Entries from November, 2013

ฆาตกรรมจิตโหด

โทรศัพท์เครื่องที่ผมจะใช้อยู่กลางระหว่างบันไดกับคุณตา ผมเอ่ยปากอย่างสุภาพที่สุดว่าขออนุญาตโทรศัพท์ ท่านผายมือไปทางนั้นแล้วยิ้มให้ ผมค่อย โล่งใจแล้วย่องๆ ไปยืนโทรศัพท์ ตัวลีบเชียว

พอบอกแม่เสร็จก็วางหูเรียบร้อย แล้วหันไปไหว้ คุณตา คราวนี้ท่านยกมือรับไหว้

อ้าว? ท่านรับไหว้พร้อมๆ กับสลายไปในอากาศซะงั้น!

ผมแหกปากลั่น ไม่รู้โจนลงบันไดได้อีท่าไหน คนแตกตื่นกันทั้งบ้าน

ปรากฏ ว่าชายชราท่านนั้นเป็นคุณตาของเพื่อนผมจริงๆ แหละ ท่านตายไปตั้งหลายปีแล้ว ผมว่าคืนนั้นคนบ้านเพื่อนคงไม่เป็นอันหลับอันนอนกันล่ะ…แต่อย่าคิดว่าผีจะ มาเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้ผมไปบ้านนั้นนะครับ ผมยัง ไปเล่นกับเพื่อนเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมอยู่จนค่ำมืดอีกเลย

ผมเป็นคนที่เจอผีบ่อยมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะครับ ไม่รู้เป็นเวรกรรมอะไรซีน่า! บางคนพอรู้เข้าก็มองผมอย่างอิจฉา เขาบอกว่าผมเท่ซะไม่มี! ก็เพราะผมมีซิกธ์เซนส์หรือสัมผัสที่หกไงล่ะครับ

เขาหาว่าผมมีอำนาจจิตพิเศษยิ่งกว่าคนอื่น!

บางคนก็เรียกผมว่า “คนเห็นผี” โธ่…คุณ! มันสยองสิ้นดีละไม่ว่า

การเจอผีของผมนี่ไม่นับที่มาเข้าฝัน หรือ “ผีอำ” ที่เราอาจแย้งได้ว่าเป็นจิตใต้สำนึกหรือประสาทหลอน จริงๆ แล้วผมฝันถึงผีเป็นเรื่องเจ๋งๆ ทั้งนั้นเลย

ผีที่ผมเจอชนิดที่นับว่าเป็นผีจริงๆ อย่างเถียงไม่ออก ก็ต้องเป็นประเภทที่เจอโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ยกตัวอย่างก็แล้วกันครับ…เอาเรื่องที่ผมประทับใจที่สุด!

เมื่อตอน 10 ขวบเป็นเด็กแสนซน ทุกเย็นเวลาเลิกเรียนแล้วผมชอบไปเล่นที่บ้านเพื่อนจนใกล้ค่ำถึงกลับบ้าน วันหนึ่งผมเล่นเพลินไปหน่อย เงยหน้าขึ้นอีกที…อ้าว? ฟ้ามืดตึ๊ดตื๋อ ตายละวา…รีบโทร.หาแม่ก่อนดีกว่า ป่านนี้เป็นห่วงแย่เลย

แม่ของเพื่อนอนุญาตให้ไปใช้โทรศัพท์ที่ชั้นบน เพราะเครื่องที่อยู่ข้างล่างมันเสีย ชั้นบนบ้านเพื่อนเย็นนั้นยังไม่มีใครขึ้นไป ทุกคนอยู่ชั้นล่างหมด ข้างบนเลยมืดๆ ผมขึ้นบันไดไปสู่ความมืดแล้วกดสวิตช์ไฟแก๊ก…

อุ๊ย! มีคุณตานุ่งกางเกงแพรสีเขียว ใส่เสื้อป่านคอกลมสีขาวๆ นั่งบนเก้าอี้โยก!

ลองนึกภาพตามนะครับ…พอขึ้นไปสุดบันไดก็เป็นที่โล่งกว้าง มีห้องนอนอยู่สองด้าน ตรงกลางเป็นลานที่เราสามารถเดินออกไปสู่ระเบียง…เป็นบ้านที่เย็นสบายเชียว แหละ

คุณตานั่งเก้าอี้โยกตรงสุดทางด้านโน้น คือใกล้ประตูที่จะออกระเบียง ท่านโยกเก้าอี้ดังออดแอดๆ แล้วมองผมเขม็ง…ผมยกมือไหว้ ท่านยกมือขึ้นข้างหนึ่ง พยักหน้า และมีสีหน้าอ่อนโยนลง

 

พอใกล้โพล้เพล้ก็ตัวใครตัวมัน ผมรีบกลับบ้านก่อนมืด แม่ก็สบายใจขึ้นด้วย

อีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นตอนผมอายุ 28 แล้วล่ะครับ ไปเที่ยวบ้านเพื่อนอีกคนที่เชียงใหม่…บ้านเพื่อนคนนี้อยู่นอกตัวเมืองไป ราว 10 กิโลเมตร แต่ก็ยังเจริญ ไม่เป็นบ้านนอกแต่อย่างใด คือยังมีตรอกซอกซอย หมู่บ้าน ตึกแถว ร้านค้า ฯลฯ

คืนนั้นเพื่อนๆ ดื่มเหล้าเบียร์ ทำกับแกล้มกันสนุกสนาน เบียร์ที่ผมชอบเกิดหมดตอน 3 ทุ่ม…อ๊ะ! ไม่เป็นไร ผมไปซื้อที่ปากซอยได้ เพื่อนบอกให้เอาจักรยานไปแต่ผมอยากเดิน มันไม่ไกลนี่ครับ ราว 200 เมตรกว่าๆ เท่านั้นเอง

 

จริงอยู่ที่ตลอดซอยมีบ้านช่องสะพรั่งไปหมด แต่ 3 ทุ่ม เนี่ยชาวบ้านเขาเข้าบ้านนอนเงียบกันเกือบหมดแล้ว…มันก็เหมือนผมเดินเดียว ดายอยู่ปลายโลกร้างยังไงยังงั้น!

ระหว่างบ้านเพื่อนกับกลางซอยมีต้นมะขามสูงใหญ่ อายุคงจะหลายสิบปี เผลอๆ อาจจะเกือบร้อยปีก็ได้ ระดับ “มะขามเฒ่า” กิ่งก้านสาขาดูมันแข็งแกร่ง ใบดกหนา ร่มครึ้มมากๆ เลย

ขาไปผมเดินผ่านต้นมะขามได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ แต่ผมคิดว่าเป็นเสียงวิทยุหรือทีวีแว่วมา ก็ไม่ได้คิดอะไร แม้ว่าอากาศในฤดูหนาวค่อนข้างเยือกเย็น เล่นเอาขนลุกซู่บ่อยๆ ก็เถอะน่า

ขากลับ พอเดินผ่านมะขามต้นนั้น ผมเห็นอะไรสีขาวแวบๆ ทางหางตา ไม่อยากคิดว่าเหมือนคนนั่งบน กิ่งมะขามและห้อยขาลงมา…เมื่อไม่คิดก็ก้มหน้าซะ ไม่สนใจมอง

แต่พอเดินคล้อยหลังไม่กี่ก้าว ก็มีเสียงอะไรหนักๆ ตกจากต้นมะขามดังตุ้บ!

หันขวับไปดูตามสัญชาตญาณ ปรากฏว่าเป็นผู้หญิง ผมยาวแต่งชุดนอนขาวๆ โอ้โฮ! ผมโกยแน่บไม่คิดชีวิต ต่อมอะดรีนาลีนขับพลังเหนือมนุษย์ ทำให้ผมวิ่งได้ราว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็มาหอบแฮกๆ ที่บ้านเพื่อน

 

นรกในใจ

วันสยองของผมเกิดขึ้นเมื่อไอ้เก้งขับรถไปชนรถกระบะที่แล่นตัดหน้า ตูมเดียวกระเด็นลงมาคอหักตายคาที่ พ่อแม่มันร้องไห้แทบเป็นบ้า แม่ผมก็หน้าซีดหน้าเซียว พูดแต่ว่าเห็นมั้ย…เป็นไงมั่ง? ทีนี้จักรยานก็ไม่ต้องขี่แล้ว ในซอยเรามีรถวิ่งหนาตา ไปไหนใกล้ๆ ก็เดินเอาแล้วกัน

ผมล่ะเซ็งซะไม่มี!

หลังจากไอ้เก้งตายได้ไม่กี่วันเอง ก็มีคนเห็นวิญญาณ ของมันกลับมาที่บ้านน่ะซีครับ

ตอน นั้นผมเองยังไม่เห็นหรอก แต่เขาเห็นมันขี่มอเตอร์ไซค์เข้าซอยมาตอนดึกๆ ร่างแข็งทื่อ หัวหักห้อย บางคนได้ยินเสียงรถก็จำได้แล้วว่าเป็นรถใคร…บางคนก็ยืนยันว่าเดินเข้าซอย มาดีๆ ก็สวนกับไอ้เก้งที่ขับรถพุ่งปรื๋อหายวับไป เล่นเอาสติแตก ร้องจ้าไปทั้งซอย

คืนหนึ่งผมก็เจอเข้ากับตัวเองจังๆ

วันเสาร์ นั้นผมขอแม่ไปสวนจตุจักร นัดเพื่อนไว้ แม่สั่งให้รีบกลับก่อนค่ำ แต่เราไปเที่ยวสวนรถไฟกันต่อ มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่…ราวทุ่มเศษแม่ก็โทร.มาตามแล้ว พอบอกว่าอยู่ที่ไหน แม่ก็สั่งเสียงเข้มให้รีบกลับบ้านทันที ไม่งั้นจะออกไปตาม

แถมบอกว่าที่นั่นตอนกลางคืนทั้งเปลี่ยวทั้งอันตราย ทั้งโจรทั้งขี้ยาสารพัดมามั่วสุมกัน!

ผม ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงมากก็ชวนเพื่อนกลับ ใจน่ะไม่กลัวหรอกครับ ผมพกคัตเตอร์ติดตัวตลอด แถมไม่ต้องเสี่ยงโดนจับเหมือนเพื่อนที่พกมีดสปริงหรือปืนปากกาอีกด้วย

พอ เดินเข้าซอยรู้สึกวังเวงใจชอบกล ทั้งที่เพิ่งจะสามทุ่มได้ ฟ้าครึ้มฝน ไม่รู้คนหายไปไหนหมด แสงไฟฟ้าริมทางก็ดูเยือกเย็นพิลึก ทันใดนั้นเสียงมอเตอร์ไซค์ก็ดังขึ้นเบื้องหลัง ผมหันไปดูเห็นแสงไฟพุ่งจ้า ก่อนจะหายไปดื้อๆ

“ไอ้เก้ง…” ผมนึกขึ้นได้ ปากคอแห้งผากไปหมด รีบเดินขาสั่น…เห็นบ้านอื่นๆ ที่เรียงรายก็ปิดประตูรั้วกันหมด มีแต่ต้นไม้ข้างรั้วยืนทะมึน ไม่มีลมพัดแต่ทำไมมันไหวซู่ๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน

“อย่าหรอกกูนะมึง!” ผมพึมพำ อยากก้าวขาเร็วๆ แต่มันหนักอึ้งเหลือเชื่อ

เสียง มอเตอร์ไซค์หายไปแล้ว…ถ้าไอ้เก้งขับรถตามหลังมาจะทำยังไงดี? ผมคงเผ่นอ้าวเป็นลมพัดแน่ๆ เดินเหลียวหน้าเหลียวหลัง รู้สึกว่ามีใครเดินตามมาใกล้ๆ แต่มองไม่เห็น…

บางคนขยันเรียน ดูตำราลูกเดียว บางคนก็ชอบสะสมหนังสือการ์ตูนตั้งแต่เรียนชั้นประถมแล้ว บางคนชอบวาดรูป เล่นเกม สะสมบัตรเติมเงิน ฯลฯ

ผมคนหนึ่งละที่ชอบเลี้ยงปลากัด แมงมุมสีทอง หนูแฮมสเตอร์ สมัยก่อนเลี้ยงงูเขียวทั้งปากจิ้งจกและสายม่าน ไม่ใช่ชอบซิ่งนรกแบบไอ้เก้งหรอกครับ…เสียวโคตร!

เราอยู่ซอยเดียวกัน ไอ้เก้งชอบแวะมาหาบ่อยๆ ชวนซ้อนท้ายไปเที่ยว แต่ผมส่ายหน้าบอกเดี๋ยวโดนแม่ด่า ขนาดขี่จักรยานออกไปส่งเพื่อนที่ปากซอยนานหน่อยแม่ก็โทร.เข้ามือถือแล้ว

พอผมบอกว่าเลยไปซื้อของตลาด แม่แทบเป็นลม…สั่งให้รีบกลับบ้านด่วนจี๋ พอมาถึงก็เห็นแม่ยืนตาเขียวแทบขุ่นขวางอยู่หน้าประตูรั้ว สั่งว่าห้ามออกไปถนนใหญ่เด็ดขาด รถมันเยอะกับมีอันตรายมาก ถ้าทำอีกแม่จะทุบจักรยานทิ้งจริงๆ เอ้า!

สาเหตุที่ไอ้เก้งสนิทกับผมมากเพราะมันซึ้งผมครับ

เมื่อปีก่อนมันมาเล่นกีตาร์บ้านผม ขากลับผมได้ยินมันร้องจ๊ากที่ประตูรั้ว…พอวิ่งไปดูก็เห็นงูเขียวหางไหม้ กำลังเลื้อยอยู่ตรงหน้า ผมคว้าคอมันโยนข้ามรั้วไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้เก้งทั้งนับถือและซาบซึ้งบุญคุณผมตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

คิดดูก็แปลกนะ ไอ้เก้งบ้าบิ่น ชอบเสี่ยงตาย แต่ดันกลัวงูตัวเล็กๆ สารภาพว่ามันแพ้งู เจอใกล้ๆ ก็กลัวแทบขาดใจ กลัวจนเกือบฉี่ราด…ถ้าไม่ได้ผมช่วยวันนั้นมันอาจสติแตกก็ได้!

คนที่เราคิดว่าเก่งกาจ ใจถึงสุดๆ น่ะมักจะมีจุดอ่อนทุกคน!

 

ผมกลืนน้ำลายเอื๊อก…ถ้ามึงรักเพื่อนอย่าโผล่มานะ กูจิตหลุดแน่!

คิดอีกทีผมไม่น่าไปช่วยมันเรื่องงูเขียววันนั้นเลย ไอ้เก้งอาจจะจดจำบุญคุณผมไปจนถึงปรโลกก็เป็นได้…ไม่เป็นไร ลืมเรื่องจิ๊บจ๊อยซะ…ไปผุดไปเกิดเสียเถอะ! อย่ามานะขอร้อง! กูกลัวจริงๆ

มีเสียงใครถอนหายใจยืดยาวอยู่ข้างหู ถึงจะมองไม่เห็นแต่ผมก็รู้ว่าเป็นมัน…ไอ้เก้งแน่ๆ ที่มาส่ง…ไม่คิดมั่งนะว่าเพื่อนจะจิตหลุด หัวใจหวิดล่มสลายอยู่แล้ว! ไปสู่ที่ชอบๆ เถอะเพื่อนเอ๋ย…

ถึงบ้านเหมือนขึ้นสวรรค์! ต่อไปนี้ผมคงไม่ยอมกลับบ้านค่ำๆ มืดๆ อีกแล้ว ถึงจะไม่เห็นก็รู้ว่าผีเดินตามมาส่งตลอดทาง! บรื๋อออ…