ผีม่านหมอก

By admin

แสงไฟเริ่มเรืองรองขึ้นมาแล้ว ผมเดินไปที่คิวตุ๊กตุ๊ก ก็เห็นลุงหมาดกำลังคุยกับเพื่อนร่วมอาชีพ พอเห็นผมก็ปราดมาหา ผมขึ้นรถได้ก็เอนหลัง ถอนใจ…ลางไม่ค่อยดีแฮะ

สักพักนึกเอะใจก็เหลียวซ้ายแลขวา เอ๊ะ! ผ่านหน้ากรมสรรพสามิตไปทางวัดไพรงามนี่นา! ลุงหมาดเล่นตลกอะไรไม่ทราบ ร้องถามว่า…ลุงจะไปไหนน่ะ?

“อ้าว?” แกร้อง เงยหน้ามองผมทางกระจกหลัง “ตายห่…ขอโทษทีคุณ”

ความเร็วของรถทำให้เลี้ยวเข้าซอยคับแคบเหลือเชื่อไปแล้ว ขนาดครือๆ กับรถตุ๊กตุ๊กก็ว่าได้ แท็กซี่หมดสิทธิ์เข้า จะถอยก็สายเกินไปเพราะมีมอเตอร์ไซค์แล่นตามหลังมาติดๆ อาศัยว่าลุงหมาดขับรถหากินย่านนั้นมาหลายปี แกเลยขับต่อไปเรื่อยๆ พลางร้องบอกผมว่า…เดี๋ยวจะไปกลับรถข้างใน

ผีหลอก มักมีลางบอกเหตุล่วงหน้า เช่นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงบ้าง จู่ๆ ก็เกิดปวดหัวตัวร้อนบ้าง ส่วนมากมักจะหงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายๆ จิตใจฟุ้งซ่าน ขุ่นมัว ขาดสติ ถือว่าเป็นลางไม่ดี ทำให้ลมปราณแตก แยก วิญญาณต่างๆ ก็จะปรากฏให้เห็นง่ายที่สุด

ผมเคยประสบกับตัวเองมาแล้วครับ!

วันเสาร์อาทิตย์หยุดงาน ผมชอบเดินออกจากบ้านในซอยเล็กๆ ริมถนนพระราม 5 ตรงข้ามวัดน้อยนพคุณ เลี้ยวซ้ายมาทางราชวัตร ส่วนมากจะไปซื้อผลไม้ นมขวดและโยเกิร์ตกับหนังสือพิมพ์กรอบบ่าย ค่อนข้างพะรุงพะรังเอาการ เลยต้องเรียกตุ๊กตุ๊ก ไปส่งบ้าน

เมื่อต้นปีผมนั่งรถลุงหมาดบ่อยๆ จนกลายเป็นขาประจำกันไปเลย

ลุงหมาดอายุราวห้าสิบเศษ ผอมสูงผิวดำ ตาดุแต่อัธยาศัยดี พอขึ้นรถก็บึ่งไปทางสี่แยกเพื่อเลี้ยวขวาทันที ไม่ต้องบอกทางกันละเพราะส่งกันบ่อยๆ จนแกจำบ้านผมได้แล้ว

จนกระทั่งวันขนหัวลุก!

ฟ้าครึ้มมาตั้งแต่บ่าย แดดหุบโดยไม่มีทีท่าว่าจะโผล่ ดูคล้ายฝนจะตกแต่ก็ไม่ตกซักที ผมนึกได้ว่ารุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ เลยหยิบร่มเดินออกจากบ้านตอนเย็น กะจะรีบไปรีบกลับ

แวะร้านเครื่องเขียนหรูหราใกล้สี่แยก เข้าไปขอเติมหมึก (100 บาท) สาวสวยคนขายกำลังยืนเม้าธ์กับเพื่อนเพลิน หันมาบอกอย่างรำคาญว่า…ช้าหน่อยนะ กว่าจะได้ก็เย็นๆ

พูดเสร็จก็หันไปคุยกับเพื่อนต่อทันที ผมถามว่าเย็นไหน? เพราะตอนนี้ก็หกโมงเย็นแล้ว! เย็นนี้หรือเย็นพรุ่งนี้? เธอคงนึกได้เลยหันมาทำหน้าแหยๆ บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน! ผมอารมณ์บูดทันใดบอกว่าซื้อของที่นี่มาหลายปีแล้ว เพิ่งเคยได้ยินคนค้าขายพูดจาแบบนี้

“อย่ามาขายเครื่องเขียนเลยหนู ไปขายเครื่องเคราอย่างอื่นเถอะ”

แล้วผมก็ออกจากร้านทันที หน้าตาร้อนวูบวาบไปหมด คิดอีกทีก็ไม่น่าจะไปว่าแกแรงๆ แบบนั้น แต่ก็อย่างที่ว่า…ก่อนพูดเราเป็นนาย พูดไปแล้วคำพูดก็เป็นนายเรา!

พอไปซื้อที่เซเว่นก็เจออีก กำลังหิ้วถุงออกจากร้าน พอดีเห็นไฟฉายน่ารักแต่ป้ายบอกราคาตัวนิดเดียว แถมเลอะ เทอะอีกด้วย เลยหยิบให้สาวคนขายดู ถามว่าราคาเท่าไหร่? เธอดูๆ แล้วหันไปร้องลั่นร้านว่า…เฮ้ย! ไฟฉายนี่ราคาเท่าไหร่วะ?

ผมยั้งปากไม่อยู่ก็ร้องสวนไปว่า…ไม่รู้เหมือนกันโว้ย!

เธอหัวเราะกิ๊กกั๊ก คนอื่นๆ หันมามอง เพื่อนคว้าไปดูแล้วบอกราคา ผมสั่นหน้า…ไม่ซื้อว่ะ! ก่อนจะผลักประตูออกก็ได้ยินเสียงเหมือนเปิดเทป…วันหลังเชิญใหม่นะคะ!

ว่าแต่วันนี้เป็นอะไรหนอ…

ต้นโพธิ์ใหญ่ยืนทะมึนอยู่ตรงหน้าพอดี!

ท่าทางจะเป็นซอยตัน แต่โชเฟอร์หมาดหักซ้ายวูบแล�วเลี้ยวขวาอีกที…ชะลอรถให้มอเตอร์ไซค์แซงหน้าไป ก่อนจะเลี้ยวรถกลับ

สรรพสิ่งเงียบเชียบและเยือกเย็น ทั้งๆ ที่เพิ่งจะพลบค่ำไปไม่นาน…

ยอดโพธิ์พลิกใบล้อลม บางทีก็ส่งเสียงซู่ซ่าน่าใจหาย…ปรากฏว่าลุงหมาดหาทางกลับไม่เจอ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาตันไปหมด ร้องแต่ว่าเอาละวะ! แล้วตัดสินใจบึ่งไปข้างหน้าจนทะลุซอยใหญ่ตรงข้ามสถานีรถไฟสามเสน ซิกแซ็กมาจนถึงกองขยะท่วมหัวที่มีทางเข้าบ้านผมได้…เรียกว่าซอยฟักไข่

เมือถึงจุดหมาย ผมเลยให้แกไป 50 บาท ถือว่าเป็นค่าทิป 20 บาท

ลุงหมาดยกมือท่วมหัว บอกว่ามีอะไรดลใจให้ผมไปผิดทางก็ไม่ทราบ? จู่ๆ ก็ดันไปทางขวาแทนที่จะเป็นทางซ้าย แถมเลี้ยวเข้าไปในซอยแคบสุดๆ นั่นได้ยังไงก็ไม่รู้…สงสัยว่าผีบังตาจนแกเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวใจ?

ข้างผมนึกถึงลางสังหรณ์ของตัวเอง ก็ได้แต่นึกอยู่ว่า…มิน่าล่ะ!