Entries from May, 2014

จิตสังหารจากผี

 

บ้านดั้งเดิมสมัยพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อเร็วๆ นี้ อยู่ในซอยอารีย์ สนามเป้า ถือว่ามีบ้านช่องตึกรามคับคั่ง รถราก็ขวักไขว่หนาตาจนพูดได้เต็มปากว่าไม่เปล่าเปลี่ยวน่ากลัวอะไร ยกเว้นแต่จะมีพวกคนร้ายบ้างก็คงไม่แตกต่างกว่าตรอกซอย หรือในชุมชนอื่นๆ ทั่วไป

จนกระทั่งถึงน้ำท่วมใหญ่คราวนี้เอง! เพราะก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้คนนับแสนนับล้าน อย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิต

เพราะน้ำท่วมใหญ่ที่กำลังทะลักเข้ารายล้อมเมืองหลวง เหมือนโดนข้าศึกเตรียมพร้อมจะโจมตีขั้นแตกหักในเร็ววัน…ทำให้ดิฉันต้อง เจอะเจอกับเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทมากที่สุดตั้งแต่จำความได้เลยค่ะ!

ครองสามีปลอดภัย…หนังตาหนักอึ้งจิตใจจมดิ่งเข้าสู่ ภวังค์…ล่องลอยไปสู่ความว่างเปล่าและมืดดำราวกับตกไปสู่ห้วงเหวล้ำลึก…

มารู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำขึ้นบันไดมา

ทำให้ผลุนผลันจะไปถอดกลอน แต่ประตูเปิดผาง ร่างสามียืนทะมึน ใบหน้าซีกหนึ่งเปรอะเลือดสดๆ จนดิฉันยกมือขึ้นอุดปาก เบิกตาโพลง หัวใจแทบจะหยุดเต้นบัดดล!

คุณพระช่วย! ขณะที่ดิฉันกำลังจะวิ่งเข้าไปหา ใบหน้านั้นก็แสยะยิ้ม นัยน์ตาจ้องมองเย้ยหยัน สืบเท้าเข้ามาหาช้าๆ เล่นเอาดิฉันผงะหน้า ซวนเซถอยหลังไปที่เตียง… ท่ามกลางกลิ่นเลือดกับกลิ่นเหงื่อไคลคละคลุ้ง

นรกเป็นพยาน! แววตาขุ่นขวางเหมือนคนบ้าคลั่งคู่นั้น ไม่ใช่ดวงตาของสามีเราแน่นอน! ตรงกันข้าม มันคืออสุรกายที่แฝงมาในร่างสามีดิฉันนั่นเอง!!

พริบตานั้น ร่างอุบาทว์ก็ถาโถมพรวดเดียวเข้ามาถึงตัว สองแขนตวัดรอบเอวพลางระดมจูบหน้าตาที่เบี่ยงหลบบ้าคลั่ง กลิ่นเหม็นแทบสำลักพลุ่งเข้าจมูก แม้มันจะซุกหน้าลงที่ซอกคอด้วยอาการหื่นกระหาย ดิฉันพยายามดิ้นรนเต็มที่ ท่ามกลางเสียงฟืดฟาดไม่หยุดหย่อนจนแทบจะช็อกตายด้วยความหวาดหวั่นสุดขีด

สามีดิฉันทำงานอยู่แถวคลองจั่น กว่าจะขับรถกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ ยิ่งเกิดน้ำท่วมในย่านนั้น ไม่ว่าวิภาวดีฯ โชคชัย จนถึงน้ำล้นคลองลาดพร้าวขึ้นมา ต้องหลบเลี่ยงเข้าซอย 48 มาออกสุทธิสาร ยิ่งทำให้กลับบ้านล่าช้าไปถึง 3-4 ทุ่ม ส่วนดิฉันทำงานอยู่โรงพยาบาลย่านราชวิถีใกล้ๆ บ้าน ทำให้รอดตัวไป

ปัญหาสำคัญก็คือเป็นห่วงสามีน่ะซีคะว่าจะหลบหลีก หรือฟันฝ่าสายน้ำที่เอ่อสูงขึ้นทุกทีมาได้หรือเปล่า?

ได้ยินเสียงแตรรถเบาๆ ป้าแจ่มที่นอนชั้นล่างไปเปิดประตูรับก็โล่งใจแล้วค่ะ

บ้าน ที่มีเพียงผู้หญิงสองคน แม้ว่าจะอยู่ใกล้ถนน มีเพื่อนบ้านเรียงรายคับคั่ง แต่ก็อดใจคอตึ้กๆ ตั้กๆ ไม่ได้…จนกระทั่งถึงคืนสยองขวัญที่ดิฉันคิดว่าคงจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว!

คืน นั้นกินอาหารค่ำแล้วดูทีวีที่มีแต่เรื่องน้ำท่วมจนจิตใจหดหู่ ยิ่งดูมาเป็นเดือนก็ยิ่งเครียดจนตัดสินใจขึ้นห้องนอน ส่วนป้าแจ่มก็ยังคอยดูละครหลังข่าวตามความเคยชิน…จิตใจว้าวุ่นสับสนบอกไม่ ถูก โทร.ไปหาสามีก็บอกว่าเขาห้ามเข้าซอยเดิมแล้ว ต้องย้อนกลับไปทางเก่าเพื่อหาทางออกสุทธิสาร ไม่แน่ใจว่าจะทะลุออกสะพานควายได้หรือเปล่า?

ดิฉันรู้สึกอ่อนล้าอิดโรยแทบจะสิ้นเรี่ยวแรง เอนหลังลงบนเตียง มือกำหลวงพ่อทวด ภาวนาให้ท่านช่วยคุ้ม

บัดดล ราวกับฟ้าแลบเข้าสมอง ดิฉันนึกถึงหลวงพ่อทวดที่เป็นมรดกตกทอดมาร่ำร้องอยู่ในอกว่า “หลวงปู่ช่วยลูกด้วย” ก่อนจะกำกระชากจากสร้อยคอขึ้นมาฟาดใส่หน้ามัน!

คราวนี้ภูตนรกแผดร้องโหยหวน ผงะหน้าราวกับโดนอาวุธประเคนเข้าใส่เต็มรัก สองแขนปล่อยร่างดิฉันที่ชูหลวงพ่อทวดเข้าหาร่างที่ถอยกรูดๆ ออกจากประตูไม่เหลียวหลัง…เกือบพร้อมๆ กับที่เสียงป้าแจ่มร้องเอะอะโวยวายมาเข้าหู

ดิฉันสะดุ้งเฮือก ลืมตาตื่นก็พบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเตียงนั่นเอง!

หันขวับไปมองประตูก็พบว่ามันเปิดโล่ง รีบกระโดดลงไปที่นั่น ก่อนจะวิ่งลงบันไดเมื่อรู้แน่ว่าสามีกลับมาแล้ว…แต่แล้วก็ใจหายวาบเมื่อ เห็นป้าแจ่มยืนอยู่ข้างรถ ดิฉันถลาเข้าไปหาก็พบว่าสามีนั่งพิงประตู เลือดเปรอะใบหน้าข้างหนึ่งเหมือนกับภาพในฝันไม่มีผิด

ปรากฏว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งเข้ามาชน ทั้งรถและคนขับกระเด็นไปข้างทาง เขาเองก็สิ้นสติไป…ไม่รู้ว่าขับรถมาถึงบ้านได้ยังไง?

ดิฉันหัวเราะทั้งน้ำตาเมื่อรู้ว่าสามีไม่เป็นอะไรมาก… แต่ขนหัวลุกน่ะซีคะ!

การพนันเมืองผีโหง

จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นใกล้ๆ เล่นเอาหวิดสะดุ้ง หันไปเห็นสาวผมยาวในชุดสีดำ แสงสลัวและวูบวาบจากจอทำให้เห็นใบหน้าสะสวยพอใช้ อายุมากกว่าผมนิดหน่อย กำลังนั่งข้างๆ พร้อมกับชะโงกหน้ามายิ้ม นัยน์ตาเป็น ประกาย…อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอเข้ามาหาผมจากตรง ไหนกัน?

ขณะที่ผมกำลัง อึกอัก เธอก็ยิ้มมุมปาก เอื้อมมือมาวางบนโคนขาผมพลางบีบเบาๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาช้าๆ แล้วก็เอนศีรษะอิงไหล่ผมจนได้กลิ่นกรุ่นจากสาบสาว ทำให้ผมใจเต้นแรงกว่าเดิม

รู้อยู่เต็มอกว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่า มาคอยล่าเหยื่อในโรงหนัง พวกเพื่อนๆ เคยเล่าให้ฟังมาแล้ว ผมเคยเห็นก็จริง แต่ยังไม่เคยโดนจู่โจมจนถึงตัวอย่างนี้มาก่อนเลย

ด้วยความที่ไม่อยาก ให้เธอว่าตัวเองคือไก่อ่อน ทำให้ผมนั่งเฉยราวกับเจนจัดมามาก เธอชมว่าผมรูปหล่อ อยากมีแฟนหน้าตาอย่างนี้…ก่อนจะลงเอยว่าเราไปหาความสุขกันดีกว่า!

ผมทำเป็นใจกับภาพพิศวาสในจอ ถามยิ้มๆ ว่าไม่คิดเงินใช่มั้ย?

เธอทำท่าออเซาะ บอกว่าขอสองร้อยเอง ผมนิ่ง แต่ใจเต้นแรงยิ่งขึ้นเมื่อเธอใช้มือกระตุ้นอารมณ์ชายอย่างช่ำชอง

ใน ที่สุดเธอบอกว่าร้อยเดียวก็ได้ แล้วจัดการกับซิปกางเกงผม ผมรีบปัดมือเธอออก เธอพึมพำว่างั้นก็ไปห้องน้ำ แล้วออกเดินนำหน้าผมที่ลุกเดินตามไปอย่างว่าง่าย…ในตัวผมมีเงินอยู่ร้อย บาทเศษๆ เท่านั้นเอง

 

ตอนนั้นหนังเอ็กซ์หนังอาร์กำลังฮิต ค่าเช่าวิดีโอก็ปาเข้าไปม้วนละ 50 บาทในยุคแรกๆ เสาร์อาทิตย์ผมมักจะแวบไปดูหาประสบการณ์บ่อยๆ ยอมรับว่าใจยังไม่ถึงอย่างพวกเพื่อนๆ ที่เข้าไปดูทั้งชุดนักเรียนเลย กลัวสารวัตรนักเรียนจับได้อย่างจับเด็กโดดเรียนเล่นเน็ตในสมัยนี้…เดี๋ยว พ่อตีตาย!

วันนั้นสบโอกาส ผมก็ออกจากบ้านไปเดินเที่ยวห้างเมอร์รี่คิงส์ก่อน ดูนั่นดูนี่พอเพลินๆ ใจ พอราวบ่ายสองโมงก็มุ่งหน้าไปโรงหนังที่หมายตาไว้เมื่อวาน เป็นหนังฝรั่งทั้งสองเรื่องเลย

คนดูค่อนข้างบางตา อาจจะเป็นเพราะฉายมาหลายวันแล้วก็ได้ ผมเลือกที่นั่งห่างจากคนอื่นๆ จะได้ดูสบายๆ มีสมาธิเต็มที่

ก็เป็นหนังเรตอาร์ธรรมดา แต่ทำให้วัยรุ่นอย่างผมใจเต้นแรงได้เอาการ

ผมดูหนังบ้าง ดูคนอื่นๆ บ้าง ทุกคนดูคล้ายไม่สนใจนัก แต่บางคู่ก็มีกอดจูบและอาจจะลูบคลำกันบ้าง อันที่จริงผมก็เคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว แต่ทำไมถึงใจเต้นผิดจังหวะทุกครั้งก็ไม่รู้ซีครับ?

“พี่ๆ มาคนเดียวเหรอ?”

 

ใจจริงอยากรู้มากกว่า ว่าเสียงเล่าลือที่ฟังมามากถึงเรื่องแบบนี้ในโรงหนังจะเป็นยังไง?

ในห้องน้ำชายมีกลิ่นไม่สะอาดเลย แต่ก็ไม่มีคนอื่นๆ เลยเช่นกัน!

“ขอเข้าส้วมแป๊บนึงนะพี่” เธอบอกยิ้มๆ เพิ่งสังเกตว่าเธอนุ่งกระโปรงสั้น สวมเสื้อยืดคอกลม รูปร่างเล็กบางแต่ก็สมส่วนพอใช้ ผมพยักหน้าส่งเดช แต่ใจเต้นระทึก คอยเหลียวมองว่าจะมีใครเข้ามาหรือเปล่า?

จะทำยังไง? ที่ไหน?

พักใหญ่ๆ แล้วเธอก็ยังไม่ออกมา คล้ายกับว่าจะหายสาบสูญเข้าไปในนั้นเลย กลิ่นสกปรกฉุนเฉียวแสบจมูก ขณะที่อากาศเย็นเฉียบกว่าเดิมจนขนลุกซ่า ยิ่งทำให้ผมกระสับกระส่ายมากขึ้น…กลัวว่าคนอื่นจะโผล่เข้าเมื่อไหร่ก็ไม่ รู้ ไม่ว่าจะมาคนเดียว หรือควงกันมาเป็นคู่อย่างผมกับเธอ…

เงียบกริบ ไม่มีสุ้มเสียงอะไรเลย!!

เธอเข้าห้องน้ำริมสุดด้านใน อีก 3-4 ห้องแง้มประตูไว้ ผมชักอึดอัดมากขึ้นเพราะต้องยืนรอแกร่วนานเกือบสิบนาทีแล้ว อดรนทนไม่ไหวเลยร้องถามเข้าไปว่า…เสร็จรึยัง ทำไมเข้าไปนานจัง เดี๋ยวไม่คอยแล้วนะ…

คำตอบคือความเงียบ ผมสุดจะทนแล้ว ตัดสินใจก้าวเข้าไปเคาะประตูเบาๆ แต่มันเปิดผลัวะเข้าไปบัดดล!

นรกเป็นพยาน! ในนั้นมีแต่ความว่างเปล่า ผมรู้สึกคล้ายโดนตีเข้าตรงแสกหน้าจังๆ ม่านตาพร่าพราย ร้องเฮ้ย…! ออกมาคำเดียวก็เผ่นออกจากห้องน้ำนรกจกเปรตนั่นราวกับลมพัด หัวใจเต้นระทึกเหมือนจะแตกทำลายไป

เด็กส่องไฟวิ่งมาที่หน้าประตู เราชนกันจังๆ เขาคว้าแขนผมไว้ได้ทันท่วงทีก่อนจะเสียหลักล้มลงไป แล้วร้องออกมาว่า… เอาอีกแล้วเรอะเนี่ย?

ผมเผ่นกลับบ้านตัวสั่น เข้าห้องปิดประตูยังใจเต้นโครมคราม มือตีนเย็น รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ คล้ายจะเป็นไข้…ประสาทกินจนหวาดระแวงห้องน้ำนอกบ้านทุกแห่ง มาตั้งเกือบปีกว่าจะหาย

ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ยี่สิบกว่าปีแล้ว ผมยังไม่เคยเข้าโรงหนังชั้นสองอีกเลยครับ!

วิญญาณไม่ลืม

ข้าคิดถึงสมบัติพัสถานที่เคยมี เคยสะสมไว้ด้วยความรักใคร่ แต่ทั้งปวงนั้นข้าก็ได้แต่มองตาปริบๆ ไม่อาจสัมผัสแตะต้องได้เลย แม้แต่เพียงผิวเผินก็ตามที

พวกข้ายังอยู่ในโลกอันว้าเหว่ หงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวสิ้นดี! โลกที่ไม่มีทั้งแสงอาทิตย์อบอุ่นยามเช้า แสงจันทร์สีเงินยวงยามค่ำคืน ไม่มีกลิ่นดอกไม้หอมระรื่นชื่นใจ ไม่มีเสียงเพลงขับขานให้เริงรื่นหรือร่ายรำไปตลอดกาลนาน..

เรายืนมองหน้ากันในสถานที่ค่อนข้างมืดทึบ..นึกกลัวนะคะ แต่ก็กล้ายืนสู้หน้าเขาเพราะรู้ว่าเป็นความฝัน ผิดกับบางคืนที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่พบเห็นเป็นเพียงความฝันเท่านั้น..พอดีชาย ชรายิ้มให้อย่างอ่อนโยน แว่วเสียงวู่หวิวมากระทบโสตประสาท

ดิฉันขอถ่ายทอดคำพูดมาสู่กันฟัง ดังนี้ค่ะ

ข้า เคยเป็นคนเหมือนพวกเจ้า เคยมีเลือดเนื้อ มีชีวิต มีหัวใจที่เต้นไม่หยุดหย่อน มีสุขมีทุกข์ มีเสียงหัวเราะเริงร่าและเสียงร่ำไห้ สะอึกสะอื้นคร่ำครวญเมื่อผิดหวังสาหัส ระทมขมขื่นสุดขีด มีเสียงโอดโอยเมื่อเจ็บปวดรวดร้าวถึงหัวใจ

กาลเวลา อ่านไป เกิดขึ้นแล้วก็ต้องตาย ไม่มีใครหลบหนีได้เลย..บ้างถูกเผา บ้างก็ถูกฝัง เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีพื้นที่สำหรับดำรงอยู่ ไม่ว่ามนุษย์ พืชและสัตว์ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย..สรรพสิ่งอุบัติขึ้น แล้วก็ต้องเสื่อมสลาย แตกดับไป!

น่าขันที่คนเป็นๆ ส่วนใหญ่ลืมพวกข้าหมดสิ้น ไม่เคยฉุกคิดว่าใครเคยอยู่ เคยใช้ชีวิตบนแผ่นดินนี้มาก่อน..ข้าไม่คิดว่าพวกข้าเคยมีตัวตนซะด้วยซ้ำ

หนัก กว่านั้นคือ หลายๆ คนเรียกพวกข้าว่าผี! ปีศาจ! อสุรกาย! ต่างๆ นานาตามใจชอบ มิหนำซ้ำยังทำท่าหวาดกลัวพวกข้า ขยะแขยงชิงชังข้า พยายามหาวิธีป้องกันตัวเองจากข้า จนถึงขับไล่ไสส่งข้าด้วยกลวิธีสารพัดอย่าง..อนิจจัง!

 

เขาว่าคนเราจะมีความสุขที่สุดก็คือเวลานอนหลับ เพราะจะได้ล่องลอยเข้าสู่โลกของตัวเอง มีอิสรเสรีต่อทุกสิ่งทุกอย่าง หมดปัญหายุ่งเหยิงและสับสนจิปาถะในชีวิตประจำวัน..ก้าวเข้าสู่โลกของความฝัน ที่ทุกคนได้รับสิทธิเสรีทัดเทียมกันทุกประการไม่ว่าคนยิ่งใหญ่หรือคนเล็ก น้อย มั่งมีศรีสุขหรือยากจนข้นแค้นปานใด!

บางครั้งในยามลืมตาขึ้น เคยอาลัยอาวรณ์ความฝันที่ประทับใจ จนสงสัยว่าถ้าเราตายไปแล้วจะได้ความฝันเหมือนตอนมีชีวิตหรือเปล่าหนอ?

สมัยรุ่นๆ ดิฉันเรียนไม่เก่ง มีปัญหาในห้องเรียนเสมอ..ขนาดอายุห้าสิบกว่าแล้วก็ยังฝันบ่อยๆ ว่านั่งเรียนหนังสือ ตื่นขึ้นมายังตกใจเป็นนาน นึกว่าต้องไปเรียนจริงๆ

เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ดิฉันฝันเห็นผีผู้ชายตนหนึ่ง เป็นชายชราร่างสันทัด ผมขาวโพลน นัยน์ตาดำวาว เดี๋ยวดุร้าย เดี๋ยวเศร้าโศก..ในฝันรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คน!ฉุกคิดมั่งไหมว่าข้าต้องทนทุกข์ทรมานปานใด เมื่อต้องคืนลมหายใจให้แก่โลก ร่างกายหยุดเคลื่อน ไหวโดยสิ้นเชิง! ข้ากลายเป็นศพ เป็นผี..

ซากที่ไม่มีใครต้องการถูกยัดใส่โลงแคบๆ ก่อนจะเผาหรือฝังทันใด

คิดหรือเปล่าว่าวิญญาณข้ายังอยู่ เดือดร้อน เจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหนเมื่อเปลวไฟเผาผลาญ โหมไหม้คึ่กๆ รอบตัวข้า? กลืนกินข้าจนเหลือแต่กระดูก เสียงแผดร้องโหยหวนล่ะ พวกเจ้ามีใครเคยได้ยินบ้างหรือเปล่า?

ข้าหวาดกลัวสุดขีดแค่ไหน ที่ถูกทิ้งให้นอนโดดเดี่ยวอยู่ในหลุมเปียกชื้น? สัตว์ใต้ดินและหมู่หนอนพากันคลานกระดิบๆ เข้ามากลุ้มรุม แทะกินเลือดเนื้อข้าด้วยความหิวโหยสุดขีดของพวกมัน!

ได้ยินไหม..เสียงร้องโอดโอยครวญครางของข้าน่ะ?

เฮอะ! พวกเจ้ายังพึมพำถึงพวกข้า กระซิบกระซาบ เหลียวซ้ายขวาด้วยความหวาดระแวง..ไอ้บ้างก็ขนลุกขนชันขณะที่ข้ายังทุรนทุรายอยู่ในกองไฟ!

ข้าไม่ใช่ฝุ่นละอองที่โปรยปรายอยู่ในแสงแดด ไม่ใช่สายลมที่พัดผ่านยอดไม้ ไม่ใช่สายฝนที่ตกพรำอยู่ในป่าหรือภูเขา แต่ข้ายังมีความรู้สึก มีจิตวิญญาณ โหยหาอาวรณ์ถึงชีวิตที่มีเลือดเนื้อ มองเห็นและจับต้องได้ ไม่ใช่กลายเป็นอากาศธาตุหรือความว่างเปล่าอย่างที่พวกเจ้าหลายๆ คนเข้าใจ

ข้านึกถึงคนที่เคยสนิทสนม คนที่รักและชิงชังอยู่เสมอมา..

 

มีแต่เสียงสะอื้นและหยาดน้ำตาไหลรินเงียบเชียบ ตกต้องสู่ความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์! โปรดเถิดมนุษย์ทั้งหลาย อย่าได้เกลียดกลัวข้าอีกเลย วันหนึ่ง..ไม่ช้าก็เร็วพวกเจ้าทุกผู้ทุกคน ทุกรูปทุกนาม ก็ต้องมาอยู่ในโลกเดียวกับข้าอย่างแน่นอน!