น่ากลัว

13 entries have been tagged with น่ากลัว.

ผีโรงหนัง

เรื่องนี้เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ ในโรงหนังหรูหราบนศูนย์การค้าชื่อดังย่านลาดพร้าวค่ะ มารู้ทีหลังว่าที่นั่นผีดุจนคนลือ โดยเฉพาะชั้นที่เป็นโรงหนัง

สาเหตุมาจากมีคนตายสยองมาหลายศพแล้ว ทั้งโดดตึกตาย หัวใจวายตาย โดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรม แล้วยังมีพนักงานตายเพราะลิฟต์ขาดตอนเช้าก่อนห้างจะเปิดบริการ ยิ่งส่วนที่เป็นโรงหนังน่ะ บริเวณช่องขายตั๋วและห้องน้ำเป็นจุดน่ากลัวที่สุด คนที่ไปดูหนังรอบดึกมักเจอประสบการณ์แปลกๆ ระคนน่าสยองหลายรายมาแล้ว

เรื่องที่ดิฉันเจอ ไม่ได้เกิดตอนห้างปิดนะคะ ตอนนั้นเพิ่งสิบโมงกว่าๆ ห้างเพิ่งเปิด ดิฉันกับคุณแม่อยากดูหนังขึ้นมา เราไม่ชอบเบียดเสียดหรือต่อคิวยาวก็เลยไปแต่เช้า หาที่จอดรถได้สบายและใกล้ประตูทางเข้าด้วย แล้วขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด

ตอนเดินเข้าประตูห้างดิฉันนึกยังไม่รู้ พูดกับแม่ว่า…ตรงนี้ไงที่ตำรวจยิงผู้ร้ายตาย! แล้วตรงนั้นมีคนอกหักมาโดดลงไปข้างล่างด้วย…ตายสมใจอยาก น่าสงสารจัง!

แม่ฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้า ส่วนดิฉันพูดแล้วก็แล้วไป ไม่มีอะไรติดค้างเก็บเอามาคิดเป็นอารมณ์ แต่มันเป็นไงไม่รู้พอพาแม่ขึ้นลิฟต์ก็พูดอีกว่า…ลิฟต์นี่ก็เหมือนกันเมื่อ ไม่ถึงปีมานี้มีพนักงานตกลงไปตาย!

คราวนี้แม่หันมาดุว่า นึกอะไรขึ้นมาน่ะถึงเอาแต่พูดเรื่องคนตาย? ดิฉันเลยเงียบ…เราซื้อตั๋วแล้วเข้าห้องน้ำแล้วออกมาซื้อไส้กรอกกับน้ำถือ ติดมือเข้าโรงหนังด้วยกัน

ความที่เราไปแต่เช้าและดูหนังรอบแรก ทำให้เห็นความไม่พร้อม เช่น ยังไม่ได้เปิดแอร์ ที่นั่งทุกแถวโล่งไร้ผู้คน มีแต่แสงไฟสีส้มส่องลงมา นั่งได้สักพักก็รู้สึกอบอ้าว กำลังหันรีหันขวางก็พอดีเครื่องปรับอากาศเปิด สักพักก็ได้ไอเย็น…อึดใจต่อมาก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่พ่นในแอร์น่ะค่ะ

กลิ่นหอมกรุ่นมาพร้อมกับแสงไฟหรี่ลง และมีภาพโฆษณาปรากฏบนจอ…

ดิฉันเหลียวไปดูรอบๆ เพราะมีแต่ตัวเรากับแม่เท่านั้นสองคนเท่านั้น แต่พอหันกลับมาอีกทีก็เห็นมีศีรษะผู้หญิงโผล่อยู่ เอ๊ะ! เข้ามาตอนไหน? ดิฉันจองที่นั่งแถวซี 15-ซี 16 ก็อยู่ตรงกลางพอดี เวลาใครจะมานั่งก็ต้องเดินเบียดเก้าอี้ตัวลีบเข้ามา…ผู้หญิงข้างหน้าเขาคง เดินมานั่งตอนที่ดิฉันหันไปดูทางอื่น

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร สายตามองดูโบผูกผมที่มันสะดุดตาเพราะเป็นสีดำอันใหญ่ สวยและมีเพชรปลอมเม็ดเขื่องส่องประกายวูบวาบ

ขณะ ก้มลงหยิบไส้กรอกจากถุงมากินเข้าไปได้คำเดียว ดิฉันก็เงยหน้าขึ้น…อ้าว? คุณเธอหายไปแล้ว โน่น! ไปโผล่อยู่แถวเอฟ 15…เอ๊ะ! มันชักยังไง? ทำไมเธอโดดไปเร็วนักหนา ข้ามไปสองแถว ดิฉันมองไม่ผิดแน่

ตอนนั้นก็มีคนดูทยอยเข้ามาเรื่อยๆ นับได้ราว 20 กว่าคน ดิฉันมองจ้องผู้หญิงโบดำตาไม่กะพริบ และเมื่อเราต้องยืนขึ้นเคารพกับเพลงสรรเสริญพระบารมีดิฉันไม่เห็นเธอเลย ค่ะ…และแล้วแสงไฟก็มืดสนิท

ดิฉันนั่งไม่เป็นสุข รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ กลัวว่าเธอจะผุดขึ้นมานั่งข้างๆ

จริงด้วยค่ะ พอมองไปทางด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่นั่งโล่งตลอด ดิฉันเห็นเธอนั่งถัดไปแค่ 4 ที่นั่งเท่านั้นเอง!

เธอเป็นเด็กวัยรุ่น แสงจากจอหนังส่องให้เห็นขนตางอนขยับ จมูกโด่ง และท่านั่งที่แข็งๆ พิลึก…โธ่! เล่นแบบนี้แล้วจะอยู่ไปทำไมล่ะคะ?

ดิฉันสะกิดแม่ว่า…ออกก่อนเถอะ หนูจะเป็นลม!

ไม่เสียดายเงินสองร้อยยี่สิบบาทแล้วค่ะ ขืนดูไปก็ไม่รู้เรื่อง…พอออกมาจากโรงหนังก็เข้าร้านอาหาร สั่งน้ำเย็นๆ มาดื่มก่อนจะเล่าให้แม่ฟัง…แม่บอกว่านึกแล้วเชียว ตอนมาถึงน่ะเที่ยวทักเขาไปทั่ว…

แต่ในความรู้สึกของดิฉันน่ะ ผี! หรือวิญญาณต่างหากล่ะคะ ที่เข้ามาดลใจและสัมผัสจิตจนดิฉันเอ่ยปากพูดถึงพวกเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ…จะ ยังไงก็แล้วแต่ ดิฉันคงไม่ได้เข้าโรงหนังไปอีกพักใหญ่ล่ะค่ะ!

การเห็นผี

หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้ แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้ และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้

6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด) เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว “ให้ตั้งสติดี ๆ” แล้วลืมตา

7. แล้วผีจะมาให้เห็น

***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็นจะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน***

1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง) 3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง ก่อนล้างให้ท่อง “พุทโธ” แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง

*วิธีที่2* “ตัดเล็บตอนกลางคืน” (เห็นผี 12 คน)

***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่”***

1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง) โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย  *เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*

2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ (ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)

3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พัก

4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง “แก๊กๆ” นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ

5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้ (เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน

6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ

7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า “ขอบคุณ” แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ (แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)

*วิธีที่3* “หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย” (เห็นผี 16 คน)

วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที

นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในการวัด ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย

1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที

2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที

3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี

4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก (จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น

5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี

*วิธีที่4* “ดีดลูกคิดตอนกลางคืน” (เห็นผี 32 คน)

ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก

1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา

2. ดีดีลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย

3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก

4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น

5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที *ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด

*วิธีที่5* “เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน” (เห็นผี 6 คน)

1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)

2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)

3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น

*วิธีที่6* “ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว” (เห็นผี 31 คน) ต้องทำคนเดียว

1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า (ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)

2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)

3. แล้วผีจะมาให้เห็น

*วิธีที่7* “แหงนหน้ามองตรงบันได” (เห็นผี 42 คน) ต้องทำคนเดียว

1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่ (ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)

2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด

3. แล้วผีจะมาให้เห็น

*วิธีที่8* “สวมพระกลับหลัง” (เห็นผี 28 คน) ต้องทำคนเดียว

Devil and the Hat

Ghost

I was putting the finishing touches on a nice big dinner – meatloaf, mashed potatoes, green beans, pumpkin pie – when Charlie blew in the back door. He’d spent the day ice-fishing in the quarry, and I expected him to be in a jolly mood. But he stood there with his gray hair standing on end, his cheeks bright red with rage and his coat and pants covered with snow.

“Charlie, what happened to you?” I gasped. “And where is your new hat?”

I’d bought him a fancy new fishing hat for his birthday not two days ago, and today was the first opportunity Charlie’d had to wear it.

“My hat!” Charlie shouted, his eyes popping out of his head like a fish. “My hat!” He was too speechless to go on. He jumped from one foot to the other in rage and pointed his finger a number of times at the daily newspaper that lay on the counter beside him.

“I’ll tell you where my hat is!” Charlie finally sputtered out. “It’s at the bottom of the quarry pond. And its all because of that blasted creature!”

He banged his fist down on top of the cartoon of the Jersey Devil which adorned the front of the newspaper. The Jersey Devil had been spotted all over the Pinelands region during the last few days. Charlie and I had laughed over the sightings, considering it to be a joke perpetuated by the newspapers.

I gaped at my husband. “You mean its real?” I gasped. “You actually saw the Jersey Devil?”

“That Dad-Blame creature came swooping into the quarry at the very moment I got a big fish on the line,” Charlie said. “I was sitting in my chair, reeling in my line and that fish was fighting like anything. Then I heard a big whooshing sound, and a huge creature swooshed over my head.”

“What did it look like?” I asked incredulously.

“It looked like a dad-blame dragon, with a head like a horse, a snake-like body and bat’s wings,” Charlie said. “Nothing like this crazy picture.” He stabbed his finger down on the newspaper. “Anyhow, it flew over me head so fast that the wind from its long wings knocked me right out of my chair! My new hat went flying into the ice hole, along with my pole. That fish dragged the pole right under the ice, and it took my new hat with it!” Charlie turned purple at the memory. “That Jersey Devil owes me a new hat! And a fishing pole. I aim to see that justice is done!”

So saying, Charlie grabbed his rifle from over the back door and headed out into the yard.

“Charlie, what about dinner?” I called after him.

“I ain’t got time for dinner,” Charlie shouted back to me. “I’m getting up a posse. I’ll teach that Jersey Devil to mess with a man’s new hat!”

And that was the last I saw of my husband for the next three days. Charlie roused the whole neighborhood, and the men went hunting all over creation, racing from town to town following every rumor they heard about the Jersey Devil. They never caught a glimpse of it, though once they followed its strange tracks through the snowy woods for over an hour before the tracks disappeared. Charlie’d come home after I’d gone to bed and leave before I got up in his determination to track down the creature that lost him his hat.

After about a week, the Jersey Devil disappeared back into the Pinelands and Charlie came home to roost. He was still in a bitter rage about losing his hat and his pole, and sat sulking in his study all day. Around suppertime, the mayor stopped by our house and presented him with a new fishing hat and a fancy new pole to replace those he lost when the Jersey Devil flew over the quarry. Charlie was tickled pink, and he went out the very next day to do some ice-fishing. He came back with the biggest fish he’d ever landed and a smile that nearly split his cheeks in two. So maybe the Jersey Devil did him a favor after all.