Entries from February 20, 2013

ผีของเล่น

คุณยายสมรเป็นคนตัวดำ อ้วนใหญ่ ปากร้าย แต่บางทีก็ดีใจหายได้เหมือนกัน…ตอนเสียชีวิตน่ะอายุ 76 ค่ะ โรคร้ายรุมเร้าสารพัด…ก่อนตายก็เป็นโรคงูสวัดอีกด้วยค่ะ!

ดูๆ ก็น่าสงสารเพราะไข้ขึ้นสูง ปวดและอ่อนเพลียจนลุกไม่ได้เลย…ต้องหอบหิ้วกันไปส่งโรงพยาบาล ทั้งที่โรคงูสวัดนี่เป็นแล้วก็หายได้ นะคะ แต่อาการคุณยายหนักมาก ดิฉันเป็นคน เฝ้าไข้เพราะตรงกับปิดเทอมใหญ่…ไม่ได้คิดว่า จะตาย นอกจากวันสองวันก็กลับได้

คุณยายเลยไม่ต้องจ้างคนรับใช้ ดิฉันกับแม่นี่แหละทำงานกันแทบทั้งวัน และต้องอดทนเมื่อถูกดุด่า บอกตรงๆ ว่าดิฉันไม่รักคุณยายสมรใจร้ายหรอกค่ะ

เวลาท่านดุแม่น่ะดิฉันเจ็บใจจริงๆ คุณยายเป็นคนเจ้าระเบียบ เอาแต่ใจตัวเอง ชอบระบายอารมณ์เอากับเราสองแม่ลูก จริงๆ แล้วท่านฐานะร่ำรวย มีลูกชายหญิงรวมแล้วถึงห้าคน แต่ทุกคนแต่งงานแล้วแยกบ้านไปหมด ไม่มีใครทนอยู่ด้วยหรอกค่ะ อยากปากร้ายนักนี่

เมื่อไปอยู่โรงพยาบาลราว 3-4 วัน คุณยายสมรก็ดูค่อยยังชั่วขึ้น พูดจาได้ แม้จะอ่อนระโหยโรยแรง แต่ก็ดีกว่าอยู่ที่บ้านซึ่งได้แต่กลอกตา

ทีแรกก็ดูดี แต่ตอนหลังๆ ชักเพ้อพิกล บางที ก็พูดกับใครที่มองไม่เห็นตัว ดิฉันก็กลัวซิคะ …แหม! อยู่โรงพยาบาลนี่นา เล่นพูดคุยกับอะไรไม่รู้ที่มาอยู่รอบๆ เตียง!

สายตาคุณยายสมรมักมองตามสิ่งที่ดิฉันมอง ไม่เห็น บางครั้งก็ยิ้มหรือหัวเราะเบาๆ เหมือนดูเด็กเล็กๆ วิ่งซนอยู่

พลบค่ำวันหนึ่ง ดิฉันอ่านหนังสือธรรมะให้คุณยายฟัง ขณะอ่านก็เห็นเงาแว่บๆ เหมือนมีใครเดินผ่านไป รีบเงยหน้าทันทีแต่ไม่มีใครสักคน…เราคงตาฝาดมั้ง! แต่แล้วเงานั้นก็ปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ดิฉันเห็นจากทางหางตาเท่านั้น ถ้าหันไปมองตรงๆ ก็ไม่มีอะไร

สิ่งที่น่ากลัวคือ อยู่ดีๆ คุณยายถามว่าเห็นตุ๊กตา 2 ตัวที่มานั่งปลายเตียงนั่นมั้ย? แหม! ดิฉันแทบจะกลับบ้านทันทีเลยค่ะ คงเข้าใจนะคะว่ามันหลอนน่าดู

ยิ่งคนกลัวผี และนี่ก็เป็นโรงพยาบาลด้วยนะ!!

ถึงจะกลัวแค่ไหนก็ต้องทนอยู่ให้ได้ ตอนดึกๆ คุณยายหลับสนิทไปแล้ว ส่วนดิฉันยังไม่กล้าหลับตา…เป็นแบบนี้มา 2-3 คืนแล้วค่ะ พอง่วงมากก็จะผล็อยหลับไปเอง…แต่ก่อนหลับจะคอยลืมตามองรอบห้องอยู่หลาย ครั้ง

คืนนั้น พอเคลิ้มๆ ก็เห็นเด็กผมจุก 2 คน ท่าทางเป็นเด็กผู้ชาย นุ่งโจงกระเบนสีแดง มีสังวาลพาดอยู่ช่วงบนของลำตัวที่เปลือยเปล่า เด็กทั้งสองวิ่งเล่นรอบเตียงที่คุณยายสมรหลับอยู่…ดิฉันผวาสะดุ้งตื่นยัง แว่วเสียงเด็กหัวเราะเต็มหู แล้วค่อยๆ จางหายไปในที่สุด

เอ…ท่าจะฝันไปเองละมั้ง?” ความกลัวคงออกฤทธิ์ ผสมกับคำว่า “ตุ๊กตา 2 ตัว” ที่คุณยายสมรพูดเลยเก็บไปฝัน

รุ่งขึ้น คุณยายมีไข้ต่ำๆ แต่ตาลอย หน้าเหลืองนวล ดูสวยเชียวละทั้งๆ ที่เป็นคนอ้วนดำ ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ! ดิฉันยังชมว่าคุณยายสวย…พอแม่มาเยี่ยม แม่ก็แอบกระซิบว่าเฝ้าคุณยายให้ดีนะ แม่สังหรณ์ใจยังไงไม่รู้

พอตกกลางคืน แม่ต้องกลับไปดูแลบ้าน ดิฉันเฝ้าไข้คุณยายตามเดิม

อีกแล้วค่ะ! พอนั่งเพลินๆ ก็เห็นอะไรแว่บหนึ่งทางหางตา คราวนี้เห็นสีแดงๆ มันทำให้นึกถึงร่างเล็กๆ ที่นุ่งโจงกระเบนแดง…ทันใดนั้น คุณยายสมรก็พูดขึ้นว่า “มารับแล้วเหรอจ๊ะ…เอาล่ะ! จะไปเดี๋ยวนี่ละนะ” แล้วก็เงียบเสียงไป

ดิฉันเห็นคุณยายเหม่อมองเพดาน นึกว่าท่านเพ้ออีกก็เลยจับแขนเขย่าเบาๆ

ต้องโทรศัพท์ตามลูกๆ ของท่านมาดูใจ…

คุณยายสมรสิ้นลมหายใจในคืนนั้น…เมื่อดิฉันเล่าเรื่องตุ๊กตา 2 ตัว หรือเด็กหัวจุก 2 คนที่เราเห็นเหมือนๆ กัน ใครๆ ที่ได้ฟังเรื่องนี้จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…นั่นคือยมทูต! น่าขนหัวลุกจังเลยนะคะ!

“ตุ๊กตา 2 ตัวนั่นมารับยาย! เห็นมั้ย…” เสียงแหบแห้งสั่นเครือดังขึ้นเล่นเอาผวา

“อะไร นะคะ…” ดิฉันได้ยินเสียงตัวเองราวคนใกล้จะร้องไห้เต็มที มือเท้าเย็นไปหมด แต่คุณยายกลับยิ้มนิดๆ พูดเสียงเบาแต่สดใสเหลือเชื่อ มันสั่นประสาทดิฉันสุดขีดจริงๆ ค่ะ

“เด็กหัวจุกโจงกระเบนแดงน่ะ น่ารักมาก… มาซีจ๊ะ แล้วเราจะได้ไปด้วยกัน!”

ราว สองชั่วโมงต่อมา คุณยายก็อาการทรุด ไม่รู้สึกตัว หมอและพยาบาลวิ่งกันวุ่น แต่ก็หมดหวัง …ชีวิตดิ้นรนที่จะออกจากร่างกายทรุดโทรม ใกล้หมดสภาพเต็มทีแล้ว…จนสำเร็จในที่สุด