Entries from November 5, 2012

ผีโรงหนัง

เรื่องนี้เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ ในโรงหนังหรูหราบนศูนย์การค้าชื่อดังย่านลาดพร้าวค่ะ มารู้ทีหลังว่าที่นั่นผีดุจนคนลือ โดยเฉพาะชั้นที่เป็นโรงหนัง

สาเหตุมาจากมีคนตายสยองมาหลายศพแล้ว ทั้งโดดตึกตาย หัวใจวายตาย โดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรม แล้วยังมีพนักงานตายเพราะลิฟต์ขาดตอนเช้าก่อนห้างจะเปิดบริการ ยิ่งส่วนที่เป็นโรงหนังน่ะ บริเวณช่องขายตั๋วและห้องน้ำเป็นจุดน่ากลัวที่สุด คนที่ไปดูหนังรอบดึกมักเจอประสบการณ์แปลกๆ ระคนน่าสยองหลายรายมาแล้ว

เรื่องที่ดิฉันเจอ ไม่ได้เกิดตอนห้างปิดนะคะ ตอนนั้นเพิ่งสิบโมงกว่าๆ ห้างเพิ่งเปิด ดิฉันกับคุณแม่อยากดูหนังขึ้นมา เราไม่ชอบเบียดเสียดหรือต่อคิวยาวก็เลยไปแต่เช้า หาที่จอดรถได้สบายและใกล้ประตูทางเข้าด้วย แล้วขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด

ตอนเดินเข้าประตูห้างดิฉันนึกยังไม่รู้ พูดกับแม่ว่า…ตรงนี้ไงที่ตำรวจยิงผู้ร้ายตาย! แล้วตรงนั้นมีคนอกหักมาโดดลงไปข้างล่างด้วย…ตายสมใจอยาก น่าสงสารจัง!

แม่ฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้า ส่วนดิฉันพูดแล้วก็แล้วไป ไม่มีอะไรติดค้างเก็บเอามาคิดเป็นอารมณ์ แต่มันเป็นไงไม่รู้พอพาแม่ขึ้นลิฟต์ก็พูดอีกว่า…ลิฟต์นี่ก็เหมือนกันเมื่อ ไม่ถึงปีมานี้มีพนักงานตกลงไปตาย!

คราวนี้แม่หันมาดุว่า นึกอะไรขึ้นมาน่ะถึงเอาแต่พูดเรื่องคนตาย? ดิฉันเลยเงียบ…เราซื้อตั๋วแล้วเข้าห้องน้ำแล้วออกมาซื้อไส้กรอกกับน้ำถือ ติดมือเข้าโรงหนังด้วยกัน

ความที่เราไปแต่เช้าและดูหนังรอบแรก ทำให้เห็นความไม่พร้อม เช่น ยังไม่ได้เปิดแอร์ ที่นั่งทุกแถวโล่งไร้ผู้คน มีแต่แสงไฟสีส้มส่องลงมา นั่งได้สักพักก็รู้สึกอบอ้าว กำลังหันรีหันขวางก็พอดีเครื่องปรับอากาศเปิด สักพักก็ได้ไอเย็น…อึดใจต่อมาก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่พ่นในแอร์น่ะค่ะ

กลิ่นหอมกรุ่นมาพร้อมกับแสงไฟหรี่ลง และมีภาพโฆษณาปรากฏบนจอ…

ดิฉันเหลียวไปดูรอบๆ เพราะมีแต่ตัวเรากับแม่เท่านั้นสองคนเท่านั้น แต่พอหันกลับมาอีกทีก็เห็นมีศีรษะผู้หญิงโผล่อยู่ เอ๊ะ! เข้ามาตอนไหน? ดิฉันจองที่นั่งแถวซี 15-ซี 16 ก็อยู่ตรงกลางพอดี เวลาใครจะมานั่งก็ต้องเดินเบียดเก้าอี้ตัวลีบเข้ามา…ผู้หญิงข้างหน้าเขาคง เดินมานั่งตอนที่ดิฉันหันไปดูทางอื่น

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร สายตามองดูโบผูกผมที่มันสะดุดตาเพราะเป็นสีดำอันใหญ่ สวยและมีเพชรปลอมเม็ดเขื่องส่องประกายวูบวาบ

ขณะ ก้มลงหยิบไส้กรอกจากถุงมากินเข้าไปได้คำเดียว ดิฉันก็เงยหน้าขึ้น…อ้าว? คุณเธอหายไปแล้ว โน่น! ไปโผล่อยู่แถวเอฟ 15…เอ๊ะ! มันชักยังไง? ทำไมเธอโดดไปเร็วนักหนา ข้ามไปสองแถว ดิฉันมองไม่ผิดแน่

ตอนนั้นก็มีคนดูทยอยเข้ามาเรื่อยๆ นับได้ราว 20 กว่าคน ดิฉันมองจ้องผู้หญิงโบดำตาไม่กะพริบ และเมื่อเราต้องยืนขึ้นเคารพกับเพลงสรรเสริญพระบารมีดิฉันไม่เห็นเธอเลย ค่ะ…และแล้วแสงไฟก็มืดสนิท

ดิฉันนั่งไม่เป็นสุข รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ กลัวว่าเธอจะผุดขึ้นมานั่งข้างๆ

จริงด้วยค่ะ พอมองไปทางด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่นั่งโล่งตลอด ดิฉันเห็นเธอนั่งถัดไปแค่ 4 ที่นั่งเท่านั้นเอง!

เธอเป็นเด็กวัยรุ่น แสงจากจอหนังส่องให้เห็นขนตางอนขยับ จมูกโด่ง และท่านั่งที่แข็งๆ พิลึก…โธ่! เล่นแบบนี้แล้วจะอยู่ไปทำไมล่ะคะ?

ดิฉันสะกิดแม่ว่า…ออกก่อนเถอะ หนูจะเป็นลม!

ไม่เสียดายเงินสองร้อยยี่สิบบาทแล้วค่ะ ขืนดูไปก็ไม่รู้เรื่อง…พอออกมาจากโรงหนังก็เข้าร้านอาหาร สั่งน้ำเย็นๆ มาดื่มก่อนจะเล่าให้แม่ฟัง…แม่บอกว่านึกแล้วเชียว ตอนมาถึงน่ะเที่ยวทักเขาไปทั่ว…

แต่ในความรู้สึกของดิฉันน่ะ ผี! หรือวิญญาณต่างหากล่ะคะ ที่เข้ามาดลใจและสัมผัสจิตจนดิฉันเอ่ยปากพูดถึงพวกเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ…จะ ยังไงก็แล้วแต่ ดิฉันคงไม่ได้เข้าโรงหนังไปอีกพักใหญ่ล่ะค่ะ!