ผีในบ่อ

By admin

บ้านของบิ๊กมีบรรยากาศของชนบท เป็นบ้านเก่าครึ่งตึกครึ่งไม้หลังใหญ่โตอยู่ในพื้นที่หลายไร่ที่มีแต่ต้นไม้ เยอะแยะ อย่างมะม่วง ชมพู่ มะขาม ขนุนและพืชผักสวนครัวอีกมากมาย ที่ท้ายสวนที่สระน้ำกว้างขวางพอที่จะพายเรือเล่นได้สบาย วันตายของคุณยายของเพื่อนปุ้ยแทน พวกเราร่วมสิบคนจึงยกโขยงกันไปช่วยงานศพที่นครสวรรค์ อันเป็นบ้านเกิดของเจ้าบิ๊ก หลานชายคุณยายผู้วายชนม์นั่นเอง

เจ้าภาพตั้งศพไว้ที่บ้านจนกว่าจะถึงวันกระทำพิธีฌาปนกิจค่ะ!

ในสระมีบัวสีชมพูด้วยค่ะ สวยมากๆ

วันเกิดเหตุจำได้ว่าเป็นวันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม อากาศที่อบอ้าวมานานเริ่มเย็นสบายทั้งวัน ปุ้ยชอบบรรยากาศแบบนี้จริงๆ เลย

ตอนเย็นราวๆ เกือบหกโมงเย็น พวกเด็กๆ ที่ตามผู้ใหญ่มางานศพคุณยายก็เล่นกันสนุกสนาน เล่นอะไรก็ไม่เล่น…ดูเถอะ ดันมาเล่นซ่อนแอบ! แต่จะว่าไปแล้วมันก็น่าเล่นนะคะเพราะต้นไม้เยอะ บางคนปีนขึ้นไปหลบบนต้นมะขาม บางคนซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มดอกเข็ม เล่นแบบไม่กลัวผีลักซ่อนค่ะ!

พวกผู้ใหญ่บอกให้ไปตามกันกลับมาเถอะ มืดค่ำแล้ว เดี๋ยวจะตกน้ำตกท่ากันซะ พวกเรานักศึกษาจึงพากันไปตามเก็บเด็กๆ แสนซนเหล่านั้น

ปุ้ยเห็นเพื่อนๆ ต้อนมาได้หลายคน แต่ปุ้ยยังกังวลเลยเดินไปทางสระน้ำ

เสียงเทียบเวลาหกโมงเย็น และเพลงเคารพธงชาติแว่วมาแต่ไกล บรรยากาศสลัวลงอย่างรวดเร็วแต่ยังพอมองเห็นอะไรได้ชัดเจนอยู่ ปุ้ยเห็นเด็กคนหนึ่งนั่งเงียบๆ อยู่ใต้กอไผ่ แกอายุราว 6-7 ขวบ นุ่งกางเกงนักเรียนสีกากี ไม่ใส่เสื้อ ไม่ใส่รองเท้า ผมเกรียนเห็นหัวทุยน่ารัก…

“ไอ้อู๋! อย่ากวนพี่เขานะ กลับไปอยู่ในที่ของแกเดี๋ยวนี้!”

ไม่ต้องรอดูอะไรแล้วค่ะ ปุ้ยรีบลุกขึ้นวิ่งแน่บ หลับหูหลับตาวิ่งอย่างเดียว จนมีคนมาจับตัวกอดไว้และเขย่าแรงๆ ปุ้ยถึงได้สติ ใครต่อใครเข้ามากลุ้มรุมถามเสียงแซดว่าปุ้ยเป็นอะไร? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?

ปุ้ยก็เล่าให้พวกเขาฟัง…

ในที่สุดปุ้ยก็รู้ว่า เด็กอู๋เป็นลูกคนงานของคุณยาย แกตกน้ำตายเมื่อปีก่อนนี่เอง!

ส่วนเสียงหญิงชราที่มาช่วยปุ้ย จะเป็นใครไปไม่ได้ ทุกคนเชื่อตรงกันทั้งนั้นว่าเป็นคุณยายของบิ๊กนั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม ปุ้ยอยู่ช่วยจนเผาศพคุณยายเรียบร้อย แต่ต้องนอนกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนนะคะ เพราะบอกตรงๆ อย่างกล้าหาญเลยว่า…พวกเรากลัวผีค่ะ! บรื๋อออ….

สะดุดตาตรงที่ผิวแกดำมากนะคะ ดำจนดูมืดไปเลย!

ปุ้ยเดินเข้าไปนั่งข้างๆ แกแล้วถามว่า “มานั่งที่นี่ทำไมคะ ใกล้มืดค่ำแล้ว กลับไปที่งานกับพี่ดีกว่านะ”

ลมเย็นๆ พัดวูบ ยอดไม้สะบัดกิ่งใบเกรียวกราว ทำให้บรรยากาศยิ่งดูเยือกเย็น ชวนให้วังเวงบอกไม่ถูก รู้สึกหวาดระแวง ไม่ไว้ใจสรรพสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเอาซะเลย

ทันใดนั้นเอง!

เด็กน้อยหันมามองหน้าปุ้ยเชื่องช้า…บอกตรงๆ ว่าเล่นเอาปุ้ยขนลุกซ่าไปทั้งตัว เพราะอาการหันหัวของแกดูแปลกๆ เด็กน้อยหน้าคว่ำ ตาคว่ำ…แวบหนึ่ง ปุ้ยเห็นตาแกขาวโพลนไม่มีตาดำแต่พอปุ้ยกะพริบตา แกก็ดูเป็นปกติค่ะ

“อยากกลับบ้าน…? เสียงแกแหบโหยพิกล…คุณพระช่วย! ปุ้ยเพิ่งสังเกตว่าผิวแกน่ะไม่ได้ดำแบบผิวคนธรรมดาหรอกค่ะ แต่มันเป็นสีม่วงคล้ำ ช้ำเป็นจ้ำๆ ริมฝีปากของแกก็เข้มจนเกือบดำสนิท

ปุ้ยใจหายวาบ เด็กนี่ไม่ใช่คนแน่แล้ว!

ฉับพลันที่คิดอย่างนี้ แกก็ทำท่ากางมือจะโผเข้ามาหาปุ้ย…

ทันใดนั้น มีเสียงผู้หญิงแก่ๆ ดังมาจากไหนไม่รู้