ตายท้องกลม

14 entries have been tagged with ตายท้องกลม.

เจดีย์ผี

ผีดุวันเผาศพเกิดดินฟ้าอากาศแปรปรวน เมฆหนาทึบลอยลงต่ำ ลมพัดแรงจนกลายเป็นพายุอื้ออึง ต้นไม้ใหญ่น้อยไหวโยก ตามแรงลมโหมกระหน่ำ ทำท่าจะถอนรากถอนโคนจนคน มาเผาศพหน้าถอดสี นัยน์ตาเลิ่กลั่กไปตามๆ กัน พวกเด็กๆ ล้วนกอดแขนพ่อแม่แน่นด้วยความหวาดหวั่น บางคนถึงกับร้องไห้ก็มี

ในยามค่ำคืนจะแว่วเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังแว่วมาตามสายลม หมูหมาก็หอนเสียงโหยหวน เยือกเย็นจับใจ พระเณรเล่าว่าเคยเห็นน้าคำอุ้มลูกออกมาจากเจดีย์ แล้วหยุดยืนอยู่ข้างกุฏิ แหงนหน้าขาวซีดขึ้นมาจ้องมอง…เห็นชัดในแสงจันทร์เล่นเอาต้องปิดหน้าต่าง โครมครามเข้ามุ้งคลุมโปงทันที

บางคืนตอนดึกๆ จะได้ยินเสียงบันไดเก่าๆ ลั่นเอี๊ยดอ๊าด บ่งบอกว่าปีศาจตายทั้งกลมกำลังก้าวขึ้นมา โดยไม่ได้แยแส ว่าเป็นกุฏิของพระเณรแต่อย่างใด

เสียงสลัดเสื่อพึ่บพั่บ กับเสียงม้วนเสื่อตอนค่อนรุ่ง ไม่ช้าก็มีเสียงหมาหอนจากใต้ถุนกุฏิตามไปจนถึงเจดีย์อันเป็นที่เก็บกระดูก ของน้าคำ…แสดงว่าผีแม่ลูกมาอาศัยหลับนอนในกุฏิพระนั่นเอง!

ในที่สุดพระเณรก็ทนไม่ไหว ย้ายหนีไปเกือบหมดสิ้น ผู้ใหญ่พูนรู้ข่าวก็ร้อนใจไปตามหลวงตาโฮมจากอำเภอมาช่วยเหลือ ได้ถามสาเหตุก็ได้ความว่าเจดีย์แตกร้าวไม่อาจจะคุ้มแดดคุ้มฝนได้ วิญญาณได้รับความเดือดร้อนจึงต้องไปอาศัยกุฏิพระอยู่

เรื่องผีๆ สางๆ ค่อนข้างแปลกอยู่อย่าง คือคนไม่กลัวผีแต่อยากเจอผีมักจะผิดหวังไม่ได้เจอะเจอภูตผีตามต้องการ ตรงข้ามกับคนกลัวผี แม้ว่าไม่อยากจะพบเห็นเลยสักครั้งเดียว แต่ภูตผีปีศาจก็มักจะมาปรากฏให้เห็นในรูปแบบต่างๆ เช่น เป็น อสุรกายบ้าง เป็นคนปกติบ้าง

หลายๆ รายก็ปรากฏแต่เสียงที่แปลกประหลาด น่าขนลุกขนพอง หรือไม่เป็นกลิ่นสาบสางจนถึงเหม็นเน่า ทำให้รู้แน่ว่าโดนผีหลอกเข้าให้แล้ว

สาเหตุเพราะมายาการมากมายเช่นนี้เอง จึงเรียกขานกันโดยทั่วไปว่า “ผีหลอก”

ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านผมที่มหาสารคามเคยให้ความรู้ว่า ขึ้นชื่อว่าผีแล้วย่อมมีทั้งดุมาก และดุน้อยแตกต่างกันไป ส่วนมากผีที่ตายตามธรรมชาติคือแก่ตาย หรือถึงแก่อายุขัยมักจะไม่ดุร้ายอะไร ตรงข้ามกับผีตายโหง เช่น ถูกฆ่าตายหรือฆ่าตัวตายจะดุร้าย น่ากลัวที่สุด

ผีกำลังตั้งท้องด้วย เรียกว่าตายท้องกลม หรือ “ตายทั้งกลม” จะยิ่งดุร้ายสาหัสเป็นทวีคูณ!

สมัยเด็กผมอยู่ตำบลหนองกุง อำเภอเมือง เคยเกิดเรื่องสยองขวัญเมื่อมีผู้หญิงตายเพราะการคลอดลูก ชื่อน้าคำ เป็นเมียผู้ใหญ่บ้านชื่อลุงพูน ผีน้าคำดุร้ายที่สุด ไม่เลือกว่าพระเณรล้วนโดนแกหลอกแทบปางตายทั้งนั้น

เคยได้ยินว่าเขาไม่นิยมเผาผีตายทั้งกลม แต่จะฝังไว้ก่อน เป็นปี ส่วนบ้านผมเมื่อสวดสามวันแล้วก็นำศพน้าคำไปเผาที่วัด

ผมจำเหตุการณ์วันนั้นได้ติดตามาถึงทุกวันนี้!

เมื่อพระสวดเสร็จก็ทำพิธีเผาศพง่ายๆ ชาวบ้านนั่งยองๆ พนมมือ บ้างก็นั่งกับพื้นมองดูไฟลุกคึ่กๆ ในกองฟอน ควันดำโขมงพลุ่งขึ้นมาเป็นสาย ส่ายพุ่งไปตามลมเหมือนมีชีวิตชีวากระนั้น

จู่ๆ ก็มีเสียงร้องกรี๊ดๆ ออกมาจากกองไฟที่กำลังลุกโชน…เสียงของน้าคำชัดๆ

พวกเด็กร้องไห้จ้า ชาวบ้านผงะหน้า คนที่นั่งยองๆ หงายหลังตึงลงไป ตาเหลือกลานสายลมยิ่งพัดกระหน่ำ เถ้าถ่าน ปลิวว่อนไปหมด เสียงร้องกรี๊ดๆ อย่างเจ็บปวดฟังแล้ว ชวนให้สยดสยองสิ้นดี ผู้หญิงทั้งแก่และสาวเป็นลมเป็นแล้ง ไปหลายคน

ชาวบ้านที่กลัวจนทนไม่ไหวถึงกับยกมือไหว้พระ แล้วจ้ำอ้าวกลับบ้านไปก่อนที่จะเผาศพเสร็จสิ้น!

ในที่สุดก็เผาศพได้เรียบร้อย ผู้ใหญ่พูนนำกระดูกลูกเมียไปใส่ไว้ในเจดีย์ข้างวัดนั่นเอง…แต่วิญญาณดุ ร้ายของผีตายทั้งกลม ก็ออกมาอาละวาด เล่นเอาผู้คนขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆ กัน

ตอนโพล้เพล้มีคนเห็นน้าคำนั่งอุ้มลูกพิงเจดีย์ บางวันก็เดินไปมาช้าๆ อยู่รอบเจดีย์นั้น ท่ามกลางเสียงยอดโพธิ์ยอดไทรสะบัดกิ่งใบซู่ซ่าแทบไม่ขาดเสียง

อย่านึกว่าจะกลัวแดดกลัวฝนแต่มนุษย์เท่านั้น แม้จะเหลือเพียงวิญญาณ กลายเป็นผีเป็นสางไปแล้วก็ยังกลัวแดดและเกลียดฝนเหมือนผู้คนทั่วๆ ไปเช่นกัน

หลวงตาจึงให้ผู้ใหญ่พูนทำบุญกระดูกลูกเมีย แล้วซ่อมแซมเจดีย์จนเรียบร้อย…ปีศาจน้าคำก็สงบสุขตั้งแต่นั้นมา!

raising scary

I find it is very impressive. Today we still do not talk about it. It proves that there is a real spirit. And I have another story to tell. As I told him I read in a book.

“Anime” raising experience when Spirits Revisited * I like to read books about spirituality. And various mystery may be because in real life, I find that this is a routine matter.

One day I was writing a book. A bit difficult to read. And the lyrics are perpetuated. But it did not discourage me. Because it is the American spirit he repeated.

I was glad to read it. I have found that I was quite skeptical about ghost spirit … and experience. His strikingly similar to our time. This is not true, however, that a ghost?
Billy said. After the funeral of her mother, she was back at home with his mother, exhausted by fatigue. That is not me. Because her mother is here. I had a baby in one month.

On arrival at home mom. Billy put the baby in the chair. It is a small chair. That looks out over the seat. But strong. End safe and can be placed on the same line with a safety strap. She’s leaning down on the sofa. I put my head down on a pillow. Billy saw the glow of the light, the door is free bright white light and then … and then formed her!

I figure it is clear that some see-through. Bright and glowing light.

Billy’s mother, wearing a white coat is very shiny and beautiful mother, Billy has seen this before …

You walk straight into the cot. It is not attached to the floor. It floats six inches above the feet. Then he looks down at his nephew. Child while putting his hand on his chin and said, “I love kids”.

Stroke on the little kids. He looked up and smiled at her before breaking away.

I told my story first.

As I already said that. I tend to have these very often and tell your friends that Six Senses Health. Or the sixth sense almost be seen as a ghost anyway. But not even then. It was lucky … I’m not buying bare heads and wear wigs.

The coolest place over 30 years ago when I was only 12 years old!

I slept with my sister in our bedroom. Were in separate beds. Table between them. Sister sleeping in the room against the wall.

One night about two. I just woke up. Which seems very strange. Because children tend to sleep, then downed the morning. But that night, and I feel that someone is coming. Normal sleep is unlit fire. I open my eyes in the dark. The door was opened … it was not even open. We locked Dibdi? That’s … not to forget …

One came. I immediately opened fire on the bed. The sisters do not sleep.

Who is “Uncle flour” of my own that I love her a lot. At the time she was 24 years old, is the youngest of my mother, and very likely starch master’s degree. I have a company car salary recognizable luxury brands Jaguar. Brown is shiny. I look back to where I was.

I was relieved to see that it is worth the dough. I wonder why that mirror came late at night like this?

It appears that she came to my bed and sat down beside the bed. I also feel the weight buckled down. Her face is not pretty … but it looks like a mask! It was dry. Bleaching powder also weird … what the touching finger to my mouth, I was quite calm as she said softly, “I will go. I told her that I was fine. No pain, no suffering. Everything is fine “.

She had just stood up and walked out. I looked up the follows. Noticed that her feet on the ground … it’s not like she was floating in mid-air.

Only thing I scuttled to the mother’s mother told me that I was dreaming … but I know that when a car overturned flour. Died when hit one over the other.

The story is a woman from Florida named Billy. I like my name. But is spelled differently spelled B – I – Double L – a – e. Not spelled with a y.

Her mother died at the age of 52 years of cancer!

It is just this kind of activity. But I read it and I was delighted with the spirit of walking the earth like we do not see it?

ผีสนามบิน

คนแรกในแผนกที่เจอเธอ พี่จะมาทำงานประมาณช่วง7โมงกว่า หว่างนั่งทำงาน ปลายตาก็เห็นว่ามีผู้หญิงผมตรงยาว นั่งอยู่โต๊ะข้างหลัง พี่ก็นึกว่าอีกคนมา เลยจะหันไปทัก แต่พบกับความว่างเปล่า

ครั้งที่2เรากับเพือนอีก2คน เห็นพร้อมกัน วันนั้นเลิก1ทุ่ม ปกติจะมีรถบริษัท(มีที่นั่งข้างหลัง เหมือน2แถว)มารับออกนอกพื้นที่ ตอนจะเดินขึ้นรถก็เห็นว่ามีผู้หญิงนั่งข้างหน้าแล้ว แถมใส่เสื้อบริษัทด้วย เลยไปนั่งข้างหลัง ตอนจะเดินไปที่รถ เห็นว่าพี่ที่นั่งหน้ากวักมือเรียก เพื่อนบอกรีบเดินเร็วเขารอแล้ว พอขึ้นรถ พี่คนที่นั่งข้างหลังก่อนก็บอก อ้าวเพิ่งมาหรอ เห็นว่านั่งหน้ากันแล้ว ยังบอกให้เขาออกรถเลย เรากับเพื่อนอีกคนก็บอกคงเป็นอีกคนนึงที่จะกลับพร้อมกัน ทีนี้คนครบละ4คน ตะโกนบอกคนขับว่าออกรถ
ล่าสุดเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา เข้ามาเคลียร์งานกับเพื่อนคนนึง ช่วงบ่ายก็คุยเรื่องผีกัน จนถึง4โมงเย็น ช่วงเล่าติดพันเราก็หันไปเห็นว่ามีผู้หญิงผมยาว นั่งเก้าอี้ใกล้เสานั่งยิ้มอยู่ เราก็หันมาบอกเพื่อนกลับเถอะ แล้วก็บอกตรงนั้นเลยว่าเจอ เพื่อนก็บอกฉันก็เจอผมยาวใช่ไหม เราก็อืม…..เพื่อนบอกเคยเห็นยืนพิงเสาอยู่ แต่ครึ่งตัวนะ แต่นั่น2ทุ่ม วันนี้4โมงนะ โอ้ยยยยยยย
รถออกไปได้หน่อยพี่คนสุดท้ายก็เดินมาจากบริษัท ก็จอดรับแก แล้วก็สงสัยพร้อมกันว่าใครนั่งหน้า ก็คิดว่าอาจเป็นคนอื่นมั้ง เพื่อนคนแรกลงไปบอกว่า ไม่เห็นมีใครเลย เราก็นึกว่าผีอำเล่น ยังไงก็ต้องมีคนเพราะเห็นกันหมด ยกเว้นพี่คนสุดท้าย พอพี่คนนี้ลง ก็บอกเหมือนกันว่าไม่มีใคร เรากับพี่อีกคนก็ยังไม่เชื่อ จนถึงที่หมาย ก็ไม่เห็นใครจริง จึงถามคนขับว่ามาคนเดียวจริงหรอ เขาก็ว่าคนเดียวสิ ทำไม เราไม่ตอบอะไรก็เดินไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ก็มาเล่าให้ผู้จัดการฟังว่าทำบุญให้ที่นี่บ้าง เขาก็เฉยๆนะ เขาบอกไม่เคยเห็นสักที เฮ้อ

ตายแล้วไปไหน

ผีดุ

ด้าน ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาพระพุทธศาสนา มนุษย์เวียนว่ายตายเกิด บางรายตายแล้วเกิดใหม่ทันที และกว่าจะเกิดเป็นมนุษย์มีขั้นมีตอน คือรับรู้ความรู้สึกต่างๆ ไม่ว่าสุข ทุกข์ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา พอคลอดการเลี้ยงดู ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้ทำกรรมดีกรรมชั่ว

ดังนั้น ทุกคนควรเตรียมตัวตายไว้ล่วงหน้า ก่อนร่างกายดับสนิท และก่อนลมหายใจสุดท้าย อยากให้ตั้งจิตอธิษฐานว่าเกิดชาติหน้าอยากเป็นอะไรไว้ด้วย “ตั้งจิต สมาธิ และอย่ายึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะคน ทรัพย์สินเงินทอง เพราะยิ่งรักมากก็จะทุกข์มาก อยากให้ปล่อยวาง เราเกิดมาแต่ตัวเราก็ไปแต่ตัวเช่นเดียวกัน แล้วหมั่นกระทำความดีตลอดช่วงเวลาที่มีลมหายใจอยู่ เพื่อให้บุญกุศลนี้ช่วยให้ขึ้นสวรรค์” หลายคนปรารถนาความตาย…ขณะที่อีกหลายคนก็ไม่อยากให้เวลานั้นมาถึง…ต่างคนก็ต่างจิตต่างใจกันออกไป แต่ “ความตาย” ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกชีวิตในโลกไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพียงแต่จะช้าหรือจะเร็วเท่าใดแค่นั้น

เรื่องราวของความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิต “หลังความตาย”

ดร.สนอง วรอุไร อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สมัยก่อนไม่เคยเชื่อเรื่องเทวดา นรก สวรรค์ เปรต ชาติภพ การเวียนว่ายตายเกิด เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ จนกระทั่งเรียนจบจากต่างประเทศ ระหว่างที่รอสอนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงนั้นว่างไม่รู้อะไรดลใจให้อยากพิสูจน์สิ่งที่ไม่เคย

1 เดือนเต็มๆ กับการปฏิบัติกรรมฐานที่วัดมหาธาตุ ส่งผลทำให้ความเชื่อของ ดร.สนองเปลี่ยนไป จนถึงขนาดกล่าวว่า

“ความเป็นวิทยาศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาถอดทิ้งหมดเลย เพราะสามารถสัมผัสเทวดา ผีข้างถนนได้จริงๆ ซึ่งผมพยายามพิสูจน์มากว่า 30 ปียังหาข้อผิดพลาดไม่ได้ คุณจะสัมผัสได้ทั้งเทวดาและผี จิตวิญญาณทุกตน หากมีจิตสื่อถึงคนนั้น”

นอกจากจะได้สัมผัสเทวดา ผี แล้ว ดร.สนอง บอกว่ายังได้เห็นชาติภพที่ผ่านมา รู้ว่าเคยเกิดเป็นอะไรมาบ้าง ตรงนี้ทำให้รู้ว่าทุกคนมีการเวียนว่ายตายเกิด เกิดเป็นเทวดา เป็นเปรต เป็นสัตว์ ส่วนชาติภพไหนจะเกิดเป็นอะไรนั้นขึ้นอยู่ทำบุญ สร้างกรรมไว้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหลังจากรับรู้แล้วก็ได้เริ่มสร้างสิ่งดีๆ มาตลอด เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวไม่สร้างความเดือดร้อนหรือล่วงเกินใคร ทั้งทางกาย วาจา ใจ และทำบุญทำทาน อุทิศส่วนบุญให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ให้พวกเขารับผลบุญนี้ ดร.สนอง กล่าวถึงคนตายว่า ร่างกายตายแต่วิญญาณยังวนเวียนอยู่กับญาติ พี่น้อง คนรัก เนื่องจากความรักความผูกพันของผู้ตาย ซึ่งหลายคนมองไม่เห็น แต่คนตายเขาต้องการให้รับรู้ว่าเขามาหา จึงสัมผัสได้จากกลิ่น เสียง หรืออื่นๆ และที่ว่ากันว่าหมาหอนเพราะเห็นผีนั้น “เป็นเรื่องจริง” เนื่องเพราะหมามีสายตา จมูก ที่รับรู้ได้รวดเร็วกว่าคน

“จิตครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากร่าง อยากให้นึกถึงบุญ ความดี ที่เคยทำระหว่างที่มีชีวิตอยู่ หรือนึกถึงพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะ เพราะผลบุญเหล่านี้จะช่วยให้ดวงวิญญาณก่อนออกจากร่างไปสู่สวรรค์ ถ้านึกคิดแต่เรื่องทุกข์ สิ่งที่ไม่ดี มีอกุศลจิต ตายไปอาจตกนรก ทั้งที่ตลอดชีวิตทำดีมาตลอด อย่างไรก็ตาม ทุกคนจะได้สัมผัสทั้งนรกและสวรรค์เพียงแต่จะอยู่ที่ไหนยาวนานเท่านั้น หากทำความดีเยอะก็ได้รับความสุขสบายอยู่บนสวรรค์” ดร.สนองแนะนำวิธีการเตรียมตัวก่อนสิ้นใจ