ผีในหลีบ

By admin

สองพี่น้องร้องๆๆ ไม่หยุด จนคนทั้งบ้านวิ่งโครมๆ ขึ้นมาดูกันใหญ่ ผมกับพี่แต้วร้องไห้เสียขวัญ กอดกันกลม แกะแทบไม่ออก

เราสองคนจับไข้ไปโรงเรียนไม่ได้ คุณยายย้ายตู้นั้นลงมา ไว้ที่ห้องป้าชลอ -แม่ครัวของเรา มันอยู่ได้สิบกว่าวันป้าชลอ ก็ทนไม่ไหวแล้ว ตู้ผีสิงแน่ๆ มันใช้เล็บเกาแกรกๆ ทั้งคืน

คนใช้เราหลายคนเห็นเงาผู้หญิงลึกลับบนกระจกตู้ด้วย น่าขนลุกมากๆ เลย

เขาว่ากันว่า พวกเด็กๆ มักจะสัมผัสสิ่งเหนือธรรมชาติได้ดีกว่าพวกผู้ใหญ่ เรื่องที่เขาว่านี้ผมเชื่อจริงๆ ครับ เพราะตอนเด็กๆ ผมมองเห็นอะไรที่ผู้ใหญ่ไม่มองอยู่เรื่อยเลย

เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ผมยังเป็นเจ้าเปี๊ยก 6-7 ขวบ บ้านอยู่แถวลาดพร้าว ในเนื้อที่ไร่เศษ กว้างขวางพอที่จะปลูกบ้านหลังงามๆ ได้ 2 หลัง หลังแรกเป็นตึก พ่อแม่ผมอยู่ที่ตึกนี้ ส่วนผมกับพี่สาวไปนอนกับคุณยายที่เรือนไม้ซึ่งเป็นเรือนคนรับใช้

เรือนนั้นปลูกเป็นแนวยาว ชั้นบนมี 3 ห้องนอน ชั้นล่างมี 1 ห้องนอน ห้องโถงไว้ดูทีวี ห้องทำครัว และห้องน้ำสองห้อง

ตอนนั้นบ้านเรามีคนเยอะครับ นอกจากพ่อกับแม่แล้ว ก็มีผม พี่แต้วซึ่งแก่กว่าผมแค่ 2 ปี แต่แหม…ดัดจริตทำเป็นสาวเชียว เธอสวยนี่ครับ! แล้วก็คุณยายซึ่งทำกับข้าวเก่งมาก และคุณเชื่อมั้ย? บ้านเรามีคนรับใช้ตั้ง 5 คนแน่ะ!

คุณพ่อผมเป็นนายแพทย์ ส่วนแม่เป็นพยาบาล ไม่ค่อยมีเวลากับลูกๆนักหรอกครับ คนไข้เยอะ แถมตอนกลางคืนก็มักมีคนไข้โทร.มาตาม คุณพ่อจะขับรถไปดู บางทีก็ไกลถึงฝั่งธนฯ โน่น ผมกับพี่ต้องอยู่ในความดูแลของคุณยายและพี่เลี้ยง

คุณยายนวลของผมใจดีที่สุดเลย!

ท่านอ้วนขาว ตัดผมสั้น ดัดหยิกแต่ไม่ได้ย้อม ปล่อยให้เป็นสีเงินยวง สวยดี เนื้อหนังนุ่มนิ่ม อุ่นเวลาหน้าหนาวและเนื้อเย็นเวลาหน้าร้อน ผมชอบกอดคุณยายหลับทุกคืนดีกว่าหมอนข้างเป็นไหนๆ แต่คุณยายน่ะ พอผมกับพี่แต้วหลับก็ชอบลุกออกไปดูทีวีกับพวกคนใช้ชั้นล่าง จนดึกดื่นถึงจะกลับมานอนกกพวกผมต่อจนตีห้าก็จะตื่นลงไปอีก

คราวนี้ลงไปทำกับข้าวน่ะครับ เราสองคนพี่น้องตื่นราวหกโมงเช้า พี่เลี้ยงขึ้นมาปลุกแต่งตัวไปโรงเรียน

วันหนึ่ง พอกลับจากโรงเรียนผมก็เห็นตู้ไม้ใหม่ขึ้นมาสถิตอยู่ในห้องที่ผมกับพี่นอนกับ คุณยาย มันเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดไม่ใหญ่นัก ด้านหนึ่งมีฝาเป็นบานกระจก กว้างราว 2 ฟุต เปิดออกก็เป็นที่แขวนชุดยาว กระโปรง กางเกง อีกด้านเป็นที่แขวนเสื้อและลิ้นชัก 4 ชั้น

ดูๆ ไปมันก็เป็นตู้เสื้อผ้าธรรมดาๆ

แต่สำหรับผม แวบแรกที่เห็น…มันเป็นตู้ที่มีชีวิตของมันเอง!

เวลากลับจากโรงเรียนเราจะอยู่ที่ตึกใหญ่ พอสองทุ่มก็จะเปลี่ยนชุดนอนแล้วขึ้นห้องคุณยายที่เรือนไม้กับพี่สาว แต่วันนั้นผมวิ่งตึงๆ ขึ้นไปหาคุณยายตามลำพังเพราะจะไปเอาเครื่องบินของผมที่ลืมไว้ข้างที่นอน

พอเปิดประตูเข้าไปผมก็เห็นมันถนัดตา…ตรงที่เคยมีตู้พลาสติก กลับมีตู้ใบนี้ตั้งอยู่ แสงแดดส่องทแยงลอดหน้าต่างมุ้งลวดไปที่มัน!

ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับข้าวของเครื่องใช้ แต่ตู้ใบนี้แปลกครับ มันเหมือนชีวิต และทักทายผมเงียบๆ ทำให้สะท้านเยือก จำความรู้สึกนั้นตอน 7 ขวบได้จนทุกวันนี้

ผมหันกลับวิ่งลงบันได รู้สึกว่ามีสายตาคนแปลกหน้าจ้องมองตามมา!

เวลานอนก็ไม่เป็นสุขเช่นเดิม มันเหมือนมีใครอยู่ในห้องด้วย แล้วใครคนนั้นก็นิสัยไม่ดีนัก มันทำให้ผมกลัว หดหู่และอึดอัด…ผมไม่อยากมองตู้นั่นเลย มันดูมุ่งร้ายหมายขวัญยังไงก็ไม่รู้

คืนหนึ่งผมตื่นขึ้นมาตอนดึก ไฟหัวเตียงสีส้มๆ เปิดไว้ คุณยายลงไปดูทีวีข้างล่าง ผมรู้สึกตัวตื่นเพราะอะไรก็ไม่ทราบได้ ลืมตาขึ้นมาก็มองไปที่ตู้ใบนั้น มันดูเหมือนสัตว์ประหลาดจากมิติอื่นมายืนทะมึนอยู่ในห้องนอน หันไปอีกทางก็เห็นพี่แต้วตื่นอยู่เช่นกัน…เธอมองตาแป๋วมีแววตื่นกลัว

“ได้ยินเสียงนั่นมั้ย?” เธอกระซิบถามผม “มีใครอยู่ในตู้ก็ไม่รู้?”

ผมเหลือบไปมองมันอย่างหวาดๆ ขณะที่เบียดตัวเข้ากับพี่สาว จริงสิ…ผมได้ยินอะไรเคลื่อนไหวกุกกักอยู่ในตู้ที่เป็นกระจกบานยาว…ฝาตู้ เปิดออกช้าๆ แม้จะเปิดออกนิดเดียว แต่ก็มากพอที่จะมีมือเขียวๆ ข้างหนึ่งโผล่ออกมา…

ผมจำได้ติดตาว่าเล็บมันยาวและเป็นสีดำปี๋!!

ผีแน่ๆ!! ผมกับพี่แต้วแข่งกันตะเบ็งเสียงหวีดร้องจนเจ็บคอหอย

ตู้ใบนี้คุณยายซื้อมาจากตลาด พวกผู้ใหญ่เห็นว่ามันเป็นตู้ธรรมดา ผมยืนยันว่ามันเป็นตู้ผีสิงไม่รู้ว่ามันทำจากไม้โลงผี หรือว่าเคยมีคนตายในตู้นี้? ผมกับพี่แต้วไม่ช็อกตายคาที่ก็บุญแล้วครับ!