Entries from December, 2013

ผีหมาป่า

ชาวบ้านโจษจันกันว่า ผัวหนุ่มเมียสาวที่มาเช่าข้างบ้านผมคงจะได้เสียกันโดยผู้ใหญ่ไม่รู้ จนผู้หญิงท้องโต พวกเขารอจนคลอดก็ทำคลอดกันเองและฆ่าเด็กซะ เอาไปหมกในที่ร้าง จากนั้นก็กลับบ้านตัวเปล่า ปกปิดความผิดที่ท้องโดยไม่ได้แต่งงาน

จากนั้น ที่ดินตรงนั้นมักจะมีเสียงร้องแง้วๆ อย่างน่าสงสารเป็นประจำ!

ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นเสียงแมวหรือเสียงอะไร แต่ที่แน่ๆ ใครๆ ก็ว่าเป็นเสียงผีเด็กทารกที่มาเรียกร้องความยุติธรรม!

เชื่อมั้ยครับว่านับแต่นั้นจะมีคนทำแท้ง และนำซากทารกมาทิ้งที่ตรงนั้นบ่อยเชียวละ!

ครั้งหนึ่งเมื่อเกือบสิบปีก่อน…

ตอน นั้นผมอายุสิบกว่าขวบ ยังจำได้ดีว่าคืนหนึ่งมีเสียงคนร้องโวยวายลั่นซอย คนนั้นเป็นชาย ทราบภายหลังว่าชื่อน้าทวีป เดินกลับจากบ้านเพื่อนแถวริมทางรถไฟแล้วเลี้ยวเข้าซอยมาเพื่อจะไปบ้านตัวเอง ที่ปากซอยอีกด้านหนึ่ง

ขาเล่าว่าได้ยินเสียงทารกร้องอุแว้ๆ ในที่ดิน ล้อมรัวสังกะสีผุๆ เขาสงสัยเต็มแก่ก็เลยแอบมองดู พบทารกตัวโตเท่าคนหนุ่มๆ แต่เป็นเด็กแดงๆ นอนคว่ำแกว่งเท้าไปมา เล่นอาบแสงจันทร์อยู่อย่างน่าขนลุก

เช่น ฆ่าตัวตาย โดนฆ่าตาย ล้วนแต่น่าสยดสยองพองขนทั้งนั้น!

เรื่องนี้คุณลุงของผมทราบดีครับ เพราะท่านอยู่ในซอยนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้เกือบหกสิบ จะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังได้ยังไงล่ะครับ?

ซอยผมอยู่หลังสถานีรถไฟ คุณลุงเล่าว่าเมื่อเกือบห้าสิบปีก่อนยังเปลี่ยว เป็นท้องทุ่งท้องนา มีบ้านอยู่ยี่สิบกว่าหลัง ถนนในซอยก็เป็นลูกรัง แต่ที่ดินแถวนี้มีผู้มาซื้อ มาจับจองไว้หมดแล้ว

บ้านของผม หรือที่จริงก็บ้านคุณปู่น่ะ เป็น ตึกใหญ่ ข้างบ้านรั้วเดียวกันเป็นบ้านไม้สองชั้น และชั้นบนทำเป็นห้องเช่า

ตอนนั้นมีผัวหนุ่มเมียสาวมาเช่าอยู่ ผู้หญิงกำลังท้องแก่เชียวครับ คืนหนึ่งตอนดึกสงัดราวสองยาม กว่าๆ มีเหตุการณ์บางอย่างชุลมุนชุลเกอยู่ที่บ้านนั้น คุณลุงเล่าว่าได้ยินเสียงเหมือนร้องแง้วๆ คล้ายแมวไม่สบาย สักพักหนึ่งก็เงียบไป

พอรุ่งขึ้น สองผัวเมียก็ขนของหิ้วกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อกลับภูมิลำเนา ของตัวเอง คุณลุงบอกว่า ผู้หญิงยังท้องโตอยู่ แต่ดูอ่อนเพลีย และค่อยๆ เดินอุ้ยอ้ายไปอย่างเชื่องช้า

บ้านผมนั้นถ้าเดินออกประตูเลี้ยวซ้ายไปราว 50 เมตรก็จะเป็นทางสามแพร่ง ถ้าเลี้ยวซ้ายไปอีกทีก็จะเป็นชุมชนสลับกับที่ดินรกร้างว่างเปล่า แต่ล้อมรั้วสังกะสีเอาไว้

ราว 2-3 วันต่อมา ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นได้กลิ่นเน่าก็เลยแหวกรั้วสังกะสีเข้าไปดู พบกองผ้าปูที่นอน ผ้าถุงและผ้าเช็ดตัวเปรอะเลือด ในห่อผ้าขนหนูมีศพเด็กทารกเพิ่งเกิดนอนเน่าอยู่

น้าทวีปร้องจ๊าก แล้ววิ่งเตลิดเปิดเปิง ล้มลุกคลุกคลานกว่าจะกระเซอะกระเซิงถึงบ้านก็เหน็ดเหนื่อยแทบจะขาดใจตาย

กลายเป็นตำนานผีประจำซอยไปอีกเรื่องหนึ่ง!

ปัจจุบันที่ดินแปลงนั้นถูกปรับเปลี่ยน ทำเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่าราวปีเศษ และมักจะเกิดเรื่องราวแปลกๆ น่ากลัวอยู่เสมอเมื่อเวลาผ่านไปไม่ช้าไม่นาน

มีทั้งฆ่ากันตายเพราะความหึงหวง ผู้ชายแทงสาวคนรักจนตายแล้วเตลิดหนีบ้าง บีบคอฝ่ายหญิงตายคาที่นอนแล้วใช้มีดแทงหน้าอกตัวเองบ้าง คนร้ายบุกเข้าข่มขืนฆ่านักศึกษาสาวจนตายคาห้องพักก็มี

แต่อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่ากับชาวบ้านแถวนั้นโดนผีเด็กหลอกหลอนต่างๆ นานาจนวิ่งกันฝุ่นตลบอยู่เป็นประจำ

ที่น่าสยดสยองสุดๆ คือมีคนเห็นทารกตัวโตเท่าผู้ใหญ่ นอนกลิ้งเล่นกับเด็กๆ ที่เป็นผีด้วยกัน…หัวเราะเอิ๊กอ๊ากสนุกสนาน แต่คนที่ได้ยินถึงกับเข่าอ่อน หวิดจับไข้หัวโกร๋นไปตามๆ กัน

ตอนดึกๆ เวลาผมต้องใช้อินเตอร์เน็ตทำงานส่งอาจารย์ ผมมักได้ยินเสียงแง้วๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่านั่นคือเสียงแมวหรือเสียงผีเด็กทารกกันแน่…น่าขนหัวลุก จริงๆ ครับ!

ปลุกวิญญาณผีตายโหง

วันเกิดเหตุตรงกับวันเสาร์ ตอนบ่ายมีน้องแจง-นักร้องสาวสวยจากแถวปิ่นเกล้าแวะเอาหอยทอดมาฝาก…เราคบ กันมาเกือบเดือนแล้วครับ มีความสุขตามประสาหนุ่มสาวที่ยังไม่มีพันธะผูกพัน ผมเปิดเบียร์จากตู้เย็นมากินกับหอยทอด แจงก็ช่วยจัดบ้านช่องให้เหมือนทุกครั้ง ตกเย็นก็แต่งตัวออกไปหาซื้ออาหารที่ปากซอย โดยสารมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ผ่านไปมาบ่อยๆ

ผมงีบหลับไปตั้งแต่ก่อนแจง จะออกจากบ้านแล้ว…ตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าก็พอดี ได้ยินเสียงบันไดลั่นเอี๊ยดๆ แล้วเดินเข้าห้องนอนโดยไม่พูดไม่จา ผมเกิดระแวงยังไงชอบกลเลยร้องถามออกไปว่า…แจง! แจงเหรอ?

คำตอบคือเสียงเยือกเย็นน่ากลัวพิลึก…จะมีใครล่ะค้า…

เอ๊ะ! แจงเกิดมีลูกเล่นอะไรขึ้นมาล่ะ? ผมรีบล้างสบู่ซ่กๆ แล้วนุ่งผ้าเช็ดตัวออกจากห้องน้ำ…เห็นแจงในความสลัวกำลังเดินช้าๆ ไปทางประตูห้องนอนที่เปิดโล่ง ผมร้องถามว่า…จะไปไหนล่ะ? กลับมานานแล้วเหรอ? แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ แม้แต่คำเดียว

จู่ๆ ผมก็ขนลุกซ่าไปทั้งตัว รู้สึกว่าอากาศในห้องเยือกเย็นผิดปกติ รีบจ้ำอ้าวตามไปติดๆ แต่ก็ไม่เห็น โผล่เข้าไปดูในครัวก็ไม่มีวี่แววของเธอแม้แต่เงา!

แจงหายไปไหนรวดเร็วปานนี้? เสียงรถแล่นผ่านไปมา ผมใจหายวูบเมื่อนึกถึงแจงที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ทั้งขาไปและขากลับ! หรือว่า…

ปัญหานี้แหละสำคัญ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนผีหลอกที่ไหน เมื่อไหร่? ขนาดกลางวันแสกๆ ยังมีคนโดนหลอกมาแล้วนี่นา ถ้าผีมีจริงก็คงจะอยู่ในมิติที่ซ้อนอยู่กับเรานี่แหละ! คนที่เชื่อเรื่องผีมากๆ ยืนยันว่า รอบๆ ตัวเรามีแต่ผี…ผู้ไม่มีร่างกายทั้งนั้นแหละ นับสิบนับร้อยด้วยซ้ำไป!

ผมเป็นคนแถวบางพลัด ถนนจรัญสนิทวงศ์นี่เอง ในซอยยังมีโรงแรมม่านรูดทั้งเล็กและใหญ่ตั้งมาเกิน 30 ปีทั้งนั้น…ใครไม่เชื่อเรื่องผีเต็มร้อยลองมาอยู่แถวบ้านผมดูซีครับ แล้วจะซึ้งว่าความหวาดระแวงจนถึงกลัวผีสุดๆ น่ะเป็นยังไง?

เสียงร่ำลือว่าซอยนี้ผีดุเหลือหลายนั้น พอจะรับฟังได้อยู่ครับ

ในซอยลึกที่เต็มไปด้วยบ้านช่องและผู้คนคึ่กๆ นับวันก็ยิ่งมากหน้าหลายตาขึ้นทุกที มีพวกวัยรุ่นและขาเมายกพวกตีรันฟันแทงกันจนถึงล้มตาย ไหนจะรถราชนกัน เลือดสาดเต็มถนน โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ทั้งส่วนตัวและรับจ้างเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ยิ่งรถในซอยไม่แยแสหมวกนิรภัยด้วยแล้ว…ตายมากกว่ารอดครับ!

เมื่อตอนต้นปีก็มีสาวก้นซอยซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หักหลบเด็กที่วิ่งเล่นเจี๊ยวจ๊าวไปเสยตูมเข้ากับกำแพงบ้าน…คนขับขาหักทั้ง สองข้าง ผู้โดยสารกะโหลกแตก ทั้งเลือดและมันสมองไหลเยิ้ม…ไม่ช้าก็มีคนเห็นเธอเดินร้องไห้ตอนดึก เล่นเอาเผ่นกระเจิงไปตามๆ กัน

ถัดมาไม่นานก็มีข่าวหญิงสาวโดนฆ่าหมกศพไว้ใต้เตียงในโรงแรมม่านรูด…ช่วง นั้นเกิดเหตุแบบนี้บ่อยครับ ไม่ว่าในฝั่งธนบุรีหรือกรุงเทพฯ จะกลัวผีหรือไม่กลัวก็ตาม ได้ยินข่าวก็ขนหัวลุกแล้ว

ยิ่งหนุ่มสาวที่ไปเคยหลับนอนกันบนเตียงที่มีศพถูกซุกอยู่ข้างล่าง เห็นข่าวแล้วแทบจะสติแตกแค่ไหน ก็คงจะมองเห็นภาพกันได้ง่ายๆ

ผมเองก็อยู่บ้านคนเดียวเสียด้วยซี!

เป็นบ้านชั้นเดียวใต้ถุนเตี้ย มีรั้วรอบขอบชิดอยู่ในซอยแยก พ่อแม่ซื้อที่ปลูกบ้านมาเกือบ 40 ปีแล้ว ผมเองเป็นลูกโทนครับ เมื่อสิ้นบุญพ่อแม่ก็อยู่คนเดียว…แต่ก็ไม่ถึงกับเปลี่ยวใจอะไรนักหนา เพราะมีสาวที่รู้ใจแวะมาพูดคุย…ถูกใจก็อยู่นานหน่อย ไม่ถูกใจก็อำลากันไปอย่างรวดเร็ว

 

เสียงบันไดลั่นเอี๊ยดๆ จนผมสะดุ้งเฮือก รีบปราดเข้าไปมองก็เห็นแจงกำลังหอบหิ้วถุงอาหารพะรุงพะรังขึ้นบันไดมา ปากคอผมแห้งผากแต่ครางออกมาเบาๆ…แจง! เพิ่งมาเหรอ? เล่นเอาเธออดหัวเราะไม่ได้…แน้! เห็นก็เห็นยังจะถามอีก!

รีบเข้าไปช่วยหิ้วถุงโดยไม่ยอมปริปากว่า…มีผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นบันไดเข้า ห้องนอนเพิ่งหายไปเมื่อตะกี้เอง กลัวว่าแจงจะหวาดกลัวเปล่าๆ ได้แต่สงสัยว่าวิญญาณเร่ร่อนของใครหนอที่แวะเข้ามาหา หรือจะเป็นลางว่า ผมต้องชวนแจงมาอยู่เป็นเพื่อนตลอดไปก็ไม่รู้ซีครับ! บรื๋อออ….

ผีฆาตกรเลือดเย็น

“แจ้วเอ๊ย! นี่แน่ะมีคนมาเยอะแยะเลย ทั้งเด็กทั้งคนแก่ นี่เด็กผู้ชาย ไอ้ตี๋ก็นอนข้างยาย เขาเป็นคนจีนหมดเลยนะ” แล้วคุณยายก็พูดภาษาอังกฤษ “แวร์ อาร์ ยู คัมฟรอม? อ๋อ! ไชน่า ไอแอมไทย เฮียร์อีสไทยแลนด์”

คุณยายบอก ว่า ดูซิ! ผู้หญิงจีนอ้วนๆ โผล่หัวมาจากปลายเตียง มีแต่หัวไม่มีตัว และมองไปรอบๆ ห้องอย่างงงงัน คุณยายปลอบเขาเป็นภาษาอังกฤษ

เด็กน้อยหรือไอ้ตี๋ของคุณยายกำลังตื่นขึ้นมาร้องไห้จ้าๆ คุณยายบอกว่าไอ้ตี๋หิวนมมากจะทำยังไงดี?

“เออดี…นี่แจ้ว มีพยาบาลเป็นสาวจีนเดินถือขวดนมออกมาจากกำแพง มาอุ้มไอ้ตี๋ขึ้นแล้วป้อนนมขวด มันดูดจ๊วบๆ เชียว”

หนู ไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้หรอกค่ะ แต่คุณยายหัวเราะอารมณ์ดี บอกหนูว่ามีแต่คนจีนทั้งหมด พยาบาลและคนไข้เดินอยู่รอบเตียงคุณยาย บางคนก็ยิ้มกับท่าน บางคนก็ไม่เห็น และมีหลายคนที่แสดงอาการเจ็บป่วย อ่อนระโหยโรยแรง

“นี่ยายฝันรึเปล่าแจ้ว?” คุณยายถามหนู

ใครจะไปตอบถูกล่ะคะ?

หนูเปิดไฟหัวเตียงไว้ไงคะ ห้องก็เลยสลัวพอจะมองเห็นกันได้

คุณยายเรียกหนูเสียงดังแล้วเล่าอย่างตื่นเต้น

หนูมึนไปหมดแล้ว กลัวจนขนลุกขนพองเลย ล่ะค่ะ

อาการประสาทหลอนของคุณยายตอนนี้มันมีอะไรแปลกๆ ทำไมคุณยายต้องเห็นคนจีน แถมบอกหนูด้วยว่า…รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่เมืองจีนโน่น…

คุณยายไม่เคยรู้สักนิดว่าเตียงที่คุณยายนอนอยู่นั้น แม้ว่าจะเป็นเตียงใหม่เอี่ยม แต่ก็ทำมาจากประเทศจีนค่ะ!

หนู นอนแทบจะคลุมโปง ไม่รู้ว่าคุณยายเห็นอะไรกันแน่…เห็นเป็นเรื่องเป็นราว! ที่สำคัญคือเป็นคนจีนทั้งหมด ราวกับคุณยายหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองจีนงั้นแหละ!

…เตียงนี้เป็นเตียงใหม่เอี่ยมทำมาจากต่างประเทศ!

ก่อนอื่นต้องเล่าบรรยากาศห้องหนูให้คุณฟังก่อนว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

บ้านหนูตั้งอยู่บนที่ดินเกือบสองไร่แน่ะค่ะ เดิมน่ะหนูอยู่บนตึกใหญ่กับพ่อแม่พี่น้อง ส่วนคุณยายกับคุณย่าอยู่เรือนหลังเล็กที่ปลูกไกลออกไปทางท้ายสวน เป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ตอนกลางวันไม่สู้กระไร แต่พอตกกลางคืนมันเงียบและมืด เห็นแล้ววังเวงใจน่าดู

สาเหตุเพราะคุณยายคุณย่านอนแต่หัวค่ำ ยิ่งพอคุณย่าตายแล้ว คุณยายอยู่คนเดียวก็ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ แต่คุณยายไม่กลัวนะคะ…

เป็นหนูเองน่ะแหละที่กลัวมากๆ เลย!

เมื่อเดือนก่อนคุณยายเบื่ออาหาร ไม่ยอมกินข้าวจนผอมซีด คุณแม่เลยรีบปรึกษาหมอ คุณหมอให้ไปโรงพยาบาลด่วน…ต้องฟื้นฟูคุณยายอยู่สิบกว่าวัน ด้วยการให้เลือดหนึ่งถุง และบำรุงด้วยอาหารเสริมที่แพงแสนแพง

พอคุณยายกลับบ้านได้ สิ่งที่หนูกลัวก็บังเกิดทันที นั่นคือหนูต้องเป็นคนไปนอนเฝ้าคุณยายตลอดคืนและตลอดไป ตอนกลางวันจะมีคนมาดูแลแบบเช้าไปเย็นกลับ

ขอยอมรับแบบไม่อายว่าหนูกลัวจริงๆ แหม! ไม่ว่าเด็กคนไหนก็ต้องกลัวผีกันทุกคนน่ะแหละค่ะ! หนูเองน่ะทั้งกลัวผีคุณย่ากับกลัวความมืดมิดวังเวง ห้องคุณยายค่อนข้างกว้างขวาง คุณยายนอนเตียงพยาบาล ส่วนหนูปูที่นอนกับพื้นห่างออกมา

คุณยายหนูละเมอเก่งมาก ชอบเห็นภาพหลอนต่างๆ ตามประสาคนชราสมองเสื่อม!

และแล้วคืนหนึ่งตอนตีสาม หนูก็ต้องตกใจสะดุ้งตื่นเพราะเสียงคุณยายเซย์ไฮเป็นภาษาอังกฤษดังลั่นเชียว ค่ะ มันเหมือนกับท่านทักทายคนที่ชอบพอกัน…แต่เปล่าหรอก หนูว่าท่านไม่ได้ละเมอแต่ลืมตาแป๋ว…