ผีอากง

By admin

อาม่ามีฐานะดีมาก แต่งตัวประณีตสวยงาม ผมเผ้าแทบไม่กระดิกก็ว่าได้ สวมทั้งสร้อยคอและข้อมือเส้นใหญ่ มีขนมและผลไม้มาเยี่ยมเยียนพวกเราบ่อยๆ อ้อ! ลูกชายอาม่าเป็นคนขับรถเก๋งมาส่ง – มารับถึงประตูบ้านเลยค่ะ น่าชื่นใจแทนจริงๆ

ระยะหลังอาม่ามาหาคุณยายบ่อยขึ้น แทบจะเป็นวันเว้นวัน ธุระสำคัญก็คือมาแนะนำให้คุณยายรักษาตัวด้วยการออกกำลังง่ายๆ ตามแบบคนสูงอายุทั่วไป

มีตำราบริหารแก้ไขเลือดลม และบำบัดโรคต่างๆ เหมือนการฝังเข็มนั่นเอง!

นั่นคือการแกว่งแขนตามคัมภีร์อี้จินจิง ของ “ท่านตั๊กม้อ”

บางครั้งก็มีตำราดึงหู “หวังซูหวา” มาฝาก โดยอาม่ายืนยันว่า หูควบคุมประสาทถึง 365 เส้น และชีพจรถึง 12 สาย ถ้านวดหูบ่อยๆ จะทำให้อวัยวะในช่องท้องแข็งแรง ถือว่าเป็นเคล็ดลับในการรักษาสุขภาพ เป็นยาอายุวัฒนะขนานเอก

“ฉันทำเป็นประจำ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน” อาม่าเคยบอกคุณยาย “คนเรารักกันชอบกันก็ต้องช่วยเหลือกัน ไม่อยากเห็นคนที่เรารักเจ็บไข้ได้ป่วย”

หลายปีมาแล้ว ดิฉันอยู่ทุ่งมหาเมฆกับพ่อแม่ และคุณยายอายุ 70 เศษ สุขภาพไม่ค่อยดีนัก เพราะเป็นทั้งเบาหวานและความดันเลือดสูง แต่ยังโชคดีที่ไม่มีอาการหลงๆ ลืมๆ หรืออัลไซเมอร์ที่ได้ข่าวว่าคนชราทั่วไป เป็นกันมาก

ถัดจากบ้านไปราว 200 เมตร มีเพื่อนคุณยายเป็นคนจีนอายุเกือบ 80 ปี แล้วแต่ยังดูแข็งแรง หน้าตาผ่องใส ไม่ทราบจนเดี๋ยวนี้ว่าท่านชื่ออะไร เพราะใครๆ ก็เรียกท่านว่า “อาม่า” ทุกคน รวมทั้งคุณยายดิฉันด้วย

ที่น่าประทับใจก็คือทุกคนพูดตรงกันว่า “อาม่าเป็นจีนผู้ดี”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ! เพราะเมื่อคุณยายลองทำตามคำแนะนำของอาม่าอย่างสม่ำเสมอก็ทำให้ความดันโลหิตลดลง น้ำตาลในเลือดก็ลดเช่นกัน

อาม่าทราบข่าวก็ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข มีตำราบริหารร่างกายสำหรับคนชรามาแนะนำคุณยายบ่อยๆ พอมาถึงก็ผลักประตูห้องรับแขกเข้ามาแบบกันเอง พ่อแม่ดิฉันนับถือท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ถ้าดิฉันอยู่ชั้นล่างก็ยกมือไหว้ ต้อนรับขับสู้ หาน้ำและผลไม้ให้ทาน ก่อนจะขึ้นไปเรียกคุณยายที่อยู่ชั้นบนว่า “อาม่ามาหาค่ะ”

คุณยายจะกระวีกระวาดลงมาหา บอกให้ดิฉันตระเตรียมผลไม้บ้าง ขนมแห้งๆ บ้าง เพื่อเป็นสิ่งตอบแทนตอนอาม่าจะกลับบ้าน บางทีก็โทรศัพท์ให้ลูกๆ หลานๆ อาม่ามารับ เพราะระยะทางค่อนข้างไกลสำหรับคนชรา

บางวันอาม่าก็โทรศัพท์มาถาม ว่าคุณยายบริหารร่างกายตามคำแนะนำใหม่ๆ หรือเปล่า? ได้ผลหรือไม่? ดิฉันก็จะบอกข่าวให้อาม่าฟังจนสบายใจทุกครั้ง

“ไม่เป็นไร อาม่ารอได้ หนูนอนพักเถอะ”

ดิฉันเปิดตู้เย็น รินน้ำเก๊กฮวยใส่แก้วมาให้อาม่าที่นั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโซฟา ท่านขอบอกขอบใจก่อนจะยกขึ้นดื่ม ดิฉันได้โอกาสเดินออกทางประตูหลัง…เลี้ยวไปบอกคุณยายในครัวว่าอาม่ามาหา คุณยายที่กำลังดูแลป้าสายหยุดทำแกงหมูเทโพหอมกรุ่นก็พยักหน้ารับรู้ แล้วรีบเดินตามกันออกมา

อะไรกัน…อาม่าไม่ได้นั่งอยู่ในห้องรับแขกหรอกค่ะ!

คุณยายหาว่า ดิฉันตาฝาด เปิดประตูออกไปก็ไม่เห็น ดิฉันยืนยันว่าเพิ่งเปิดตู้เย็นรินน้ำเก๊กฮวยให้อาม่าดื่มหยกๆ นั่นไงคะ…เหลืออยู่ติดแก้วนิดเดียวเอง คุณยายก็ยังว่าตาฝาดอยู่ดี

วันเกิดเหตุ จำได้ว่าอยู่ในราวห้าโมงเย็น…

ดิฉันอยู่บ้านเพราะเกิดปวดหัวจนไปเรียนไม่ไหว อาจจากนอนดึกเพราะดูตำรามากเกินไป หรือเครียดเรื่องเรียนก็ไม่ทราบแน่ชัด พอดีได้ยินเสียงรองเท้าอาม่าเดินกุกๆ มาที่หน้าห้องรับแขก แล้วผลักประตูเข้ามาอย่างกันเอง แบบเดียวกับที่เคยทำเป็นประจำ

พ่อแม่ยังไม่กลับจากทำงาน คุณยายก็ดูเหมือนจะอยู่ในครัว เพราะชอบเข้าไปดูแลป้าสายหยุดทำกับข้าว คอยบอกนั่นชิมนี่ติโน่นจนติดเป็นนิสัย…การทำกับข้าว อร่อยๆ ให้ลูกหลานกินน่ะเป็นความสุขของท่านมาแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ

ดิฉันยังมึนหัวนิดๆ ขณะลุกจากโซฟาไปต้อนรับอาม่าแต่งชุดสีม่วงสวยที่เดินเข้ามาถามว่า…อ้าว? วันนี้หนูไม่ไปโรงเรียนหรอกหรือ? ดิฉันตอบไปตามตรงว่าปวดหัวมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ เชิญอาม่านั่งก่อน หนูจะไปตามคุณยายในครัว

จนกระทั่งเรามารู้ข่าวว่า อาม่าจะออกมาขึ้นรถตอนเกือบ 5 โมงเย็นเพื่อมาหาคุณยาย แต่ลื่นล้มศีรษะฟาดพื้นสลบคาที่…ไปสิ้นใจที่โรงพยาบาลในเวลาไล่เลี่ยกับ ที่ดิฉันเห็นท่านเข้ามาในห้องรับแขกนั่นเอง