ชะตาขาด

1 entry has been tagged with ชะตาขาด.

ห้องเช่าวิญญาณหลอน

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนตอนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แว่วเสียงซู่ซ่าในห้องน้ำด้านใกล้เตียง แม่ยังนอนตัวอุ่นๆ ระบายลมหายใจสม่ำ เสมอ ได้ยินชัดเจนในความเงียบ…ถ้างั้นคงจะเป็นพ่อที่เข้าไปอาบน้ำแน่ๆ เลย

ห้องน้ำที่นั่นไม่มีอ่างหรอกค่ะ แต่เขาทำเป็นม่านกั้นให้ยืนอาบจากฝักบัวด้านใน เอ๊ะ! พ่ออาบน้ำก่อนนอนแล้วนี่นา ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้จะต้องอาบน้ำอีกทำไมกัน? ด้วยความสงสัยหนูจึงชะแง้จากผ้าห่มไปที่เตียงพ่อ…นั่นปะไร! พ่อยังนอนกรนเบาๆ อยู่ที่เตียงตามเดิม

ออกเดินทางหน้าจุฬาฯ ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ราวสามชั่วโมงก็ไปถึงเมืองแกลง แวะสักการะศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเรียกกันว่า “เสด็จเตี่ย” ท่านโปรดประทัดมากค่ะ คนไปจุดประทัดแก้บนเสียงเปรี้ยงปร้างเกือบตลอดเวลา

จากนั้นก็ไปชมป่าโกงกางที่มีสะพานไม้ให้เดินทอดน่องตามสบาย จนไปได้ครึ่งทางมีโกง กางสีทองเวิ้งว้างเหมือนทะเลต้นไม้ลิบลับ พ่อถ่ายรูปเยอะแยะ โดยเฉพาะหนูกับแม่กลายเป็นดาราหน้ากล้องไปเลย!

เสร็จจากอาหารกลางวันก็ไปเที่ยวบ้านจำรุง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง จนได้กลายเป็นเครือข่ายองค์กรชุมนุมบ้านจำรุง พวกคุณป้าคุณย่าคุณยายในคณะเราเลือกซื้อผลิต ภัณฑ์ โดยเฉพาะหมวกสวยๆ เป็นที่ระลึกกันแทบทุกคนเลยค่ะ

จากนั้นก็ไปชมอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ผีเสื้อสมุทรกลายเป็นดาราดวงเด่นเพราะรูปร่างปั้นไว้ใหญ่โตมากอยู่ด้านหน้า ไม่ว่าใครผ่านมาเห็นก็ต้องถ่ายรูปทุกคน ส่วนพระอภัย นางละเวง สินสมุทร สุดสาคร กับม้ามังกรก็น่ารักน่ามองค่ะ

ดาราที่ไม่มีใครมองข้ามคือชีเปลือยไงคะ!

ศิลปินเขาปั้นเอาไว้ไม่ผิดเพี้ยนจากจินตนาการที่ทุกๆ คนยังจำได้ดี นั่นคือ “หนวดถึงเข่า เคราถึงนม ผมถึงตีน”

นักท่องเที่ยวสาวๆ ชอบถ่ายคู่กับผีเสื้อสมุทรและชีเปลือย ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ค่ะ? หนูเห็นพ่อถ่ายรูปมหากวีสุนทรภู่ที่อยู่ด้านในไกลลิบ คงต้องซูมภาพกันน่าดูนะคะ งานนี้น่ะ

แดดร้อนมากเลยต้องเร่ไปตึกแถวที่ขายของฝาก …เสียงพูดแต่ว่าไม่ซื้อๆ ขี้เกียจหอบกลับบ้าน เอาจริงเข้าหิ้วถุงทุเรียนกวน ผลไม้กวนกันไหล่ลู่ตามๆ กัน บอกว่าอดไม่ได้ค่ะ

หลังอาหารค่ำก็ชวนกันไปถนนคนเดิน แทบไม่น่าเชื่อว่าเขาออกร้านรวงกันคึกคัก แถมมีดนตรีสุน ทราภรณ์วงใหญ่มาประเดิมอีกด้วย ถึงจังหวะเต้นรำสนุกๆ ก็มีหญิงชายออกไปวาดลวดลายกันเพลิด เพลิน ของกินของเล่นมากมายจนตาลาย น่าสนุกจนเดินหลั่งไหลไปตามกันไม่รู้เบื่อเลยค่ะ…

ตายจริง! หนูมัวแต่เพ้อเจ้อเรื่องท่องเที่ยว เดี๋ยวก็ลืมเล่าเรื่องขนหัวไปจนได้!

โรงแรมที่เราพักหรูหราอยู่ใจกลางเมือง ห้องพักก็แสนสะอาดและสุดสวย มีทั้งเตียงคู่และโซฟาริมหน้าต่าง หลังจากอาบน้ำจนสบายตัวแล้วหนูก็นอนเตียงเดียวกับแม่ ส่วนพ่อนอนเตียงติดๆ กัน ดับไฟจนมืดสลัว เหลือแต่แสงสว่างจากห้องน้ำที่แง้มประตูไว้เท่านั้น

ความที่เหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมาทั้งวัน ทำให้หนูหลับผล็อยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับแม่ ท่ามกลางแอร์เย็นฉ่ำกำลังสบาบ

แล้วใครที่ไหนดอดเข้ามาอาบน้ำในห้องเราล่ะ?

วูบหนึ่ง หนูขนลุกซ่าไปทั้งตัว เคยอ่านเรื่องผีที่เขาเจอแบบนี้แต่ไม่กล้าลุกไปดู จนมันเงียบไปเอง แต่คนใจถึงผลักประตูผางเข้าไปก็พบแต่ความว่างเปล่า แถมพื้นห้องน้ำยังแห้งผาก ไม่มีร่องรอยว่าใครเพิ่งจะมาอาบน้ำซู่ซ่าอยู่หยกๆ เลยแม้แต่น้อยนิด

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อาจจะเป็นเพราะอยากรู้อยากเห็น หรือไม่ก็กลัวเสียจนไม่กล้า เกิดอาการบ้าบิ่น ค่อยๆ เลื่อนตัวออกจากผ้าห่ม ลงเตียงไปที่หน้าห้องน้ำ…เสียงซู่ซ่าเงียบหาย แต่หนูผลักประตูเปิดผางทันใด

คุณพระช่วย! ร่างชายซีดขาวเปล่าเปลือย ผ่ายผอมเหมือนมีแต่หนังหุ้มกระดูกกำลังยืนถือฝักบัวรดหัวที่มีผมขาวๆ ขึ้นหร็อมแหร็ม…หันขวับมาทางหนูแล้วแสยะยิ้มน่าสยอง

หนูได้ยินเสียงตัวเองร้องกรี๊ดๆ จนแสบแก้วหู ไฟสว่างพึ่บ พ่อแม่วิ่งเข้ามากอดและเขย่าตัว หนูร้องไห้โฮ…ยังสงสัยว่าทำไมถึงไม่สิ้นสติไปก็ไม่รู้ซีคะ…ขนหัวลุกค่ะ!