สยองสุดๆ

By admin

เรื่องสยองขวัญสุดขีดในชีวิตผมเกิดขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ 18 ธันวาคมหยกๆ นี่เอง! คืนนั้นเจ้าหมงนัดแนะผมไปกินบุฟเฟต์ที่ห้องระเบียงทอง โรงแรมนารายณ์ สาเหตุคือเพื่อนถูกเลขท้าย 2 ตัว 72 ถึง 3 ใบ รับทรัพย์เหนาะๆ เกือบหกพันบาท แต่วันหวยออกงวดวันที่ 16 ตรงกับวันอาทิตย์ ได้เงินวันจันทร์ วันต่อมาก็นัดเลี้ยงเพื่อนซี้กันให้อร่อยปากลิ้น ข้อสำคัญคือเจ้าหมงทำงานอยู่สาทร ส่วนผมอยู่สีลมก็เลยนัดพบกันที่นั่น ห้องบุฟเฟต์เปิดหกโมงเย็น แต่เราไปจ๊ะเอ๋กันอีตอนผลักประตูกระจกแล้วจะเลี้ยวขวาขึ้นบันไดไปชั้นสอง แขกเริ่มทยอยกันมา เราได้ที่นั่งโต๊ะละสองคนข้างเคาน์เตอร์ของหวาน…แต่ตรงข้ามกับตู้โชว์เหล้าเบียร์พอดี สรุปว่าที่นั่นราคาเป็นกันเองคือหัวละ 700 บาท ไม่มีบวกกับบวกให้รุงรัง อาหารเด็ด คือหูฉลามกับปูม้านึ่ง ส่วนอาหารไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่นต้องถือว่าครบครัน…เราสั่งเบียร์มาล้างคอก่อนอื่นกะจ้อกันสารพัดเรื่อง เดี๋ยวๆ ก็ชวนกันลุกไปตักอาหารซะที สลับกับการมองดูเอ๊าะๆ ที่เพิ่งเดินเข้ามา หรือบิดสะโพกแด๊ะๆ ไปตักอาหารรอบใหม่ สาเหตุสำคัญก็เพราะคุณเธอนุ่งขาสั้นจุ๊ดจู๋ บางคนยังเดาะชุดกางเกงยืดสีสวยๆ โอ้อวดขาอ่อนขาวอล่องฉ่อง เข้าตำราสูงยาวเข่าดีเป๊ะ ส่วนสาวสวยที่นุ่งกระโปรงสั้นเต่อ แถมคับปึ๋งชนิดตอนก้มลงมองอาหารน่ะ…แหม! ชายกระโปรงถลกขึ้นไปหวิดถึงซับใน แล้วผ้าผ่อนแสนคับซะปานนั้น ใครเห็นเข้ามีหวังบังเกิดตาทิพย์มองทะลุเข้าไปชนิดถึงไหนเป็นถึงกัน! เฮ้อ… เดี๋ยวเจ้าหมงสะกิดผม เดี๋ยวผมทำสัญญาณให้หันมอง เพลิดเพลินเจริญใจไม่รู้ว่ากี่สิบครั้ง บางสาวก็ขยันเดินผ่านเราไม่หยุดหย่อน…เล่นเอาดวดเบียร์กันเหมือนซดน้ำเปล่างั้น แหละเอ้า! สรุปว่ามื้อนั้นครึกครื้นกำลังดีตอนที่ลงมายืนรอแท็กซี่กลับบ้านน่ะ นักท่องเที่ยวขวักไขว่อยู่ในแสงไฟส่องสว่าง ส่วนมากเป็นฝรั่ง รองลงมาคือจีนกับญี่ปุ่น…ขอให้มาเที่ยวบ้านเรากันเยอะๆ เถอะน่า ต้อนรับเขาดีๆ พวกนี้เอาเงินทองมาให้เรากันทั้งนั้น แต่เรากำลังมีปัญหา…แท็กซี่ไม่ยอมรับคนไทยจริงๆ ย่านนี้น่ะ! ขนาดเปิดไฟ “ว่าง” สว่างโร่ แต่ขับผ่านเราหน้าตาเฉย พอฝรั่งโบกมือถัดไปดันจอดเฉยเลย หลายๆ คันก็มีต่อรองเพราะคงเคยมาเมืองไทย กับคนที่หาข้อมูลมาดิบดี แต่สำหรับเราน่ะมีจอดถามจุดหมาย 2-3 คัน พอบอกว่าไปเมืองทอง แจ้งวัฒนะ คุณพี่ตบเกียร์ผาง บึ่งผ่านไม่แยแส นึกถึงคำประกาศของตำรวจว่า…แท็กซี่ว่างที่ไม่ยอมรับผู้โดยสารย่อมมีความผิดตามกฎหมายตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป…อยากจะหัวเราะให้มันชักดิ้นชักงอตายไปเลย รอขาแข็งราวครึ่งชั่วโมง แท็กซี่ว่างก็โฉบเข้ามา เจ้าหมงยัวะสุดขีด ชะโงกหน้าผ่านกระจกเข้าไป…แจ้งวัฒนะ! ไปไหมวะ? คนขับหนุ่มใหญ่หัวเราะคึ่กๆ ก่อนตอบ…ไปครับเจ้านาย! เฮ้อ! โล่งอกไปที…เราเอนหลังคุยกันถึงเรื่องมักง่าย ซี้ซั้ว แก้ปัญหาแบบขอไปทีเป็นประจำ ตั้งแต่คำถามว่าจะจับคนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไม่ใส่หมวกกันน็อก…คราวนี้ก็ลอยลมอีกแล้ว มัวแต่ฝอยกันจนไม่ได้ดูทาง มาเห็นแว่บๆ อีกทีก็เข้าแจ้งวัฒนะแล้ว มีเสียงร้องเฮ้ย! รถกระบะคันหน้าคล้ายจะพุ่งเข้าใส่ ขยายใหญ่มหึมา รถเราหักวูบพุ่งเข้าใส่เสาไฟฟ้าแทบมองไม่ทัน! สีเขียวๆ แดงๆ กระจายพรึ่บเต็มหน้า หัวใจผมคงหยุดเต้นตั้งแต่ได้ยินเสียงโครมสนั่นนั่นแล้ว…โลกทั้งโลกแตกกระจาย ความรู้สึกดับวูบไปพักใหญ่ ก่อนจะโงหัวขึ้นมานั่งจ้องมองมึนงง…เออ! รอดตายแฮะ! หันไปเห็นเจ้าหมงยักแย่ยักยันลุกขึ้นมายืน เดินโซเซมาฉุดผมลุกขึ้นได้สำเร็จ ไม่มีซากแท็กซี่ ไม่มีคนขับ ไม่มีใครไหนอื่นเลย นอก จากรถราบางตาที่ผ่านไปมารวดเร็ว…นี่ไงครับที่ผมบอกว่าถ้าโดนผีหลอกคนเดียวแล้วเอามาเล่า รับรองว่าไม่มีใครเชื่อเด็ดขาด ส่วนเหตุการณ์อุบาทว์นี่จะเกิดจากอะไรผมไม่ทราบจริงๆ แค่นี้ก็ขนหัวลุกแล้วครับ!