โทรศัพท์ผีสิง

By admin

ตอนเลิกงานเรามักจะไปหาอะไรดื่มกินกันก่อนกลับบ้าน น้องแพรจะชวนเพื่อนๆ ขึ้นรถไปยังจุดหมาย เราไม่ได้ไปเฉพาะคนในบริษัทเดียวกัน แต่มีเพื่อนฝูงที่ไหนใครสะดวกก็แวะมา ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ถึงเวลาจ่ายเงินก็แชร์กัน ไม่มีปัญหาอะไร

ถ้าจะมีก็คือปัญหาที่น้องแพรชอบพูดโทรศัพท์ขณะขับรถนี่แหละค่ะ!

ต้องยอมรับว่าเธอไม่ได้โทร.ไปหาใครก่อน แต่มีเสียงเข้าสายเป็นประจำ มีทั้งถามจุดนัดพบให้แน่นอนบ้าง เพื่อนๆ โทร.มาคุยบ้าง ส่วนมากมักจะเป็นเรื่องไร้สาระและคุยกันครั้งละนานๆ ทำให้ดิฉันที่นั่งคู่กับเธอไม่ค่อยสบาย ใจนัก

พยายามมองโลกในแง่ดีว่า ในกรุงเทพฯ รถราติดขัด โดยเฉพาะย่านนั้น ไม่อาจจะขับปรู๊ดปร๊าดได้หรอก แต่ก็อดเตือนไม่ได้ว่าอย่าพูดโทรศัพท์ในรถ ถ้าจำเป็นก็อย่าคุยนานนัก…อันตราย!

“แหม! พี่แน็ตก็…” น้องแพรยิ้มฟันขาว ตาใสเชียว “คุยแป๊บเดียวเองค่ะ”

เธอชอบเรียกชื่อดิฉันติดปาก แถมยังหันมามองด้วย เล่นเอาใจหายวูบ…ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ไม่ใช่เพราะโทรศัพท์ แต่มาจากดิฉันที่เอ่ยปากทักท้วงเธอน่ะเอง

ดิฉันมีเรื่องน่ากลัวมากๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

“น้องแพร” เป็นเพื่อนร่วมงานที่บริษัทเดียวกัน อยู่ถนนอโศก เธออายุราว 24-25 ปี แสนสวย หุ่นดีและยังโสด ร่าเริงน่ารัก แถมช่างพูดช่างคุยเรื่องสนุกๆ น่าเพลิดเพลิน พ่อแม่เป็นเศรษฐีอยู่ต่างจังหวัด ซื้อรถยนต์ให้ลูกสาวใช้ตั้งแต่เธอได้งานทำ ผิดกับเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ที่ต้องผ่อนรถเอง หรือไม่ก็อาศัยรถเมล์กับแท็กซี่ เช่น ดิฉันเอง เป็นต้น

ขากลับราว 3-4 ทุ่ม เธอก็จะขับรถไปส่งเพื่อนชื่อแตนที่อุรุพงษ์ ส่งดิฉันที่ราชวิถี ตัวเองก็ขับรถข้ามสะพานกรุงธนกลับอพาร์ตเมนต์แถวบางพลัด…เป็นประจำราว สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตอนนั้นก็ไม่วายมีโทรศัพท์เข้ามาค่ะ

ช่วงที่รถแล่นเร็วได้ดิฉันต้องห้ามปรามตรงๆ ว่าอย่าพูดโทรศัพท์ตอนขับรถ อันตรายมาก! น้องแพรก็จะหันมายิ้มหวานเช่นเคย…แหม! พี่แน็ตก็…พูดคุยกับเพื่อนทั้งชายและหญิงว่า…ตอนนี้ขับรถพี่แน็ตห้าม เม้าธ์ เอาไว้ถึงห้องแล้วค่อยคุยกันต่อ! แต่บางครั้งเธอจะหัวเราะเฉยเสียดื้อๆ ดิฉันต้องยื่นคำขาดเสียงแข็งว่าให้หยุดรถเดี๋ยวนี้ พี่จะลงต่อแท็กซี่ไปเอง!

นั่นแหละค่ะน้องแพรจึงยอมบ๊ายบายกับเพื่อน

ครั้งหนึ่ง ดิฉันบอกให้จอดแต่น้องแพรไม่สนใจ พอถึงไฟแดงดิฉันก็ปลดซีตเบลต์ปิดประตูลงไปเอง…น้องแพรออกรถได้ก็รีบขับมา จอดรับ ยกมือไหว้ขอโทษจนดิฉันใจอ่อน กลับไปขึ้นรถใหม่

ไม่ถึงอึดใจก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดิฉันหยิบมือถือขึ้นรับ แต่ไม่ได้ยินเสียงใครพูดอะไรเลย…ขนลุกซ่าไปทั้งตัวที่พบกับความเงียบน่า สยดสยองสุดขีด ม่านตาลายพร่า หูแว่วไปเองว่าได้ยินเสียงเคล้าสะอื้นดังขึ้น…พี่แน็ตขา ลาก่อนนะคะ!

ดิฉันกลืนน้ำลายก่อนพึมพำเสียงสั่นเครือ…ลาก่อนจ้ะ น้องแพร…

คืนหนึ่ง น้องแพรก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตคาที่ เพราะการพูดโทรศัพท์ขณะขับรถ ขณะที่ออกมาจากงานวันเกิดเพื่อนรุ่นมัธยม ที่ภัตตาคารแถวบางอ้อใกล้จะถึงที่พักอยู่แล้ว…โทรศัพท์ที่เปิดสัญญาณอยู่ คือหลักฐานค่ะ

น่าเศร้ายิ่งกว่านั้นก็คือ คนที่โทร.คุยกับน้องแพรคือแตนนั่นเอง!

ในคืนสวดศพแตนยังร้องไห้ไม่หยุด รำพันว่าเป็นเพราะเธอเองแท้ๆ ที่คิดถึงเพื่อน ที่โทร.ไปหาก็คิดว่าน้องแพรกลับถึงห้องพักแล้ว…เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้ เพื่อนตาย! แต่ไม่มีใครโทษแตนหรอกค่ะ นอกจากสยองแทนที่กำลังคุยกับ เพื่อนดีๆ ก็มีเสียง…โครม! ดังก้องอยู่ในหูไม่รู้จักจบสิ้น

วันเผาน้องแพรซีคะ เกิดเรื่องสยองขวัญเมื่อดิฉันกลับบ้าน รู้สึกใจหายและวังเวงใจอย่างบอกไม่ถูก…ต่อไปนี้ไม่มีน้องแพรแล้ว! พอดีมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

กดรับก็ได้ยินเสียงแตนละล่ำละลักมาว่า น้องแพรโทร.มาหา บอกว่าเราคุยกันต่อนะจ๊ะ! แตนพูดแล้วก็ร้องไห้โฮ ย้ำแต่ว่าประสาทจะกินแล้วค่ะ ดิฉันต้องปลอบใจว่าอย่าคิดมาก ทางที่ดีควรปิดมือถือไปเลยจะได้หมดปัญหา