ผีใต้น้ำ

By admin

พี่รุ่งจ้วงพายลงน้ำเสียงจ๋อมๆ จนกระทั่งเลยไปถึงคุ้งน้ำที่มีพงอ้อกอหญ้าขึ้นรกครึ้ม… แถวนั้นน่ะเขาลือกันว่าเคยเป็นป่าช้ามาก่อน แต่เกิดโรคไข้ทรพิษระบาดตั้งแต่ก่อนสงครามจนผู้คนอพยพหนีกันจ้าละหวั่น กลายเป็นหมู่บ้านร้างมานับสิบๆ ปีแล้ว… ขนาดป่าช้ายังพลอยร้างไปด้วยเลยครับ

…เราได้ปลาสร้อยปลาซ่ามากโขจนเรือหนักอึ้ง ตกลงใจกันว่ากลับบ้านได้แล้ว ก็พายเรือย้อนกลับมาตามทางเดิม

จน กระทั่งถึงใต้กิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่โน้มลงมาเหนือน้ำ แสงจันทร์ที่ระยิบระยับอยู่บนระลอกคลื่นไม่อาจจะส่องทะลุเข้าไปถึงภายในที่ มืดครึ้ม ดูเยือกเย็น เร้นลับ คล้ายกับจะซุกซ่อนความชั่วร้ายน่าสะพรึงกลัวอยู่ในนั้น…

ผมรู้สึกว่าเรือของเราชักจะหนักอึ้งขึ้นทุกที!

“พี่ รุ่ง…เรือติดอะไรหรือเปล่า?” ผมหันไปถาม แต่เห็นพี่ชายกำลังผงะหน้าเบิกตาโพลง จ้องมองอะไรบางอย่างกลางลำเรือ ครั้นมองตามสายตานั้นก็พลันตัวแข็งทื่อในบัดดล!

นรกเป็นพยาน! สิ่งที่เห็นชัดอยู่ในแสงจันทร์ก็คือปลาตัวใหญ่ขนาดศอกเศษ ดูไม่ออกว่าเป็นปลานรกจกเปรตอะไรแน่…แต่มันกำลังขยายใหญ่ขึ้นทุกที ท่ามกลางนัยน์ตาที่เบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึงของเรา

คุณพระคุณเจ้า ช่วยลูกด้วยเถิด! ปลาอุบาทว์ตัวนั้นดิ้นกระแด่วๆ พลางร้องอุแว้ๆ เหมือนทารกแรกเกิด เล่นเอาเราผงะหน้า แทบจะตะพลัดตกเรือ ขณะที่เสียงสยองดังถี่เร็วก่อนจะดีดตัวลงน้ำเสียงตูมสนั่น…เสียงพี่รุ่ง ตะโกนลั่น…ผีหลอกโว้ย!!

จ้ำ เรือกันน้ำบานน่ะซีครับ ไม่ตกน้ำตกท่าจนมีหวังช็อกตายก็บุญโขแล้ว…ต่อมาเราก็เลิกหาปลาด้วยเรือผี หลอกเด็ดขาด ขนหัวลุกครับ! บรื๋อออ…

ปากน้ำโพเคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจในสมัยก่อน การคมนาคมใช้ทางน้ำเป็นส่วนใหญ่ สินค้าจากเหนือล่องมาที่นั่นเหมือนตลาดนัด พ่อค้าจากกรุงเทพฯ ก็ขึ้นไปซื้อหาสินค้าสารพัดอย่าง ตั้งแต่ขี้ไต้ไปจนถึงไม้ซุงโน่นแน่ะ

ว่ากันว่า ถึงหน้าน้ำหลากเมื่อไหร่ ปากน้ำโพก็คือเมืองสวรรค์ ของนักเผชิญโชคเมื่อนั้น!

เงินทองสะพัดเป็นว่าเล่น ผู้คนพลุกพล่าน ไม่ว่าพ่อค้าใหญ่ นักเลงหัวไม้และการพนันที่มีแทบทุกชนิด ร้านเหล้าคึกคัก ผีเสื้อราตรีก็โบยบินจากทุกสารทิศไปขุดทองที่นั่น เดินขึ้นเดินลงโรงแรมกันขวักไขว่

วันนี้ผมมีประสบการณ์ขนหัวลุกสุดสยองมาเล่าสู่กันฟังครับ

ครอบครัวเราเป็นประมงน้ำจืดมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าก็เหลือแต่ผมกับพี่ชายสองคนที่เจริญรอยตาม เพราะเคยติดเรือไปกับพ่อตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าตกปลา ทอดแห…แต่เมื่อมาถึงรุ่นพวกผมก็ออกหาปลาด้วยเรือผีหลอกเป็นประจำ

สมัยนั้นปลาชุมมาก ขอแต่รู้จักทำเลเหมาะๆ ค่อนข้างเงียบสงบก็แล้วกัน ยิ่งแถวท้ายเกาะยมที่จะไปทางบึงบอระเพ็ด เลยค่ำไปแล้วไม่ค่อยมีเสียงเรือยนต์รบกวน…คืนไหนโชคดีก็ได้ปลาตั้งครึ่ง ค่อนลำ

จนกระทั่งถึงคืนสยองขวัญ!!

เราสองคนออกเรือกันตามปกติ สรรพสิ่งค่อนข้างเงียบเชียบ จันทร์ครึ่งดวงลอยพ้นทิวไม้มืดครึ้มขึ้นมา ระลอกคลื่นเล่นไล่เข้าหาฝั่ง สายลมพัดวู่หวิวเหมือนเสียงใครถอนใจยาวด้วยความเหน็ดเหนื่อยเต็มประดา

พี่รุ่งถือท้าย ผมประจำหัวเรือ มองดูกิ่งไม้ชายน้ำที่โน้มลงมาเหนือฟองผุดพราย…ครั้นพี่รุ่งพยักหน้าให้ สัญญาณ ผมก็เอนตัวไปทางแผ่นกระดานทาสีขาวขนาบลำเรือ แหวกน้ำจนกระเซ็นเป็นฟอง…

พวกปลาเล็กปลาน้อยเห็นสีขาวเว่อวูบวาบลงมาดื้อๆ ก็ตระหนกตกใจ กระโดดแผล็วขึ้นมาเหนือน้ำ…ส่วนหนึ่งหล่นลงในเรือที่เอียงกราบรอ ส่วนหนึ่งโชคดีก็ตกลงไปในน้ำตามเดิม…

เสียงซ่า…ดังมาจากกิ่งไม้ใหญ่ที่โน้มลงมาเหนือหัว!

“เอ๊ะ…เสียงอะไรวะ?” พี่รุ่งร้องถามเบาๆ ผมก็ส่ายหน้า รู้สึกอากาศเย็นยะเยือกชอบกล ขนอ่อนที่ต้นคอลุกซ่า ปากคอแห้งผากไปถนัด