ผีมาหลอก

By admin

 

ในที่สุด มีลูกค้าคนหนึ่งแนะนำให้หนูไปเรียนที่สวนลุมพินี เป็นศูนย์ฝึกวิชาชีพของรัฐบาล ไม่ต้องเสียค่าเรียน นอกจากอุปกรณ์เท่านั้นที่เราต้องหา ไปเอง

ที่นั่นเปิดสอนตั้งแต่สามโมงเช้าถึงสามโมงเย็น มีวิชาชีพให้เลือกหลายอย่างค่ะ ทั้งเย็บปักถักร้อย ตัดเย็บเสื้อผ้า จัดดอกไม้ เพนต์สีและเสริมสวย สำหรับผู้ชายก็มีแก้ทีวี ซ่อมคอมพิวเตอร์ ซ่อมรถยนต์ ตัดผม ฯลฯ ใครเรียนจบก็ใช้วิชาไปทำมาหากินได้เลย

คนที่ยังไม่มีงานทำหรือมีเวลามากพอก็จะเรียนทุกวัน หลักสูตรเดือนเดียวจบ แต่ถ้าเวลาน้อยแบบหนูก็ไปเรียนอาทิตย์ละวัน แต่ต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนจึงจะจบหลักสูตรรุ่นแรก น้าอ๋อยก็ใจดีให้หนูไปเรียนทุกอาทิตย์

ตอนเช้าๆ เย็นๆ จะมีหนุ่มสาวเดินกันขวักไขว่หลายร้อยคน อากาศดีเพราะมีต้นไม้ใหญ่ๆ เยอะแยะ สถานที่กว้างขวาง มีหลังคากันแดดกันฝน ใจจริงหนูอยากเรียนทุกวันด้วยซ้ำ จะได้จบรุ่นแรกเร็วๆ

วันแรกก็ได้เพื่อน 2-3 คน ต่อมาสนิทสนมอยู่คนหนึ่งชื่อส้มโอ หน้าตาสะสวย ผมยาว รูปร่างขาวบาง ปากติดยิ้มนิดๆ นิสัยชอบฟังมากกว่าพูด ตาใสน่ารักมากค่ะ ส้มโอมีชีวิตคล้ายๆ หนู คือมาจากตจว.และอยู่ร้านเสริมสวยเหมือนกัน มาหาความรู้เพิ่มเติมอาทิตย์ละวัน ตอนสายๆ วันอาทิตย์ก็ได้พบกันแล้ว พอบ่ายสามออกจากสวนลุมฯ เดินคุยกันสองคน อยากไปเที่ยวต่อก็ไม่มีเวลา เพราะต้องรีบไปทำงานที่ร้าน

วันหนึ่งมีผู้ชายมายืนรอส้มโอที่หน้าประตูด้านนอก เธอหันมายิ้มอายๆ ก่อนบอกเสียงเบา…ไปก่อนนะ วันนี้แฟนมารับ! หนูอดหัวเราะไม่ได้ บอกว่าโชคดีนะ….แต่อาทิตย์ต่อมาก็ไม่เห็นผู้ชายคนนั้นอีกเลย

เมื่อเข้าเดือนที่สองก็เรียนตัดเล็บ ทำเล็บ ครูให้จับคู่กันทำ แน่ล่ะค่ะ! หนูกับส้มโอก็จับคู่กันโดยไม่ต้องคิดอะไรให้เสียเวลา

มีการแช่มือและเท้าในอ่างน้ำสักพักแล้วใช้แปรงถูสบู่ขัดเล็บ เช็ดแห้งแล้วลงวาสลีนให้หนังนุ่มก่อนจะเช็ดออกเพื่อตัดหนังด้านๆ ออกไป เสร็จแล้วถึงจะตัดเล็บ ลงตะไบ ครูมาเดินดูยิ้มๆ เพราะรู้ว่าเรามีประสบการณ์มาพอสมควร

หนูจำได้ว่าวันนั้นอาทิตย์ที่หกพอดี เราผลัดกันทำเล็บโดยหนูทำให้ส้มโอก่อน เสร็จแล้วครูก็มาตรวจดูบอกว่าใช้ได้ พอถึงตาส้มโอทำให้หนูถึงได้สังเกตว่าใจลอยชอบกล เดี๋ยวๆ ก็หันไปมองข้างนอกที่มีคนเดินผ่านไปมา แล้วก็ถอนใจ….

หนูเห็นชัดเพราะส้มโอนั่งบนม้าเตี้ยๆ ต่ำกว่าหนู!

ตอนตัดหนังเล็บมือก็เผลอจนหนูเจ็บจี๊ด ร้องอุทานเบาๆ จนครูเดินมาดู นิ้วก้อยข้างซ้ายมีเลือดซึมเลยค่ะ ส้มโอกดแผล หน้าซีด พร่ำขอ โทษไม่ขาดปาก หนูบอกไม่เป็นไร…แต่ครูดุส้มโอที่ไม่ระวัง กับสอนให้ตั้งใจมากๆ ตอนตัดหนังตรงจมูกเล็บเพราะตัดยาก ถ้าไม่ประณีตจะโดนลูกค้าตำหนิเอาได้

วันนั้นส้มโอหน้าตาไม่สบายเลย ดูเป็นกังวลอะไรชอบกล จนถึงตอนพักเที่ยงออกไปกินอาหารกลางวันเธอก็เหลียวซ้ายแลขวาไม่หยุด หนูถามว่ามีอะไรก็บอกว่าเปล่า แต่หลบตาวูบวาบ ก่อนเข้าเรียนตอนบ่ายขอตัวไปห้องน้ำ แต่พอเริ่มเรียนแล้วเธอก็ยังไม่กลับมา

วันนั้นฟ้ามืดครึ้มคล้ายฝนจะตก จู่ๆ ส้มโอก็เข้ามานั่งข้างหนู ครูกำลังสอนเพิ่มเติมเรื่องตัดแต่งเล็บ รวมทั้งความสะอาดเครื่องมือต่างๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ตอนเลิกเรียนมีฝนตกพรำๆ หนูเตรียมร่มไว้แล้วและกางเผื่อส้มโอด้วย เธอเงียบผิดปกติ ขณะที่เดินไปตามทางออกซึ่งมีต้นไม้เรียงราย คนอื่นๆ ก็รีบเดินบ้าง ร้องทักทายกันบ้าง มีคนเรียกชื่อหนูจนหันไปมอง เห็นพี่คนหนึ่งเรียนตัดเย็บร้องถามว่า….วันนี้กลับคนเดียวเหรอ? เพื่อนซี้หายไปไหน?

หนูหัวเราะเพราะนึกว่าโดนอำ แต่เมื่อหันกลับก็เห็นส้มโอเดินลิ่วๆ ไปจนใกล้ประตูรั้วแล้ว….ดูสับสนปนเปไปกับคนอื่นในสายฝนบางๆ แต่ก็ดูคล้ายจะหายไปเฉยๆ จนหนูขนลุกซ่าอย่างบอกไม่ถูก

วันรุ่งขึ้น หนูเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าผู้หญิงถูกชายคนรักแทงตายคาที่เพราะความหึงหวง หน้าสวนลุมฯ เวลาประมาณบ่ายสามโมง แล้วฆาตกรก็หลบหนีไป

หนังสือพิมพ์ร่วงจากมือ….หนูเห็นรูปถ่ายของส้มโอมองสบตาเศร้าๆ เหมือนจะบอกว่าลาก่อน เมื่อวานวิญญาณเธอกลับมาเรียนหรือมาลาหนูกันแน่คะ?