ตำนานผี

12 entries have been tagged with ตำนานผี.

บ้านผีหลอก

ผีไทย

คืนนั้น ตอนสามทุ่มกว่าๆ หนูช่วยป้าแมวปิดร้านเรียบร้อย ลูกน้องป้าชื่อวจี เก็บของกลับบ้าน เธอทำงานแบบมาเช้ากลับค่ำ บ้านอยู่ซอยตรงข้าม เดินแป๊บเดียวก็ถึง…ก่อนออกไปพี่วจีแอบกระซิบว่า…คืนนี้มีอะไรละก็ตอน เช้าเล่าให้ฟังด้วยนะ!

ฟังเขาพูดซิคะ! แถมทำหน้าเจ้าเล่ห์ด้วย มิ้นลงมาพอดียังทำหน้าดุๆ แล้วพูดเบาๆ คล้ายกลัวป้าแมวได้ยินว่า…อย่าพูดยังงั้นซิ เดี๋ยวปูกลัว! หนูชื่อปูค่ะ และหนูรีบถามว่า…มีอะไร? ที่นี่มีผีเหรอ? พี่วจีหัวเราะ มิ้นบอกว่าไม่มีอะไรหรอก พี่วจีชอบอำเล่นน่ะ
บ้าน ป้าของหนูมีเรื่องน่ากลัวมากค่ะ เป็นตึกแถวอยู่ในซอยย่านสุทธิสาร ตึกนี้มีสามชั้น ป้าแมวขายของชำชั้นล่าง ส่วนชั้นสองและชั้นสามเป็นที่อยู่อาศัย

ป้ามีลูกสาวชื่อมิ้น อายุ 14 ปีไล่ๆ กับหนู และเราชอบเล่นด้วยกันมากค่ะ

เวลาแม่พาหนูมาที่นี่ เรามักจะมาตอนเย็นๆ หลังจากแม่มารับหนูที่โรงเรียนหนูจะขึ้นไปชั้นสามที่เป็นห้องนอนของมิ้น เราทำการบ้านแล้วดูทีวีกัน บางวันก็เล่นวิดีโอเกม…พอกินข้าวแล้ว แม่ก็จะพาหนูกลับบ้านราวๆ สองทุ่ม

ศุกร์ที่แล้วหนูเล่นเกมจนติดลม ไม่อยากกลับบ้าน แม่เลยให้หนูค้างกับมิ้นบอกว่าเย็นวันเสาร์จะมารับ เรื่องเสื้อผ้าไม่ต้องห่วง เราใส่ด้วยกันได้สบายอยู่แล้วค่ะ
หนูเพิ่งมารู้ว่า ถึงแม้มิ้นจะมีห้องนอนของตัวเองอยู่ชั้นสาม แต่เธอจะลงมานอนกับแม่ที่ชั้นสอง มาวันนี้ป้าแมวเลยถามว่าจะนอนด้วยหรือเปล่า? มิ้นบอกว่านอนชั้นสามดีกว่า จะได้เล่นกันได้ดึกๆ ตามสบาย ไม่ต้องห่วง

ป้าแมวยังกำชับว่า…ถ้ายังไงก็ลงมาเคาะห้องแม่ได้นะ!

เอ…ฟังอย่างนี้หนูชักนึกถึงคำพูดของพี่วจี แต่ช่างเถอะค่ะ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวสักหน่อย ถึงตึกแถวนี้จะดูเก่าๆ ก็เถอะ

หนูอาบน้ำแล้วเล่นกับมิ้นจนถึงตีสอง สนุกมาก แต่เราก็เริ่มง่วงเพราะเมื่อเช้าเราตื่นไปโรงเรียนแต่มืดนี่คะ เลยปิดคอมพ์แล้วเข้านอน…เตียงของมิ้นอยู่ริมฝาตรงข้ามกับหน้าต่าง แต่ในห้องนี้มีแอร์ค่ะ เราปิดหน้าต่างเปิดแอร์เย็นสบาย ห่มผ้าหนานุ่มเชียว

อาจจะเป็นเพราะแปลกที่ก็ได้ หนูนอนไม่ค่อยหลับ มิ้นน่ะหลับปุ๋ยไปก่อนแล้ว หนูรำคาญตัวเองจัง แต่สักพักก็เริ่มเคลิ้มๆ

เอ๊! มีอะไรมาเกาขาเรานะ? ตรงหน้าแข้งสองข้างน่ะค่ะ เหมือนมีเล็บแหลมยาวมาครูดลากลงช้าๆ เล่นเอาสะดุ้งตื่นเต็มตาเลย นึกว่ามิ้นนอนดิ้นเอาเท้ามาโดนหนู แต่ไม่ใช่ค่ะ เพราะปรากฏว่าขาของหนูเกยอยู่บนขาของมิ้นอีกที

หนูหลับตา แล้วรู้สึกถึงเล็บที่ลากบนหน้าแข้งอีก ชักจะยังไง…หนูเจ็บนะ!

พอ ลืมตาหนูตกใจแทบช็อกแน่ะ เพราะปลายเตียงนั้นถึงจะมืดๆ แต่หนูก็เห็นเงาของผู้หญิงผมยาวมาก แต่งชุดสีขาวๆ นั่งอยู่ ใบหน้าเธอแหลมยาว กำลังเอามือเกาหน้าแข้งหนูเล่น เมื่อเห็นหนูมองเธอก็อ้าปาก ทำหน้าตกใจ กรีดร้องปากกว้างแต่ไม่มีเสียง

มันเหมือนหนังเงียบแต่สยองสุดขีด หนูซะอีกปิดตาแล้วร้องกรี๊ดๆ ไฟสว่างพึ่บ…มิ้นจับตัวหนูเขย่าๆ พลางเรียกชื่อซ้ำๆ หนูร้องไห้โฮเลยค่ะ
แม่มารับตอนเย็นก็เลยได้รู้เรื่องที่หนูโดนผีหลอก แต่หนูกลับโดนดุซะอีกแน่ะ หาว่าก่อนนอนไม่ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง!

หนูแอบถามมิ้นว่าไม่กลัวเหรอ? มิ้นตอบว่าชินแล้ว แต่ก็หวาดๆ ถึงลงมานอนกับแม่ทุกคืนไงล่ะ

อ้อ! ที่ไม่กลัวก็เพราะเขาไม่ได้มาบ่อยๆ หรอกนะ เคยเห็นแวบๆ ไม่ชัดเจ๋งเป้งอย่างหนู! มิ้นสรุปง่ายๆ ว่าคงไม่มีอะไรหรอก นอกจากผีจะมาทักเล่นๆ เท่านั้นเอง
มิ้นบอกว่าไม่มีอะไร…ไม่มีอะไร! แต่เธอกลับฉุดหนูลุกจากเตียง พากันวิ่งลงมาชั้นสอง เคาะประตูห้องป้าแมวใหญ่เลย ป้าแมวก็ตกใจ หลุดปากว่า…เอาอีกแล้วเรอะ?

คืนนั้นหนูจับไข้เลยค่ะ สาบานว่าไม่ได้ฝัน หนูโดนผีหลอกสดๆ

รุ่งขึ้น พี่วจีทำท่าจะล้อ แต่พอเห็นหนูเป็นเอามากเธอก็สงสาร แล้วบอกให้ป้าแมวเอาสายสิญจน์มาผูกข้อมือเรียกขวัญ

ป้าแมวคงบังคับไม่ให้พี่วจีพูดอะไร แต่พี่วจีแอบบอกว่า ห้องแถวนี้น่ะเมื่อก่อนนู้นเป็นคลินิกหมอเถื่อน มีการทำแท้งด้วย และเคยมีผู้หญิงมาตายหลายราย…ผีที่หนูเจออาจเป็นวิญญาณหนึ่งในนั้นก็ ได้…เรื่องมันนานมาแล้ว ทำไมไม่ไปผุดไปเกิดก็ไม่รู้นะ?

ตำนานผีดูดเลือด แวมไพร์

ผีไทย

ตำนานแวมไพร์มีมานานนับเป็นพันๆปี เรียกว่าอยู่คู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์ก็คงจะได้ แวมไพร์มิได้หมายถึงผีดูดเลือดแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ชนชาติต่างๆทั่วโลกต่างก็มีแวมไพร์ในแบบฉบับของตัวเอง ไล่ไปตั้งแต่แวมไพร์ฝรั่งผมบลอนด์ แวมไพร์จีน แวมไพร์ญี่ปุ่น ไปจนถึงแวมไพร์มาเลเซีย แบบที่เรียกกันว่า เพนังกะลัง
อย่างไรก็ตาม แวมไพร์ที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกัน

ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผีกลายพันธุ์ และภาพลักษณ์ไปหมด ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจาก อิทธิพลของหนังสือและภาพยนต์ ซึ่งร้อยทั้งร้อย ล้วนมาจากยุโรปและอเมริกาทั้งสิ้น จุดกำเนิดของตำนานแวมไพร์มาจากตะวันออกไกลครับ มันกระจายมาโดยผ่านเส้นทางจากจีน – ธิเบต – อินเดีย – ผ่านเส้นทางที่เรียกกันว่าทางสายไหมเข้าสู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตำนานนี้กระจายไปทั่วประเทศแถบทะเลดำ คาบสมุทรบอลข่าน รวมไปถึงฮังการี่ และดินแดนที่เราคุ้นเคยกัน …ทรานซิลวาเนีย

ปัจจุบัน แวมไพร์ในความนึกคิดของเรามักจะเป็นไปในแนวของ ปีศาจดูดเลือด, ผู้ที่ฟื้นคืนชีพจากความตาย, ดำรงชีวิตได้เฉพาะยามค่ำคืน สามารถกลายร่างเป็นค้างคาวได้… คุณสมบัติพวกนี้เป็นแวมไพร์ของยุโรป และในหนังผีครับ จริงๆแล้วแวมไพร์มีคุณสมบัติที่หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เรามาดูกันดีกว่าว่า แวมไพร์ของแต่ละชนชาตินั้นเป็นอย่างไร
ชาวสลาฟเป็นชาติที่ร่ำรวยเรื่องราวเกี่ยวกับแวมไพร์มากที่สุดในยุโรปตะวันออก ดินแดนนี้กินพื้นที่ตั้งแต่ รัสเซีย บุลแกเรีย เซอร์เบียร์ จนกระทั่งถึงโปแลนด์ ความเชื่อพวกนี้ฝังรกรากมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 แน่ะครับ

แหล่งชุมนุมแวมไพร์ที่ใหญ่ที่สุดจะอยู่ที่ เมือง Magyars ซึ่งปัจจุบันเป็นพรมแดนต่อกันระหว่างประเทศฮังการีกับโรมาเนีย คำว่าแวมไพร์ก็มาจากภาษาของพวกเขานี่แหละครับ แวมไพร์พวกนี้จะมีเล็บมือและผมที่ทั้งยาวทั้งสกปรก มุมปากมีคราบเลือดเกรอะกรัง ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คน วิธีการปราบแวมไพร์ของชาวสลาฟก็คือจับทำบาร์บีคิวครับ เผาทั้งเป็นเลย หรือไม่ก็พรมน้ำมนต์ที่ได้มาจากโบสถ์ใส่พวกมันก็ได้

เนื่องจากโรมาเนียถูกแวดล้อมไปด้วยประเทศของชนชาติสลาฟ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ว่าแวมไพร์ของพวกเค้าจะกระเดียดไปทางแวมไพร์เชื่อสายสลาฟนิดๆ ภาษาพื้นเมืองของโรมาเนียนั้น เรียกแวมไพร์ว่า Strigoi ครับ อาจจะหมายถึง นกฮูกแก่ๆ หรือปีศาจก็ได้ทั้งนั้น Strigoi มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน Strigoi ส่วนมากคือพวกผู้ใช้คาถา ซึ่งจะกลายเป็นแวมไพร์เมื่อตายแล้ว เจ้า Strigoi พวกนี้จะถอดวิญญาณออกจากร่างไปเพื่อชุมนุมกันในคืนพระจันทร์เต็มดวง หรือไม่ก็ออกตระเวนดูดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือไม่ก็เพื่อนบ้านใกล้เคียง
คนที่เกิดมาโดยมีสัญญลักษณ์ของปีศาจ (มีหาง เขี้ยวงอก ขนดกรุงรัง) หรือคนที่ตายอย่างผิดธรรมชาติ หรือตายโดยที่ยังไม่ได้ทำพิธีรับศีล พวกนี้มีสิทธิจะเป็นแวมไพร์ได้ทั้งนั้น ถ้าครอบครัวไหนมีลูกเพศเดียวกันถึงเจ็ดคน คนที่เจ็ดนั่นแหละครับ แวมไพร์มาเกิด พวกผู้หญิงแถวนั้นเวลาท้องพวกเธอต้องกินเกลือครับ เพื่อป้องกันลูกที่อยู่ในครรภ์ ส่วนพวกสุดท้ายที่มีสิทธิเป็นแวมไพร์ชัวร์ๆ คือพวกที่โดนแวมไพร์กัดเอา