Entries from April 8, 2013

ผีในน้ำ

ถ้าหาสติมิได้ ใจน้อมลงสู่ภวังค์เข้าถึงความสงบหน้าเดียว หรือมีสติอยู่บ้างแต่เพ่งหรือยินดีชมอยู่แต่ความสุข อันเกิดจากความสงบอันละเอียดอยู่เท่านั้น เรียกว่าอัปปนาฌาน

อัปปนาสมาธินี้มีลักษณะคล้ายกับผู้ที่เข้าอัปปนาฌานจนชำนาญแล้ว ย่อมเข้าหรือออกได้สมประสงค์ ช้านานสักเท่าไรก็ได้

ซึ่งเรียกว่าโลกุตตรฌานอันเป็นวิหารธรรมของพระอริยเจ้า

อัปปนาสมาธิเมื่อมันจะเข้าทีแรกหากสติไม่พอ เผลอตัวเข้ากลายเป็นอัปปนาฌานไปเสีย

ฌานแลสมาธิมีลักษณะและคุณวิเศษผิดแปลกกันโดยย่อ ดังนี้คือ

ฌานไม่ว่าหยาบและละเอียด จิตเข้าถึงภวังค์แล้ว เพ่งหรือยินดีอยู่แต่เฉพาะความสุขเลิศอันเกิดจากเอกัคคตารมณ์อย่างเดียว

สติ สัมปชัญญะหายไป ถึงมีอยู่บ้างก็ไม่สามารถจะทำองค์ปัญญาให้พิจารณาเห็นชัดในอริยสัจธรรมได้ เป็นแต่สักว่ามี ฉะนั้น กิเลสทั้งหลายมีนิวรณ์ 5 เป็นต้น จึงยังละไม่ได้ เป็นแต่สงบอยู่

ส่วนสมาธิไม่ว่าหยาบแลละเอียด เมื่อเข้าถึงสมาธิแล้วมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ตามชั้นแลฐานะของตน เพ่งพิจารณาธรรมทั้งหลายอยู่ มีกายเป็นต้น ค้นคว้าหาเหตุผลเฉพาะในตนจนเห็นชัดตระหนักแน่แน่วตามเป็นจริง

เพื่อให้ความเข้าใจต่อชั้นแห่งสมาธิมีความพิสดารชวนให้ติดตามมากยิ่งขึ้น ขอให้หยิบหนังสือ “พจนานุกรม เพื่อการศึกษาพุทธศาสน์” ฉบับของ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) เปรียบธรรม 9 ประโยค ราชบัณฑิต มาศึกษา

ขณิกสมาธิ แปลว่า สมาธิชั่วขณะ คือ สมาธิที่เป็นไปชั่วคราว ดำรงอยู่ไม่นาน

จัดเป็นสมาธิขั้นต้นอันเกิดจากการปฏิบัติกรรมฐานที่ทำให้เกิดความสุขสบายได้ ชั่วครู่และเป็นเหตุให้ควบคุมสติอารมณ์ได้ในขณะประกอบกิจหรือศึกษาเล่าเรียน ทำให้ใจเย็น ระงับอารมณ์ได้

อุปจาร แปลว่า การเข้าใกล้ ที่ใกล้เคียง ระยะใกล้ชิด

อุปจารสมาธิ หมายถึง สมาธิเฉียดๆ ใกล้จะเป็นอัปปนา

ยิ่งหากได้หนังสือ “พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์” (ชำระ-เพิ่มเติม ช่วงที่ 1) ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ยิ่งเพิ่มความเข้าใจ

ขณิกสมาธิ สมาธิชั่วขณะ สมาธิขั้นต้นพอสำหรับใช้ในการเล่าเรียนทำการงานให้ได้ผลดีให้จิตใจสงบสบาย ได้พักชั่วคราวและใช้เริ่มปฏิบัติวิปัสสนาได้ อุปจารสมาธิ สมาธิจวนจะแน่วแน่ สมาธิที่ยังไม่ดิ่งถึงที่สุด เป็นขั้นทำให้กิเลสมีนิวรณ์เป็นต้นระงับ ก่อนจะเป็นอัปปนา คือถึงฌาน อัปปนาสมาธิ การเจริญสมาธิที่ทำให้ถึงความหลุดพ้นด้วยกำหนดทุกขลักษณะ

โปรดอ่าน

 

ว่าสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี เป็นต้น ตามขั้นตามภูมิของตน ฉะนั้น สมาธิจึงสามารถละกิเลสมีสักกายทิฏฐิเสียได้

สมาธินี้ถ้าสติอ่อน ไม่สามารถรักษาฐานะของตนไว้ได้ย่อมพลัดเข้าไปสู่ภวังค์เป็นฌานไป

ฌานถ้ามีสติสัมปชัญญะแก่กล้าขึ้นเมื่อไรย่อมกลายเป็นสมาธิได้เมื่อนั้น ในพระวิสุทธิมรรคท่านแสดงสมาธิเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับฌาน

เช่นว่าสมาธิเป็นเหตุให้ได้ฌานชั้นสูงขึ้นไป ดังนี้ก็มี

บางทีท่านแสดงสมาธิเป็นเหตุของฌานเลย เช่นว่า สมาธิเป็นกามาพจร-รูปา พจร-อรูปาพจร ดังนี้ก็มี

แต่ข้าพเจ้าแสดงมานี้ก็มิได้ผิดออกจากนั้น

เป็นแต่ว่า แยกสมถะ ฌาน สมาธิ ออกให้รู้จักหน้าตามัน ในขณะที่มันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าเท่านั้น สำหรับผู้ฝึกหัดเป็นไปแล้วจะไม่งง

ที่ท่านแสดงไว้แล้วนั้นเป็นการยืดยาว ยากที่ผู้มีความทรงจำน้อยจะเอามากำหนดรู้ได้

ในความเห็นของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)—————————-สมถะ ธรรมเป็นเครื่องสงบระงับจิต 1 ธรรมยังจิตให้สงบระงับจากนิวรณูป กิเลส 1 การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ

ฌาน การเพ่งอารมณ์จนใจแน่วแน่เป็นอัปปนาสมาธิ 1 ภาวะจิตสงบประณีตซึ่งมีสมาธิเป็นองค์หลักธรรม

สมาธิ ความมีใจตั้งมั่น 1 ความตั้งมั่นแห่งจิต 1 การทำใจให้สงบแน่วแน่ไม่ฟุ้งซ่าน 1 ภาวะที่จิตตั้งเรียบแน่วอยู่ในอารมณ์ คือ สิ่งอันหนึ่งอันเดียว

เป็นเรื่องของความสงบ เป็นเรื่องของความตั้งมั่น แน่วแน่แห่งจิต