วิญญาญหวงถิ่น

By admin

ผีไทย

วันนี้ประสบการณ์เจอวิญญาณจากทางบ้ายมาครับความน่ากลัวชวนขนหัวลุกจะมากน้อยก็ต้องไปลองอ่านกันครับ

เพื่อนแม่ชื่อป้ารุ้ง ฉันเคยพบครั้งเดียวเอง ตอนที่พาแม่ไปส่งในงานเลี้ยงรุ่นของแม่ แต่บ้านป้ารุ้งหาไม่ยากหรอกค่ะเพราะซอยศูนย์วิจัยนี่ฉันถนัดมากเพื่อนสนิทของฉันก็อยู่ในนี้นี่คะ เดี๋ยวเอาน้ำพริกกุ้งสดให้ป้ารุ้งเสร็จฉันก็จะไปหาเพื่อนเป็นรายการต่อไป นั่นไง! บ้านป้ารุ้งเป็นกำแพงอิฐทาสีปูนแห้ง คือสีส้มอมชมพู ประตูเป็นไม้ระแนงสีน้ำตาลไหม้ มีสนามหญ้าเล็กๆ เขียวขจีอยู่หน้าบ้าน ฉันจอดรถริมกำแพงอย่างดิบดีแล้วลงไปกดออด เอ…บ้านเงียบจัง! มีใครอยู่รึเปล่าหนอ? นี่ก็สิบโมงเช้าพอดี หรือว่าคุณป้าจะนอนตื่นสาย แต่ก็น่าจะมีเด็กรับใช้นะ ฉันชะเง้อคอยาว รออีกอึดใจใหญ่ๆ ก็กดออดอีกครั้งหนึ่ง… เกรงใจนะเนี่ย แต่ชักกระวนกระวายขึ้นมาแล้วซิ ทันใดมีเสียงผู้ชายสูงอายุดังมา จากหน้าต่างชั้นบน “รอเดี๋ยวนะหนู” ฉันมองเห็นผ้าม่านไหวๆ จากหน้าต่างนั้น และไม่ถึงนาที เสียงประตูกระจกบานเลื่อนที่หน้าตัวบ้านก็เปิดออก ฉันเห็นชายท่าทางภูมิฐาน นุ่งกางเกงแพรสีเขียว เสื้อผ้าป่านคอกลมสีขาวยืนอยู่ด้านในประตูนั่น ท่านบอกด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “เปิดเข้ามาเลยลูก ประตูรั้วไม่ได้ล็อก” ฉันทำตามที่ท่านบอก คือเปิดเข้าไปง่ายๆ แล้วก็ปิดประตูตามหลังให้เรียบร้อย ก่อนจะยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ท่านรับไหว้และให้ฉันนั่งรอที่โต๊ะหินหน้าบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเดินหายลับเข้าไปในบ้าน ลมเย็นเยือกผสมกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยวูบมาจากด้านใน อือม์…กลิ่นน้ำอบไทยนี่นา ฉันหันไปมองประตูกระจกปิดสนิท ข้างในเปิดแอร์รึเปล่า? คงไม่หรอก นี่มันหน้าหนาวนะ ฉันนั่งคอยอยู่ราวห้านาที บ้านนี้เงียบดีจัง เอ…คุณลุงหายไปเลย ท่านคงเป็นสามีป้ารุ้งนะ ฉันมาปลุกท่านรึเปล่าเนี่ย? เสียงไขกุญแจดังขึ้นที่ประตูรั้ว ฉันเอะใจ…ตะกี้ฉันก็ปิดธรรมดานะ ไม่ได้ล็อกสักหน่อย…ยังไม่ทันนึกอะไรมากกว่านั้น ผู้หญิงสองคนก็หอบของพะรุงพะรังเข้ามา…หนึ่งในนั้นคือป้ารุ้ง ฉันจำได้ อีกคนคงเป็นสาวใช้แน่ๆ ทั้งคู่มองเห็นฉันนั่งอยู่ก็ชะงักและมีทีท่าตกใจเห็นได้ชัด “สวัสดีค่ะ หนูลูกแม่จุ๋มค่ะ” ฉันรีบประกาศตัว “อ๋อ! จ้ะ…จำได้ๆ แต่หนูเข้ามาได้ยังไงละนี่” เสียงป้ารุ้งค่อนข้างร้อนรน “ตอนออกไปป้าล็อกกุญแจกับมือ แล้วหนูเข้ามาได้ยังไง?” “คุณลุงบอกให้หนูเปิดเข้ามาเลยค่ะ” ฉันอธิบาย ป้ารุ้งสะดุ้งเฮือก ถุงกับข้าวหลายถุงพลันหลุดร่วงจากมือ…คนรับใช้ทำท่าเนื้อตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือด ปากสั่นระริก… มันเป็นไปไม่ได้เลย! ป้ารุ้งยืนยัน บ้านหลังนี้มีท่านอยู่กับคนรับใช้คนนี้ และหลานอีกสองคนซึ่งขณะนี้ไปเที่ยวทะเลโน่น เมื่อกี้ออกไปจ่ายตลาดจึงไม่มีใครอยู่บ้านเลย คุณลุงที่ฉันเห็นน่ะ ฟังจากลักษณะและท่าทางแล้วคงจะเป็นคุณลุงตั้ว สามีป้ารุ้งนั่นแหละ แต่มันผิดปกติตรงที่คุณลุงตายแล้วค่ะ…ขอย้ำ! ท่านตายไปสองปีแล้วจะมาเรียกให้ฉันเข้าบ้านได้อย่างไร!

เต้นตกใจมาหลายอย่าง เช่น ผีหลอก แผ่นดินไหว ไฟไหม้ น้ำท่วม ซึ่งฉันก็รอดมาได้ทุกครั้ง และทุกสิ่งทุกอย่างก็ประทับใจไม่รู้ลืมแต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเจ๋งสุดๆ ทุกคนที่ได้ฟังจะต้องทึ่งไปกับฉันแน่ๆถึงแม้กาลเวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ฉันยังจำได้…วันนั้นเป็นวันเสาร์กลางเดือนธันวาคม แม่วานให้ฉันเอาน้ำพริกกุ้งสดที่แม่ทำเองไปให้เพื่อนที่อยู่ในซอยศูนย์วิจัย ที่สำคัญฉันต้องให้น้ำพริกนี้ถึงมือผู้รับและต้องอธิบายวิธีกินกับวิธีเก็บ อีกด้วย

น้ำพริกที่สุดแสนอร่อยนี้ทำจากกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ เอามาเผาพอสุก คลุกกับน้ำพริกที่ทำจากหอมเผา กระเทียมเผา และพริกชี้ฟ้าเผา หอมมันกุ้งและเคี้ยวเนื้อกุ้งสดเผาได้เต็มคำ ส่วนวิธีเก็บคือให้เก็บในตู้เย็น พอจะกินก็เอามาวางในอุณหภูมิห้อง โดยไม่ต้องเอาไปตั้งเตาอุ่นกับไฟ ไม่งั้นมันกุ้งจะจับตัวเป็นก้อนเสียรสเลยค่ะ