ตายแล้วฟื้น

1 entry has been tagged with ตายแล้วฟื้น.

ผีกลางเมือง

 

เพื่อนบ้านบางคนบอกว่าหลุมเล็กๆ ตื้นๆ เหมาะสำหรับเด็กลงไปยืนแล้วโยนเงินใส่หลุมไกลๆ เพื่อวัดความแม่นยำมากกว่า แต่คนฟังก็ยังปวดหัวอยู่ดี โดยเฉพาะคำว่า “หลุมเมือง” ทำยังไงก็ไม่เข้าใจจริงๆ

จนกระทั่งถึงคืนขนหัวลุก!

ผมเสร็จธุระ เกี่ยวกับการตกลงซื้อขายพืชไร่ราวสองทุ่มกว่า กินข้าวเรียบร้อยแล้วก็ขับปิกอัพกลับบ้าน..คืนนั้นเดือนหงายแจ่มฟ้า แต่รถราไม่ค่อยมีทำให้เดินทางสะดวก กระทั่งใกล้หลุมเมืองที่ว่า ผมก็ชะลอรถโดยไม่รู้ตัว

ต้นไม้ใหญ่ยืนโดดเด่นอยู่ริมทางต้นเดียว เสียงลมพัดโชยมากับเสียงหัวเราะคิกคักชัดเจนน่าเอะใจ จ้องมองไปที่หลุมเมืองก็ได้เห็นภาพแปลก ประหลาดที่ทำให้ขนลุกซู่ซ่าเกรียวกราวไปทั้งตัว!

ฟ้าดินเป็นพยาน! เด็กๆ ราวสิบขวบทั้งหญิงและชายไว้ผมจุกทุกคน ยืนอยู่ในหลุมตื้นบ้างลึกบ้าง กำลังโบกไม้โบกมือพลางหัวเราะต่อกระซิกกันเสียงเยือกเย็น ฟังแล้วถึงกับสะท้านสะเทือนเข้าไปถึงหัวอกหัวใจ

คิดว่าท่านผู้อ่านคงจะรู้กันดีว่าต้นศรีมหาโพธิ ได้มาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียเรื่องไผ่ตง หวานก็เหมือนกัน รับรองว่าไม่มีที่ไหนโอชะเหมือนบ้านผมอีกแล้ว รวมทั้งหน่อไม้ต่างๆ ก็ได้รับคำชมเชยจากคนต่างถิ่นว่า หน่อไม้ปราจีนอร่อยที่ซู้ดดด…

ผลไม้ลือเลื่องแทบไม่ต้องเอ่ยถึงก็ยังได้

คิดดูซีครับว่าปราจีนเป็นจังหวัดในเขตเขาใหญ่ หรือภาคอีสานตอนล่าง แล้วยังมีเนื้อที่ไปทางสระแก้ว ชลบุรี ระยอง…จัดอยู่ในจังหวัดหนึ่งของภาคตะวันออก แล้วผลไม้นานาพันธุ์จะไม่ดกดื่น ทั้งน่ากินและเอร็ดอร่อยถูกปากนักชิมได้ยังไง?

เขตเมืองทวาราวดี?

นี่ก็ตรงตัวเผง เผลอๆ จะเป็นเมืองเก่าสมัยขอมเรืองอำนาจด้วยซ้ำ เพราะที่นั่นมีศิลาแลงสำหรับก่อสร้างปราสาทหรือเทวสถานมากมาย…มีเรื่อง แปลกประหลาดและน่าขนหัวลุกปะปนอยู่ด้วยเป็นธรรมดา

วันนี้ผมจะเล่าเรื่อง “หลุมเมือง” ที่ศรีมหาโพธิให้ฟังครับ!

ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือบุกป่าฝ่าเขาอะไรให้เหนื่อยยาก เพราะหลุมเมืองที่ว่าน่ะอยู่ริมถนน แถมติดกับหมู่บ้านด้วยซ้ำ

เป็นหลุมลึกบ้างตื้นบ้าง ประมาณว่าขนาดเอวเด็ก 10 ขวบ อย่างลึกก็ไม่เกินอกเรียงรายกันอวดตาผู้คน แถมแฝงปริศนาท้าทายว่า หลุมเมืองน้อยใหญ่ทั้งหลายแหล่นั่นน่ะทั้งหมดมีอยู่กี่หลุม? และใช้สำหรับทำอะไรกันแน่? คนโบราณคงไม่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงขุดเล่นแก้เหงาดอกน่า?

ผมต้องขับรถผ่านเส้นทางนี้บ่อยครั้ง ถ้ามีเพื่อนฝูงจากต่างจังหวัดมาหาก็ถือโอกาสพาไปดู ทดลองกระโดดขึ้น-ลงสนุกสนาน แล้วให้ช่วยกันนับว่าทั้งหมดมีกี่หลุม?

40-41 แล้วแต่จะเชื่อมั่น แต่หลายๆ คนยืนยันว่ามีหลุมเล็กๆ เตี้ยๆ ถูกใบไม้แห้งคลุมจนแทบมองไม่เห็น รวมแล้วเป็น 44 หลุม

ผิดครับ เพราะเขานับกันชนิดเป็นการเป็นงานได้ทั้งหมดถึง 48 หลุมนั่นแน่ะ!

ว่าแต่หลุมเมืองนี่ผู้คนยุคก่อนหลายร้อยปีเขาขุดไว้เพื่ออะไรกัน?

รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2451 ท่านทรงสันนิษฐานไว้ว่า “เป็นหลุมสำหรับโขลกปูนที่จะปั้นลวดลายเครื่องประดับปรางค์ปราสาท”

ส่วนคนรุ่นเก่ากว่านั้นบอกว่าเป็นหลุมสำหรับเล่นกีฬาพื้นบ้าน เรียกว่า “หลุมเมือง”

แถมบอกกล่าวถึงวิธีเล่นว่าไปนั่งข้างหลุมแล้วหยอดเงินใส่หลุมไปเรื่อยๆ จนเงินหมดก็หยิบเงินในหลุมอื่นมาหยอดต่อจนหมดเงินแล้วถูกปรับเป็นแพ้

ฟังแล้วก็ยังงงๆ อยู่ครับ

คุณพระคุณเจ้า! เด็กๆ ที่ไหนจะยกโขยงเป็นสิบๆ คนมาเล่นหลุมเมืองในยามค่ำมืดดึกดื่นแบบนี้?

ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะน่าขนลุกก็หายเงียบไป เด็กเจ้ากรรมกลุ่มนั้นค่อยๆ หันมามองผมอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาแดงจ้าราวถ่านไฟที่กำลังคุอยู่ในเตา ผมตบเกียร์เหยียบคันเร่ง ตะบึงรถรวดเดียวถึงบ้าน