวเหนียวกับแป้งเชื้อ กลั่นออกมาทางกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ขนาดบ้องกัญชา แหม…ใสแจ๋วเป็นตาตั๊กแตนเชียว

ตอนนั้นแกลลอนละ 160 บาท ก่อนจะขึ้นราคามาเรื่อยจนปาเข้าไปเกือบ 300 บาทแล้ว

หน้าเทศกาลก็ขออนุญาตสรรพสามิตเขาซะหน่อย แต่นอกเทศกาลก็ต้องซ่อนเร้นกันพอสมควร เหล้าแดงราคาสูงๆ น่ะไม่ได้แอ้มเงินพวกเราหรอกคุณ เพราะไอ้หนุ่มลูกทุ่งเงินน้อย อีกอย่างมันก็ไม่ถึงอกถึงใจเหมือนเหล้าป่าที่เคยซดกันมาตั้งแต่หนุ่มแตกพาน

1 แกลลอนต่อ 4-5 คนก็เมาหัวทิ่มบ่อแล้วครับ!

พูดถึงบ่อ เรามักตั้งวงกันใต้ร่มไม้ใกล้บ่อปลา อยากกินปลาก็หว่านแหโครมลงไป ได้ทั้งไอ้ดุกไอ้ช่อนและปลานิล ไม่ว่าจะปิ้ง เผา ผัด แกง มันก็กลายเป็นกับแกล้มรสแซบถึงใจทั้งนั้น

พวกเราเลี้ยงไก่กันทุกบ้าน ตั้งวงเมื่อไหร่ก็จับมาเชือดอ๊อก เดี๋ยวก็ได้ไก่ต้มแช่น้ำปลา ไก่อบฟาง หรือจะหั่นลงหม้อทำเป็นต้มป่าไก่รสแซบ ติดปากติดกลิ่นมาจนป่านนี้แน่ะ

ไอ้ตาลมันทำต้มป่าไก่เก่งครับ สูตรง่ายๆ คือฉีกพริกแห้ง บุบหัวหอม ฝานข่า หั่นตะไคร้ บีบมะนาว ใส่น้ำปลาเข้าไป เดี๋ยวก็หอมฉุยไปสามบ้านแปดบ้าน บอกไม่เชื่อ!

ใครอยากมาร่วมวงก็ไม่ว่ากัน แต่ทางที่ดีควรจะหิ้วเหล้ามาเพิ่มเติมซักแกลลอน ทีนี้ก็สุมหัวกันโจ้เหล้าซดต้มป่าโฮกๆ คุยฟุ้ง หัวเราะเฮฮาดังลั่นไปสามท้องคุ้งทีเดียวเชียว

บางวันเพื่อนฝูงพาเพื่อนมาจากกงไกรลาศมั่ง ตำบลใกล้ๆ บ้าง มาสมทบกันตั้งสิบกว่าคน คุยโม้คุยโตตามนิสัย ไอ้ที่พูดไม่เข้าหูก็ต้องให้เพื่อนพากลับ.. เดี๋ยวโดนยันตกบ่อปลาได้ง่ายๆ

หมุนเวียนกันไปๆ มาๆ จนนับไม่ถ้วนจริงๆ ครับ เดี๋ยวมาร่วมวงบ่อยๆ เดี๋ยวก็หายไปหลายนาน แต่บางคนมาก่อนหรือเกิดเปรี้ยวปากทนไม่ไหวก็ไม่รู้ พอผ่านวงไหนก็แวะวงนั้นจนเมาเพียบ ลืมเหล้าลืมแกล้มฝากวงเราซะดื้อๆ ยังงั้นเอง…ไม่ว่าอะไรกันอยู่แล้ว งานนี้

วันไหนขี้เกียจทำกับข้าวเราก็หาของแกล้มง่ายๆ อย่างมะขามสด มะม่วง มะดัน มะขามป้อม…จิ้มเกลือจิ้มกะปิเคี้ยวกร้วมๆ จนเสียวรากฟัน แต่ก็ชุ่มปากชุ่มคอดีพิลึกละครับ

จนกระทั่งถึงวันเกิดเหตุขนหัวลุก!

พวกเราหันขวับ ยังงุนงงกันทุกคน ยกเว้นไอ้ล้อมที่จ้องมองเพื่อนผู้มากับไอ้ตาลก่อนจะผงะหน้า ตาเบิกโพลง ร้องลั่นว่า…ผีหลอก! ผีหลอกโว้ย…

ผมอ้าปากค้าง มองเห็นหน้าไอ้คนที่มากับไอ้ตาลเลือดท่วมหน้า นัยน์ตาพลัดออกมาห้อยร่องแร่งข้างหนึ่ง อ้าปากฉีกขาดปะหงับๆ พลางส่งเสียงแหบโหย…กูหิวเหล้า!

เท่านั้นกลียุคก็อุบัติขึ้นทันใด…ผมรู้สึกตาลายพร่า เห็นใครๆ ลุกพรวดพราด บางคนโจนลงบ่อดังตูม บางคนร้องโหวยๆ เหมือนคนบ้า ผมเองทะลึ่งพรวดขึ้นได้ก็วิ่งเตลิดไม่คิดชีวิต…วงเหล้าของเราเลิกราไปหลาย วัน กลัวผีจะโผล่เข้ามาอีกน่ะซีครับ…บรื๋อส์!!