ผีญี่ปุ่น

9 entries have been tagged with ผีญี่ปุ่น.

วิญญาณไม่ลืม

ข้าคิดถึงสมบัติพัสถานที่เคยมี เคยสะสมไว้ด้วยความรักใคร่ แต่ทั้งปวงนั้นข้าก็ได้แต่มองตาปริบๆ ไม่อาจสัมผัสแตะต้องได้เลย แม้แต่เพียงผิวเผินก็ตามที

พวกข้ายังอยู่ในโลกอันว้าเหว่ หงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวสิ้นดี! โลกที่ไม่มีทั้งแสงอาทิตย์อบอุ่นยามเช้า แสงจันทร์สีเงินยวงยามค่ำคืน ไม่มีกลิ่นดอกไม้หอมระรื่นชื่นใจ ไม่มีเสียงเพลงขับขานให้เริงรื่นหรือร่ายรำไปตลอดกาลนาน..

เรายืนมองหน้ากันในสถานที่ค่อนข้างมืดทึบ..นึกกลัวนะคะ แต่ก็กล้ายืนสู้หน้าเขาเพราะรู้ว่าเป็นความฝัน ผิดกับบางคืนที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่พบเห็นเป็นเพียงความฝันเท่านั้น..พอดีชาย ชรายิ้มให้อย่างอ่อนโยน แว่วเสียงวู่หวิวมากระทบโสตประสาท

ดิฉันขอถ่ายทอดคำพูดมาสู่กันฟัง ดังนี้ค่ะ

ข้า เคยเป็นคนเหมือนพวกเจ้า เคยมีเลือดเนื้อ มีชีวิต มีหัวใจที่เต้นไม่หยุดหย่อน มีสุขมีทุกข์ มีเสียงหัวเราะเริงร่าและเสียงร่ำไห้ สะอึกสะอื้นคร่ำครวญเมื่อผิดหวังสาหัส ระทมขมขื่นสุดขีด มีเสียงโอดโอยเมื่อเจ็บปวดรวดร้าวถึงหัวใจ

กาลเวลา อ่านไป เกิดขึ้นแล้วก็ต้องตาย ไม่มีใครหลบหนีได้เลย..บ้างถูกเผา บ้างก็ถูกฝัง เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีพื้นที่สำหรับดำรงอยู่ ไม่ว่ามนุษย์ พืชและสัตว์ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย..สรรพสิ่งอุบัติขึ้น แล้วก็ต้องเสื่อมสลาย แตกดับไป!

น่าขันที่คนเป็นๆ ส่วนใหญ่ลืมพวกข้าหมดสิ้น ไม่เคยฉุกคิดว่าใครเคยอยู่ เคยใช้ชีวิตบนแผ่นดินนี้มาก่อน..ข้าไม่คิดว่าพวกข้าเคยมีตัวตนซะด้วยซ้ำ

หนัก กว่านั้นคือ หลายๆ คนเรียกพวกข้าว่าผี! ปีศาจ! อสุรกาย! ต่างๆ นานาตามใจชอบ มิหนำซ้ำยังทำท่าหวาดกลัวพวกข้า ขยะแขยงชิงชังข้า พยายามหาวิธีป้องกันตัวเองจากข้า จนถึงขับไล่ไสส่งข้าด้วยกลวิธีสารพัดอย่าง..อนิจจัง!

 

เขาว่าคนเราจะมีความสุขที่สุดก็คือเวลานอนหลับ เพราะจะได้ล่องลอยเข้าสู่โลกของตัวเอง มีอิสรเสรีต่อทุกสิ่งทุกอย่าง หมดปัญหายุ่งเหยิงและสับสนจิปาถะในชีวิตประจำวัน..ก้าวเข้าสู่โลกของความฝัน ที่ทุกคนได้รับสิทธิเสรีทัดเทียมกันทุกประการไม่ว่าคนยิ่งใหญ่หรือคนเล็ก น้อย มั่งมีศรีสุขหรือยากจนข้นแค้นปานใด!

บางครั้งในยามลืมตาขึ้น เคยอาลัยอาวรณ์ความฝันที่ประทับใจ จนสงสัยว่าถ้าเราตายไปแล้วจะได้ความฝันเหมือนตอนมีชีวิตหรือเปล่าหนอ?

สมัยรุ่นๆ ดิฉันเรียนไม่เก่ง มีปัญหาในห้องเรียนเสมอ..ขนาดอายุห้าสิบกว่าแล้วก็ยังฝันบ่อยๆ ว่านั่งเรียนหนังสือ ตื่นขึ้นมายังตกใจเป็นนาน นึกว่าต้องไปเรียนจริงๆ

เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ดิฉันฝันเห็นผีผู้ชายตนหนึ่ง เป็นชายชราร่างสันทัด ผมขาวโพลน นัยน์ตาดำวาว เดี๋ยวดุร้าย เดี๋ยวเศร้าโศก..ในฝันรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คน!ฉุกคิดมั่งไหมว่าข้าต้องทนทุกข์ทรมานปานใด เมื่อต้องคืนลมหายใจให้แก่โลก ร่างกายหยุดเคลื่อน ไหวโดยสิ้นเชิง! ข้ากลายเป็นศพ เป็นผี..

ซากที่ไม่มีใครต้องการถูกยัดใส่โลงแคบๆ ก่อนจะเผาหรือฝังทันใด

คิดหรือเปล่าว่าวิญญาณข้ายังอยู่ เดือดร้อน เจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหนเมื่อเปลวไฟเผาผลาญ โหมไหม้คึ่กๆ รอบตัวข้า? กลืนกินข้าจนเหลือแต่กระดูก เสียงแผดร้องโหยหวนล่ะ พวกเจ้ามีใครเคยได้ยินบ้างหรือเปล่า?

ข้าหวาดกลัวสุดขีดแค่ไหน ที่ถูกทิ้งให้นอนโดดเดี่ยวอยู่ในหลุมเปียกชื้น? สัตว์ใต้ดินและหมู่หนอนพากันคลานกระดิบๆ เข้ามากลุ้มรุม แทะกินเลือดเนื้อข้าด้วยความหิวโหยสุดขีดของพวกมัน!

ได้ยินไหม..เสียงร้องโอดโอยครวญครางของข้าน่ะ?

เฮอะ! พวกเจ้ายังพึมพำถึงพวกข้า กระซิบกระซาบ เหลียวซ้ายขวาด้วยความหวาดระแวง..ไอ้บ้างก็ขนลุกขนชันขณะที่ข้ายังทุรนทุรายอยู่ในกองไฟ!

ข้าไม่ใช่ฝุ่นละอองที่โปรยปรายอยู่ในแสงแดด ไม่ใช่สายลมที่พัดผ่านยอดไม้ ไม่ใช่สายฝนที่ตกพรำอยู่ในป่าหรือภูเขา แต่ข้ายังมีความรู้สึก มีจิตวิญญาณ โหยหาอาวรณ์ถึงชีวิตที่มีเลือดเนื้อ มองเห็นและจับต้องได้ ไม่ใช่กลายเป็นอากาศธาตุหรือความว่างเปล่าอย่างที่พวกเจ้าหลายๆ คนเข้าใจ

ข้านึกถึงคนที่เคยสนิทสนม คนที่รักและชิงชังอยู่เสมอมา..

 

มีแต่เสียงสะอื้นและหยาดน้ำตาไหลรินเงียบเชียบ ตกต้องสู่ความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์! โปรดเถิดมนุษย์ทั้งหลาย อย่าได้เกลียดกลัวข้าอีกเลย วันหนึ่ง..ไม่ช้าก็เร็วพวกเจ้าทุกผู้ทุกคน ทุกรูปทุกนาม ก็ต้องมาอยู่ในโลกเดียวกับข้าอย่างแน่นอน!

พลังแห่งซาตาน

 

ก้อนหน้านั้นหลายปี ผมเคยให้หมอตรวจกระเพาะด้วยการ “กลืนแป้ง” เอกซเรย์มาก่อนแล้ว แต่ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ…แพทย์ชื่อหมออรุณบอกว่าการตรวจลำไส้ใหญ่จะใช้วิธี นั้นไม่ได้ ต้อง “ส่องกล้อง” อย่างเดียวเท่านั้น

ยอมรับว่าหวาดเสียวมากๆ แต่หมออรุณก็บอกให้สบายใจว่าไม่ได้น่ากลัวหรอกเพราะจะ “ดมยา” ให้หลับสบาย ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อยหมดทุกอย่าง

ภรรยาจะมาเฝ้าไข้แต่ผมบอกว่าไม่เป็นไร อยู่บ้านกับลูกๆ เถอะ รุ่งขึ้นตอนเย็นค่อยพาลูกแวะมาก็ได้…คืนนั้นพยาบาลก็เอาน้ำโถใหญ่มาให้ ดื่ม เพื่อขับถ่ายกากอาหารออกไปให้หมด รุ่งขึ้นแพทย์จะได้ส่องกล้องดูลำไส้ใหญ่ได้อย่างปลอดโปร่ง ทัศนวิสัยดี ว่างั้นเถอะ!

ก่อนจะดื่มยาระบายครั้งมโหฬารในชีวิต เพื่อนฝูง 2-3 คนก็แวะมาเยี่ยม แถมหอบเบียร์มาหลายกระป๋อง อีกด้วย ผมก็…เลยตามเลย เดี๋ยวก็ต้องกินยาระบายอยู่ดี นี่นา

เพื่อนๆ กลับไปราวสามทุ่ม ผมต้องเข้าห้องน้ำเกือบสิบครั้ง ก่อนจะหลับผล็อยไปอย่างอ่อนเพลียสุดๆ

รุ่งขึ้น ผมก็ถูกเข็นขึ้นเขียง เอ๊ย! เข้าห้องผ่าตัด…เหลือบเห็นสายยางยาวเป็นวาก็แทบจะสลบไปก่อนจะ “ดมยา” ซะด้วยซ้ำ

ครั้นฟื้นขึ้นมาก็ได้ข่าวดีว่าปลอดภัย ไม่มีเนื้อร้ายอะไรงอกงามขึ้นเป็นส่วนเกิน ผมถามว่าเมื่อไหร่ต้องมาส่องกล้องกันอีก? หมออรุณก็หัวเราะอารมณ์ดี บอกว่าถ้าจะเป็นก็อีกนานมาก…อาจจะตายไปก่อนก็ได้!

เฮ้อ…โล่งอกไปที! ภรรยาพาลูกมาเยี่ยมตอนเย็น เพื่อนชุดใหม่โทรศัพท์มาถามข่าวล่วงหน้า ตกค่ำก็หอบเบียร์มาเกือบโหล…ต้องฉลองข่าวดีกันหน่อย พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว

จนกระทั่งกลางดึกคืนนั้นเอง!

…ภาพของเพื่อนคู่นั้นค่อยๆ เดินถอยห่างออกไป เลือนรางจางหายไปในแสงไฟเยือกเย็น ผมสะบัดหน้าร้องเฮ้ยๆ อะไรกันวะ? เราคงตาฝาดไปเองแน่ๆ แต่เสียงผมคงดังไปถึงข้างนอก เพราะพยาบาลสาวหุ่นดีคนหนึ่งเดินสวนทางกับผู้ไร้ร่างกายที่หน้าประตูห้องน้ำ เข้ามาทันที

เธอบอกให้ผมนอนพักได้แล้ว ก่อนจะปิดไฟตามเดิม และแล้ว…ร่างสูงระหงที่มีหน้าอกกับสะโพกโดดเด่นก็เดินกลับไปตามเดิม… ละลายหายไปในอากาศธาตุใต้แสงไฟใกล้ๆ ประตูนั่นเอง

ผมหลับตา ความรู้สึกทั้งปวงดับวูบลง…

เมื่อ รู้สึกตัวตอนเช้าก็เห็นหมออรุณเข้ามายิ้มแฉ่งอยู่ข้างๆ เตียง…พยาบาลสาวอวบท้วมผู้หนึ่งยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง…ไม่ใช่คนเมื่อคืน แน่นอน ผมอาจจะเมาเบียร์ก็เป็นได้ แต่ภาพที่เห็นคืนนั้นนึกแล้วขนหัวลุกทุกทีเลยครับ!

ผมปิดทีวี ปิดไฟหัวเตียง รูดม่านหนาทึบเรียบร้อย มีแต่แสงไฟหน้าห้องน้ำ ผมนึกถึงญาติสนิทมิตรสหายที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยโรคภัยไข้เจ็บบ้าง ด้วยอุบัติเหตุบ้าง…ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตายทั้งนั้น แต่ไม่ว่าใครๆ ก็ล้วนแต่กลัวตาย ไม่อยากตาย…อย่างผมนี่ไง

“รณจักร” เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากคืนหนึ่งในโรงพยาบาล

ผมประสบ กับเรื่องราวน่าขนลุกขนพองเมื่อราว 5-6 ปีก่อน สาเหตุจากระบบขับถ่ายไม่น่าไว้ใจ ต้องไปนอนโรงพยาบาลแถวสุขุมวิทนี่เองเพื่อตรวจร่างกายเป็นเวลา 2 คืน

ตอน นั้นผมอายุ 40 ปลาย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางเดินอาหารที่รู้จักมักคุ้นกันมาราว 3-4 ปี พูดอ้อมๆ ว่าน่าจะตรวจลำไส้ใหญ่ให้แน่นอนว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? จะมีก้อนเนื้อหรือไม่?

ถ้าพูดกันตรงๆ ก็สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งน่ะแหละครับ!

ใจหายวูบ นึกถึงเพื่อนรุ่นน้องที่ตายเมื่ออายุแค่ 40 ต้นๆ เท่านั้นเอง

เพื่อนชุดใหม่โผล่เข้ามาสองคน หิ้วเบียร์กระป๋องมาฝากเหมือนรายก่อนๆ แถมบอกว่าขืนเอาเบียร์ขวดมาเยี่ยม ก็ต้องแอบๆ ไปขอที่เปิดฝาจากแม่บ้าน…จำได้ไหม?

ผมเปิดไฟกลางห้อง ลุกขึ้นมานั่งซดเบียร์กับเพื่อน…ถึงจะขัดเขินนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร ก็ผมไม่ใช่คนไข้นี่นา เพื่อนก็บอกว่าซดเบียร์เย็นๆ ซักสองกระป๋อง เดี๋ยวก็หลับสบายแล้ว! พวกเราขอลาไปก่อน…

หน้าผมชาเห่อ ขนลุกซ่าไปทั้งตัว ร้องว่า…อะไรนะ? เฮ้ย! นี่พวกลื้อ…แล้วสุ้มเสียงแหบแห้งก็ขาดหายไปในลำคอ แผ่นหลังเย็นวาบเหมือนถูกนาบด้วยก้อนน้ำแข็ง อ้าปากค้าง เบิกตาโพลง ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่บัดดล

เพื่อนสองคนที่มาเยี่ยมผมเป็นรายล่าสุดน่ะ ตายไปแล้วทั้งสองคน จากอุบัติเหตุรถชนกัน กับตายเพราะ มะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่ออายุ 40 ต้นๆ นั่นปะไร!

 

ผีหมาป่า

ชาวบ้านโจษจันกันว่า ผัวหนุ่มเมียสาวที่มาเช่าข้างบ้านผมคงจะได้เสียกันโดยผู้ใหญ่ไม่รู้ จนผู้หญิงท้องโต พวกเขารอจนคลอดก็ทำคลอดกันเองและฆ่าเด็กซะ เอาไปหมกในที่ร้าง จากนั้นก็กลับบ้านตัวเปล่า ปกปิดความผิดที่ท้องโดยไม่ได้แต่งงาน

จากนั้น ที่ดินตรงนั้นมักจะมีเสียงร้องแง้วๆ อย่างน่าสงสารเป็นประจำ!

ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นเสียงแมวหรือเสียงอะไร แต่ที่แน่ๆ ใครๆ ก็ว่าเป็นเสียงผีเด็กทารกที่มาเรียกร้องความยุติธรรม!

เชื่อมั้ยครับว่านับแต่นั้นจะมีคนทำแท้ง และนำซากทารกมาทิ้งที่ตรงนั้นบ่อยเชียวละ!

ครั้งหนึ่งเมื่อเกือบสิบปีก่อน…

ตอน นั้นผมอายุสิบกว่าขวบ ยังจำได้ดีว่าคืนหนึ่งมีเสียงคนร้องโวยวายลั่นซอย คนนั้นเป็นชาย ทราบภายหลังว่าชื่อน้าทวีป เดินกลับจากบ้านเพื่อนแถวริมทางรถไฟแล้วเลี้ยวเข้าซอยมาเพื่อจะไปบ้านตัวเอง ที่ปากซอยอีกด้านหนึ่ง

ขาเล่าว่าได้ยินเสียงทารกร้องอุแว้ๆ ในที่ดิน ล้อมรัวสังกะสีผุๆ เขาสงสัยเต็มแก่ก็เลยแอบมองดู พบทารกตัวโตเท่าคนหนุ่มๆ แต่เป็นเด็กแดงๆ นอนคว่ำแกว่งเท้าไปมา เล่นอาบแสงจันทร์อยู่อย่างน่าขนลุก

เช่น ฆ่าตัวตาย โดนฆ่าตาย ล้วนแต่น่าสยดสยองพองขนทั้งนั้น!

เรื่องนี้คุณลุงของผมทราบดีครับ เพราะท่านอยู่ในซอยนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้เกือบหกสิบ จะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังได้ยังไงล่ะครับ?

ซอยผมอยู่หลังสถานีรถไฟ คุณลุงเล่าว่าเมื่อเกือบห้าสิบปีก่อนยังเปลี่ยว เป็นท้องทุ่งท้องนา มีบ้านอยู่ยี่สิบกว่าหลัง ถนนในซอยก็เป็นลูกรัง แต่ที่ดินแถวนี้มีผู้มาซื้อ มาจับจองไว้หมดแล้ว

บ้านของผม หรือที่จริงก็บ้านคุณปู่น่ะ เป็น ตึกใหญ่ ข้างบ้านรั้วเดียวกันเป็นบ้านไม้สองชั้น และชั้นบนทำเป็นห้องเช่า

ตอนนั้นมีผัวหนุ่มเมียสาวมาเช่าอยู่ ผู้หญิงกำลังท้องแก่เชียวครับ คืนหนึ่งตอนดึกสงัดราวสองยาม กว่าๆ มีเหตุการณ์บางอย่างชุลมุนชุลเกอยู่ที่บ้านนั้น คุณลุงเล่าว่าได้ยินเสียงเหมือนร้องแง้วๆ คล้ายแมวไม่สบาย สักพักหนึ่งก็เงียบไป

พอรุ่งขึ้น สองผัวเมียก็ขนของหิ้วกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อกลับภูมิลำเนา ของตัวเอง คุณลุงบอกว่า ผู้หญิงยังท้องโตอยู่ แต่ดูอ่อนเพลีย และค่อยๆ เดินอุ้ยอ้ายไปอย่างเชื่องช้า

บ้านผมนั้นถ้าเดินออกประตูเลี้ยวซ้ายไปราว 50 เมตรก็จะเป็นทางสามแพร่ง ถ้าเลี้ยวซ้ายไปอีกทีก็จะเป็นชุมชนสลับกับที่ดินรกร้างว่างเปล่า แต่ล้อมรั้วสังกะสีเอาไว้

ราว 2-3 วันต่อมา ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นได้กลิ่นเน่าก็เลยแหวกรั้วสังกะสีเข้าไปดู พบกองผ้าปูที่นอน ผ้าถุงและผ้าเช็ดตัวเปรอะเลือด ในห่อผ้าขนหนูมีศพเด็กทารกเพิ่งเกิดนอนเน่าอยู่

น้าทวีปร้องจ๊าก แล้ววิ่งเตลิดเปิดเปิง ล้มลุกคลุกคลานกว่าจะกระเซอะกระเซิงถึงบ้านก็เหน็ดเหนื่อยแทบจะขาดใจตาย

กลายเป็นตำนานผีประจำซอยไปอีกเรื่องหนึ่ง!

ปัจจุบันที่ดินแปลงนั้นถูกปรับเปลี่ยน ทำเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่าราวปีเศษ และมักจะเกิดเรื่องราวแปลกๆ น่ากลัวอยู่เสมอเมื่อเวลาผ่านไปไม่ช้าไม่นาน

มีทั้งฆ่ากันตายเพราะความหึงหวง ผู้ชายแทงสาวคนรักจนตายแล้วเตลิดหนีบ้าง บีบคอฝ่ายหญิงตายคาที่นอนแล้วใช้มีดแทงหน้าอกตัวเองบ้าง คนร้ายบุกเข้าข่มขืนฆ่านักศึกษาสาวจนตายคาห้องพักก็มี

แต่อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่ากับชาวบ้านแถวนั้นโดนผีเด็กหลอกหลอนต่างๆ นานาจนวิ่งกันฝุ่นตลบอยู่เป็นประจำ

ที่น่าสยดสยองสุดๆ คือมีคนเห็นทารกตัวโตเท่าผู้ใหญ่ นอนกลิ้งเล่นกับเด็กๆ ที่เป็นผีด้วยกัน…หัวเราะเอิ๊กอ๊ากสนุกสนาน แต่คนที่ได้ยินถึงกับเข่าอ่อน หวิดจับไข้หัวโกร๋นไปตามๆ กัน

ตอนดึกๆ เวลาผมต้องใช้อินเตอร์เน็ตทำงานส่งอาจารย์ ผมมักได้ยินเสียงแง้วๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่านั่นคือเสียงแมวหรือเสียงผีเด็กทารกกันแน่…น่าขนหัวลุก จริงๆ ครับ!

ผัวหนูเป็นผี

มีอีกเรื่องที่อ้อมเล่าให้ฟังว่า เวลาเธออยู่ตามลำพัง ตอนนอนเคลิ้มๆ จะรู้สึกเหมือนมีใครมานอนอยู่ข้างๆ เสมอ…

เตียง ของอ้อมเป็นขนาดนอนได้สองคนค่ะ และหนูก็หลับๆ ตื่นๆ ไม่ค่อยได้นอนหลับเต็มอิ่ม เพราะมันคอยระแวงน่ะค่ะว่าจะมีใครมาเขี่ยเท้า หรือมายืนข้างเตียงทวงที่นอน และหนูก็ไม่หันไปมองตู้เสื้อผ้าเลย…

กลัวจะเห็นผีเด็กนั่งห้อยขาอยู่หลังตู้!!

ในที่สุดอ้อมก็บอกว่าเธอชวนญาติคน หนึ่งมาอยู่ด้วย เป็นผู้หญิงวัยเดียวกัน และพอดีญาติคนนั้นเพิ่งเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ อ้อมไม่ต้องรบกวนหนูแล้ว! เฮ้อ…โล่งอกไปที

ทุกวันนี้อ้อมก็ยังอยู่ที่ห้องนั้น และมีเรื่องแปลกๆ เหมือนเดิม แต่เธอทั้งคู่ก็ยังไม่เคยถูกหลอกจังๆ เลย…ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปเถอะค่ะ!

อ้อมเล่าว่าห้องของเขามีอะไรแปลกๆ ทั้งเสียงผู้หญิงร้องไห้ เสียงคนใช้ห้องน้ำ ไฟฟ้าที่เปิดปิดเอง ข้าวของเครื่องใช้อย่างหวี หรือกรรไกรตัดเล็บก็ย้ายที่ของมันเองอยู่บ่อยๆ

เราตกลงไปถามเรื่องนี้กับคนทรงแถวราชวัตรค่ะ เขาบอกว่าในห้องอ้อมมีผีจริงๆ เป็นผีผู้หญิงที่กินยาตายมาหลายปีแล้ว เธอน่าจะไปเกิดแต่ยังหรอกค่ะ เธอยังต้องใช้กรรมอยู่ในภพภูมิระหว่างโลกของคนตายและคนเป็น

เธออยู่ในห้องของอ้อมและใช้ชีวิตไปตามปกติ แต่ออกไปไหนไม่ได้

นอกจากผู้หญิงคนนี้แล้ว คนทรงยังบอกว่ามีเด็กเล็กๆ อีกตนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในตู้เสื้อผ้าของอ้อม และชอบออกมานั่งห้อยขาบนหลังตู้

ฟังอย่างนี้แล้วขนหัวลุกเลยค่ะ!

 

ไม่รู้ว่าอุปาทานหรือเปล่านะคะ แต่ตอนที่อ้อมเปิดประตูห้องน่ะ หนูรู้สึกว่ามีลมพัดออกมาจากห้องวูบหนึ่ง เย็นเยือกราวกับเปิดแอร์ไว้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ห้องแอร์สักหน่อย เราใช้พัดลมน่ะค่ะ และตอนนั้นพัดลมก็ไม่ได้เปิดเสียด้วย

แล้วลมเย็นวูบนั้นมันมาจากไหนล่ะคะ?

พอหนูไปอยู่คืนแรกก็โดนรับน้องเลยค่ะ!! ตอนอ้อมเข้าไปอาบน้ำน่ะหนูนั่งดูทีวีอยู่บนเตียง ปรากฏว่าอยู่ดีๆ ไฟก็ดับ เล่นเอาหนูใจหายวาบ กลัวจนลนลาน รู้สึกว่าได้ยินเสียงเด็กกับผู้หญิงหัวเราะเบาๆ แล้วไฟก็เปิดสว่าง…

เฮ้อ! เกือบร้องกรี๊ดเลยค่ะ!!

แต่คนทรงบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เขาก็อยู่ของเขา เราก็อยู่ของเรา ผีผู้หญิงและผีเด็กไม่ได้ทำอันตรายใดๆ และไม่ถึงกับต้องตั้งแท่นบูชาเซ่นไหว้เขา ขอให้อ้อมอยู่ตามสบาย

แหม…รู้ ว่าห้องมีผี ใครจะอยู่ได้อย่างสบายๆ ล่ะคะ อ้อมไม่รู้จะย้ายไปที่ไหน เธอขอคิดดูก่อน ที่นี่ใกล้ที่ทำงานมาก ของกินเพียบ และราคาก็ไม่ถึงกับแพงอีกด้วย

อ้อมคุยกับหนูว่า จริงอย่างคนทรงพูด คือผีไม่ได้มาหลอกหลอน มาอำหรือมาทำร้ายฉุดแข้งฉุดขาแต่อย่างใด ฉะนั้น ถ้าข่มความกลัวซะก็อยู่ด้วยกันได้ อ้อมขอให้หนูไปอยู่เป็นเพื่อนสักพักหนึ่ง เพราะเธอเสียวไส้ค่ะ

บอกตรงๆ ว่าใจหนูนั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ความที่สงสารเพื่อนก็เลยบอกกับแม่ว่า หนูขอไปอยู่กับอ้อมสัก 4-5 วัน

หนูกลัวมาก แต่ความที่เพิ่งออกเวรมาทำให้เหนื่อยล้า หนูอาบน้ำต่อจากอ้อม แล้วเราก็ปิดไฟเข้านอน แต่หนูขอเปิดไฟห้องน้ำให้ไฟมันลอดออกมาจะได้อุ่นใจหน่อย

อ้อ! หนูแนะนำอ้อมให้ไปซื้อโคมไฟหัวเตียงมาเปิดไว้ทั้งคืน จะดีมากเลยละ!

 

 

ผีสิงต้นไม้

ตะเคียนต้นนี้อยู่ในเขตวัดตะเคียนงาม ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ตั้งชื่อตามต้นตะเคียน ซึ่งมีอยู่สองต้น ความสูงใหญ่และอายุไล่เลี่ย กัน น่าแปลกต้นซ้ายได้ชื่อว่าเจ้าพ่อตะเคียน ผิดกับตะเคียนทั่วไปซึ่งเชื่อถือกันว่าเป็นเพศหญิง ส่วนต้นขวาคือเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่มีอิทธิฤทธิ์ให้ชาวบ้านร้านช่องเลื่อมใสและเคารพนับถือกันมาช้านานแล้ว

ตะเคียน คู่นั้นมีผ้าแพรหลากสีสันพันรอบลำต้น โดยผู้คนที่มาบนบานศาลกล่าวเรื่องต่างๆ ได้รับความสำเร็จสมปรารถนา อีกทั้งมีการสร้างศาลไม้เล็กๆ ไว้ให้เป็นที่อยู่อาศัยและเซ่นไหว้มาช้านานหลายสิบปี จนศาลนั้นโดนทั้งแดดและฝนกระทั่งเก่าแก่ใกล้ผุพังไปตามกาลเวลา

เมื่อราวสองปีก่อนก็เกิดเรื่องน่าอกสั่นขวัญแขวนอุบัติขึ้นมา!

กลาง ดึกคืนนั้น มีทั้งพายุและฝนโหมกระหน่ำหนักหน่วง ชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงยอดไม้โดนพายุรุนแรง ตามด้วยเสียงกิ่งก้านเสียดสีกันไม่ขาดสาย ฟังคล้ายเสียงผู้หญิงกำลังร่ำร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส สะท้านสะเทือนเข้าไปถึงหัวอกหัวใจจนขนลุกขนพองไปตามๆ กัน

ไม้ใหญ่ทั้งสองชนิดเชื่อกันว่ามีผีสิงโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องมีใครผูกคอตายหรือตกลงมาตายเหมือนต้นไม้ชนิดอื่นๆ ด้วยซ้ำไป

จังหวัดระยองก็มีเจ้าแม่ตะเคียนทอง เชื่อกันว่าเป็นตะเคียนใหญ่ที่สุด อายุมากที่สุดในประเทศไทย

ความใหญ่ขนาดแปด คนโอบ อายุไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปี!

 

บัดดลนั้น เสียงเปรี๊ยะปร๊ะก็ดังกระหึ่ม ราวเสียงใครกรีดร้องกึกก้อง ตามด้วยเสียงครึกโครม สนั่นหวั่นไหวปานเสียงฟ้าผ่า แผ่นดินสะท้านสะเทือนจนบ้านช่องพลอยสั่นไหว แทบจะพังทลายไปด้วยกันในพริบตา!

รุ่งเช้า ชาวบ้านก็ออกมาเห็นภาพที่ทำให้ตะลึงพรึงเพริด แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าภาพที่เห็นจะเป็นความจริง

นั่นคือ ตะเคียนเจ้าแม่กิ่งใหญ่หักสะบั้นลงมากองอยู่บนพื้นดิน ความใหญ่โตและยาวเหยียดเหมือนจะเป็นตะเคียนอีกต้นหนึ่งที่หักโค่นลงมา จนต้องช่วยกันตั้งแคร่และเลื่อยออกเป็นสองท่อนยกขึ้นวางไว้ใกล้ๆ กับรั้ววัดนั่นเอง

เมื่อพูดถึงเสียงเสียดสีเอี๊ยดอ๊าด คล้ายเสียงร้องร่ำคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหักโค่นลงมา ก็ทำให้ผู้คนถึงกับขนลุกขนชันด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ราวกับเสียงนั้นยังติดหูอยู่ในความทรงจำไม่รู้หาย

เรื่องราวน่าขนหัวลุกก็อุบัติขึ้นแต่นั้นมา!

ในยามค่ำคืน มีคนเห็นผู้หญิงผมยาวแต่งชุดไทยโบราณเดินผ่านไปมา บางครั้งก็เห็นชัดเจน แต่บางคราวก็เห็นเพียง วอบๆ แวบๆ แล้วก็หายไป มีเสียงร่ำไห้โหย หวนดังขึ้นมาแทนที่

 

แม้แต่นักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งกรุงเทพฯ ก็มีไกด์พามาเที่ยวชมกันคึกคักหนาตา

มีผู้นำเสื้อผ้าของสตรี ชุดไทยสวยๆ งามๆ มาแก้บนมากมาย โดยแขวนไว้ในตู้พลาสติกด้านซ้าย มีถาดใส่ไฟแช็กที่เชื่อว่าเจ้าแม่โปรดปรานหลายสิบอัน ไหนจะตุ๊กตาม้าและเด็ก โดยเฉพาะกระบอก เซียมซีที่เล่าขานกันว่ามีผู้โชคดีถูกหวยรวยลอตเตอรี่กันมาหลายรายแล้วเพราะ เจ้าแม่ให้โชค

เจ้าแม่ตะเคียนทองในวัดตะเคียนงาม นอก จากจะเก่าแก่ใหญ่โต อำนวยอวยพรให้ผู้มา กราบไหว้แล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าศึกษาสนใจของจังหวัดระยองอีกด้วยครับ

มีคนฝันเห็นผู้หญิงที่เชื่อว่าเป็นเจ้าแม่ตะเคียน ทองมาร้องห่มร้องไห้ คร่ำครวญว่าไร้ที่อยู่อาศัย ไม่มีชายคาคุ้มแดดคุ้มฝน ต้องทุกข์ทนอยู่กลางแจ้งมาตลอดเวลา ได้รับความทุกข เวทนามาช้านานแล้ว

หนัก เข้าชาวบ้านก็ร่วมมือร่วมใจกันสร้างศาลใหม่เป็นการเป็นงาน มีหลังคาและฝาสามด้าน ทำรูปปั้นเจ้าแม่ตะเคียนทองแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม มีบริวารขนาดเล็กเป็นสาวสวยขนาบซ้ายขวา ผู้คนศรัทธาเลื่อมใสเข้าไปกราบไหว้ ทั้งขอพรและทั้งบนบานศาลกล่าวเรื่องราวต่างๆ ปรากฏว่าสมปรารถนากันมากมาย จนขึ้นชื่อลือชาไปทั้งเมืองระยอง

เจตนารมณ์แห่งภูตผี

ก่เขา ออกจากเผ่าของเขาที่จะทำงานกับ Lumbermen สีขาวเขาเปลี่ยนชื่อของเขากับวิลเลียมเมฆและ Lumberjacks เริ่มเรียกเขาว่า “เมฆ”. พวกเขาชอบที่จะได้ยินมีเมฆบอกเล่าเรื่องราวของภูตผีที่อาศัยอยู่ในลำห้ว ยที่ขับเคลื่อนท้องถิ่น เข้าสู่ระบบราง ภูตผีเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายที่ต้องการอะไรมากไปกว่าการห่อแขนยาวของรอบมนุษย์หรือสัตว์และดึงพวกเขาลงไปในน้ำที่จะจมน้ำ

ฝนตกฤดูใบไม้ผลิที่หนักและยาวและลำห้วยถูกน้ำท่วมเกือบถึงความจุ คืนหนึ่งมีพายุคำสั่งให้ลดประตูของรางและส่งบันทึกล่องไปโรงงาน ความคิดของการออกไปข้างนอกในพายุไม่ได้อุทธรณ์ไปยังทุกคนและเพื่อให้คนเข้ามาหลอด มีเมฆมาด้วยระยะหนึ่ง
เจตภูตในลำห้วย

เขากอดเสื้อของเขาไว้แน่นรอบ ๆ ตัวเขาในขณะที่เขาทำทางของเขาอย่างเงียบ ๆ ตลอดทั้งคืนดำมืดไปน้ำตกล็อก ในขณะที่เขาได้รับการปล่อยตัวขาแรกที่เขาได้ยินเสียงขู่ฟ่อเหม็นจากข้างแพลอยของล็อก มีเมฆหันหัวของเขาและเห็นรูปแบบพิสดารเพิ่มขึ้นจากกระแสหมุนวน ใบหน้าของมันถูกล้อมกรอบโดยป่าผมวัชพืชเกลื่อนและเครื่องชั่งน้ำหนักปลิ้นปล้อนมืดคลุมร่างของดัดได้

มีเมฆดึงเมามันที่ขาสุดท้ายกระตือรือร้นที่จะเสร็จสิ้นภารกิจของเขาและได้รับไป แต่ขาติดอยู่ครึ่งหนึ่งออก ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตพุ่งออกมาจากน้ำ มีเมฆกระโจนกลับหนีขึ้นเส้นทางไปยังห้องโดยสาร ด้านหลังของเขาภูตผี howled มีเมฆเพิ่มความเร็วของเขาทำงานอยู่ในความมืดสุ่มสี่สุ่มห้า

แล้วภูตผีหล่นลงมาจากกิ่งไม้ของต้นไม้ที่เหมาะสมในด้านหน้าของเขา, การปิดกั้นทางของเขา ดวงตาสีเหลืองของ glowed และแสงจันทร์ glinted กับผิวลื่นไหลของ ยาวของแขนบางยืดออกไปทางเขาผ่านพายุที่พัดกระหน่ำกรงเล็บขยาย เขาให้ตะโกนดังหนึ่งของความสิ้นหวัง แต่การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของกรงเล็บที่คมกริบตัดเสียงร้องของเขาและป่าจู่ ๆ ก็ยังคงอีกครั้ง

ย้อนกลับไปในห้องโดยสาร, Lumbermen รอที่จะกลับมีเมฆ แล้วอีธานเป็นเพื่อนที่ดีของเมฆอาสาลงไปทางลาดเข้าสู่ระบบและมองหาเขา ตัดไม้อื่น ๆ อีกหลายตัดสินใจที่จะเข้าร่วมการค้นหา

ภายในเวลาสิบนาทีผู้ชายกำลังยืนอยู่ติดกับประตู พวกเขาลดลงไปโคมไฟระดับน้ำวิ่งและมองเข้าไปในส่วนลึก อีธานให้ความคมชัดร้องไห้ทันทีเมื่อเขาเห็นใบหน้าแหลกเหลวจากท้องฟ้า ตัดไม้ยกประตูและดึงเมฆกับหอกเสา ร่างกายของเขาได้รับการหั่นเป็นริบบิ้นและหัวของเขาถูกตัดออกเกือบทั้งหมด ข่าวฆาตกรรมภูตผีในลำห้วยแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านค่ายไม้

สัปดาห์หลังจากการตายของเมฆของอีธานถูกปลุกให้ตื่นด้วยแสงสีฟ้าที่แปลกบนเตียงของเขา เขาเปิดตาของเขาและพบว่าตัวเองจ้องมองเข้าไปในใบหน้าของวิลเลียมมีเมฆ จิตวิญญาณเตือนอีธานที่ภูตผีได้ทำเครื่องหมายอีธานสำหรับเหยื่อต่อไปของมัน เช้าตรู่อีธานเก็บข้าวของเขาและออกจากค่าย ในทางของเขาออกมาเขาบอกเรื่องราวของเขาไปไม่กี่ของ Lumbermen และในไม่ช้าคำเตือนของเมฆแผ่กระจายไปทั่วค่าย โดยพระอาทิตย์ตกดินก็ถูกทิ้งร้างอย่างสิ้นเชิง

รางล็อกทรุดโทรมลงอย่างช้า ๆ และร่วงไปไม่เคยที่จะถูกแทนที่ ภูตผียังสิงสถิตอยู่ในกระแสการเฝ้าดูการเหยื่ออีกคนหนึ่ง แต่ก็รอเก้อสำหรับผีของเมฆจะปรากฏขึ้นเพื่อทุกคนโง่พอที่จะเดินใกล้กับลำธารเตือนพวกเขาออกไปด้วยเสียงกรีดร้องคร่ำครวญสาหัสและเจาะ

นักรบแห่งความตาย

ผีดุซักผ้า, ใหม่ย้ายไปชาร์ลสตันตามสงครามกลางเมือง, พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาที่จังหวะของสิบสองในแต่ละคืนโดยก้องของล้อหนักผ่านในถนน แต่เธออาศัยอยู่บนถนนท้ายตายและมีคำอธิบายสำหรับเสียงไม่มี สามีของเธอจะไม่ยอมให้เธอมองออกไปนอกหน้าต่างเมื่อเธอได้ยินเสียงบอกให้เธอออกดีพอเพียงอย่างเดียว ในที่สุดเธอก็ถามผู้หญิงคนหนึ่งที่ล้างในอ่างอาบน้ำที่อยู่ถัดจากเธอ ผู้หญิงกล่าวว่า.. “สิ่งที่คุณได้ยินคือกองทัพแห่งความตายพวกเขาจะทหารที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลโดยไม่ทราบว่าสงครามจบแต่ละคืนพวกเขาลุกขึ้นมาจากหลุมฝังศพของพวกเขาและไปเพื่อเสริมสร้างลีในเวอร์จิเนียเพื่อเสริมสร้าง กองกำลังอ่อนแอใต้. ”

ในคืนถัดไปซักผ้าหลุดออกจากเตียงไปดูกองทัพของผ่านความตาย เธอลุกขึ้นยืนสะกดผูกพันตามหน้าต่างเป็นสีเทาหมอกกลิ้งผ่าน ภายในหมอกเธอมองเห็นรูปร่างของม้าและสามารถได้ยินเสียงห้าวของมนุษย์และ rumble ของศีลถูกลากผ่านถนนตามด้วยเสียงของเท้าเดิน พลทหารขี่ม้า, รถพยาบาลรถบรรทุกและศีลที่ผ่านมาก่อนดวงตาของเธอ, shrouded ทั้งหมดในสีเทา หลังจากสิ่งที่ดูเหมือนชั่วโมง, เธอได้ยินเสียงแตรระเบิดไกลแล้วเงียบ

เมื่อซักผ้าออกมาจากความงุนงงของเธอเธอพบว่าหนึ่งในอ้อมแขนของเธอเป็นอัมพาต เธอไม่เคยทำวันเต็มซักตั้งแต่

ผีห้องน้ำชาย

ซึ่งเท่านั้นแหละคะดิฉันต้องไปเล่าให้แม่บ้านที่สนิทกันแต่เข้าทำงานมานาน ฟังเขายังขนหัวลุกเลย แต่เขาก็บอกว่าเจอมาหลายคนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสียงกล่อมเด็ก ตอนกลางวันแสก ๆ ตอนอยู่คนเดียวในห้องพัก พอตอนเข้ามาดิฉันก็เลยนำพวงมะลัยไปไหวศาลที่หน้าที่ทำงาน เรื่องที่ทำงานยังมีอีกไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังอีกนะคะ หรือว่าที่เจอบ่อย ๆ เป็นเพราะตัวเองเกิด (ศุกร์ 13 ด้วย) ขอบอกอีกทีว่าเป็นเรื่องจริงทุกประการเราเป็นดิฉันเป็นคนกลัวผีมาก
เนื่องจากประวัติความเป็นมาที่นั้นดิฉันก็พึงจะรู้ว่าเป็นโรงพยาบาลเก่า เพราะดิฉันสังเกตุเหตุว่าพื้นทางลงส่วนใหญ่จะเป็นทางราดเหมือนให้รถเข็ญเข็ญ นะคะ อ่าวมาเข้าเรื่องกันดีกว่า วันนั้นดิฉันต้องทำงานเป็นการเข้ากะ 14.00 – 22.00 น.

เป็นเวลาที่ไม่ดึกเท่าไหร่แต่พนักงานก็จะกลับบ้านหมดแล้ว ก็เกิดปวดท้องเข้าห้องน้ำปกติ เป็นช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. และดิฉันก็เดินเข้าไปในห้องน้ำซึ่งดิฉันก็เห็นเพื่อนพนักงานคนนึงเดินเข้าไป แล้ว แต่เห็นช่วงข้างหลัง และดิฉันก็ตามไปติด ๆ นึกว่ามีเพื่อนเข้าห้องน้ำด้วย และเข้าก็เดินเข้าไปห้องสุดท้าย ซึ่งดิฉันก็เห็นช่วงที่เข้าปิดประตูเข้าไป

ดิฉันก็ยัง

ยังไม่ได้คิดอะไร มีการเว้นห้องว่างไว้ห้องนึงดิฉันก็เข้าห้องถัดมา แต่พอดิฉันทำธุระเสร็จ ห้องนั้นก็ยังไม่เปิดและมีไม่มีเสียงอะไรนอกจากความเงียบ และจากนั้นดิฉันถึงกับต้องวิ่งละคะ เพราะจำได้ว่าห้องน้ำนั้นปิดไม่ให้ใช้มานานแล้ว

และก็ไปถามเพื่อน ๆ เพื่อความแน่ใจว่าห้องนั้นใช้ได้หรือไม่ ก็ปรากฎว่าใช้ไม่ได้ ก็เลยให้พี่ผู้ชายคนนึงไปปีนดูและตัวดิฉันด้วยปรากฎว่ามีแต่อุปกรณ์ทำความ สะอาด

ผีต่างประเทศ น่ากลัว

วันนี้เรามี ภูติผีจากต่างประเทศมาแนะนำกันค้า

ไดดาระโทบ๊ทจิ หรือ เดดาระโบ๊ทจิ เชื่อกันว่าเป็นยักษ์ผู้สร้างโลก ยักษ์ไดดาระมีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ทั่วไปทุกประการ แต่อาศัยอยุ่โลกมนุษย์โดยไม่ทำลายสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์และตัวมนุษย์เลย ยักษ์ตนนี้ได้รับคำสั่งจากเทพให้มาช่วยสร้างโลก หน้าที่หลักๆ ก็คือ ช่วยสร้างหรือเคลื่อนย้ายแม่น้ำและภูเขาให้ถูกที่ถูกทาง แต่ว่าทุกวันนี้พลังทำลายล้างของมนุษย์ช่างมหาศาล ถ้าไดดาระมีจริงๆ ก็คงเอาไม่อยู่เหมือนกัน

    ปิศาจถุง (จาบุคุโร) เพราะว่ามีรูปร่างเป็นถุงผ้าเล็กๆ จึงได้ชื่อนี้ จาบุคุโรจะปรากฏตัวโดยการโรยตัวลงมาจากท้องฟ้า เชื่อกันว่าถ้าเป็นคนที่มีจิตใจดีงามเมื่อจับตัวมัน มันจะพาย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อให้เราแก้ไขเรื่องที่เราคิดว่าทำผิดพลาด ได้ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นคนที่มีจิตใตตำช้าแล้วละก็ มันจะดูดเอาวิญญาณของคนคนนั้นไปเสีย

    ปิศาจทารก (โคะนะกิจิจี้) ชื่อภาษาญี่ปุ่นของปิศาจตนนี้แปลเป็นไทยว่า \” ตาแก่ร้องไห้เหมือนเด็ก \”เพราะเป็นปิศาจที่มีรูปร่างเหมือนเด็ก แต่หน้าตาเหมือนชายแก่ มันจะหลอกคนโดยการแสร้งนอนหลับร้องไห้เป็นทารกที่ถูกทิ้งเพื่อให้คนมาพบเห็น อุ้มขึ้นมา  แล้วมันจะหันหน้าที่แสนน่าเกลียดมาให้ดู เมื่อคนอุ้มตกใจและทำท่าจะปล่อยมันลง มันจะรัดตัวคนคนนั้นไว้แล้วเพิ่มน้ำหนักตัวทับจนขาดใจตายไป

     ปิศาจหิมะ ( ยูกิอนนะ ) มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกะปิศาจตนนี้ แต่ที่ได้ยินมาบ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ว่าในคืนที่หิมะตกหนักจะมี หญิงสาวสวยมากๆ คนหนึ่งปรากฏตัวออกมาพร้อมกับเด็กที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขน ถ้าเจอคน เธอจะขอร้องอย่างน่าสงสารว่า \” ช่วยอุ้มเด็กคนนี้ให้หน่อยเถอะค่ะ \” แต่เมื่อเราสวมวิญญาณคนดีช่วยอุ้มเด็กให้ เด็กคนนั้นก็จะค่อยๆตัวเย็นขึ้น จนทำให้คนที่อุ้มแข็งตายไป [ไม่ว่าจะเล่าลือกันอย่างไร สิ่งที่เหมือนกันเสมอนั่นก็คือ ปิศาจหิมะเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ]

ปิศาจขวางโลก ( อามาโนะจากุ ) คนนิสัยดีอ่อนหวานแล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดยไม่มีสาเหตุ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า..คนคนนั้นถูกอามาโนะจากุเข้าสิง ปิศาจตัวเล็กๆ ตัวนี้มีนิสัยขวางโลกอย่างรุนแรง ใครว่าซ้าย ข้าจะไปขวา ใครว่าขวา ข้าจะไปซ้าย ใครว่าสีขาวข้าจะว่าสีดำ  ปิศาจตนนี้มีแต่จะเปลี่ยนคนดีให้เป็นคนเลว แต่ที่เปลี่ยนคนเลวให้เป็นคนดีขึ้นมานั้นยังไม่ปรากฏ

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีมีอยู่ในทุกๆ วัฒนธรรมทั่วโลก แต่ในญี่ปุ่นนั้นเป็นที่สิงสถิตของผี มากมาย ทั้งยังเป็นผีที่ร้ายกาจ น่ากลัวกว่าที่ไหนๆ วิญญาณเหล่านี้เวียนว่าย อยู่ด้วยแรงอาฆาตพยาบาท หมายจะแก้แค้นคนที่เคยมาทำร้าย ให้ได้รับความทุกข์ ทรมานจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ความเชื่อเรื่องผีในญี่ปุ่น มีรากฐานมาจากลัทธิชินโต ซึ่งบอกว่าวิญญาณของมนุษย์ จะต้องไปอยู่ในโลกหนึ่งชั่วนิรันดร์ แต่ระหว่างโลกนี้กับโลกหน้านั้น ยังมีอีกโลกหนึ่งกั้นกลาง ซึ่งวิญญาณสามารถ ย้อนกลับมาหาคนเป็นได้

   หัวที่ลอยละล่อง ( ไมคุบิ ) เป็นตำนานเก่าแก่ที่ปรากฏในนิทานของชาวโมโมยามะเมื่อราวปี คศ.1200 เล่ากันว่าคืนหนึ่งมีซามูไร 3 ตนที่นิสัยไม่ดีนักได้แก่ โคซันตะ มาตะชิเงะ และอากุโกโร ทะเลาะกันอย่างดุเดือดอยุ่ริมทะเล และลงท้ายด้วยการบั่นคอของแต่ละคนจนตายกันถ้วนหน้า(บ้าดีเดือดแท้ๆ เลย)ตั้งแต่นั้นมาในคืนเดือนเพ็ญจะปรากฎศีรษะลุ่นๆ สามหัวหรือเห็นเป็นแค่ดวงไฟ 3 ดวง ลอยหมุนติ้วเป็นวงกลม ร้องตะโกนว่า “ เป็นความผิดของเจ้านั่นแหละ “{เชื่อกันว่าถ้าเกิดไปล้อเลียนมันเข้า มันจะตรงดื่งเข้ามาเล่นงานทันที }
    ปิศาจกลับหมอน ( มากุระ งาเอชิ ) ถ้าเช้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วรุ้สึกมึนงงว่าที่นี่มันที่ไหน หรือว่าทำไมบ้านเราถึงมีบรรยากาศเปลี่ยนไป (อันนี้ไม่เกี่ยวกกับการเมาแล้วเข้าผิดบ้านน่ะค่ะ ) หรือสงสัยว่าทำไมชีวิตประจำวันมันถึงช่างแปลกออกไป นั่นเป็นฝีมือของปิศาจกลับหมอน ปิศาจตนนี้จะแอบมากลับหมอนของผู้คนยามนอนหลับ เมื่อคนคนนั้นตื่นขึ้นมาจะพบว่าตนเองอยุ่ในโลกที่ตรงข้ามกะความเป็นจริง ในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเต้มไปด้วยความโหดร้าย ผิดหวัง ขมขื่น(เกลียดจิง ชอบแกล้งคนตอนนอน กำลังเคลิ้มเลย)-*- เพราะปีศาจตัวนี้ชอบเห็นผู้อื่นเดือดร้อน คนที่โชคดีหน่อยอาจจะฝ่าฝันร้ายๆ นั้นออกมาได้และตื่นขึ้นมาในมิติเดิม แต่มีหลายคนที่ถูกชักนำไปสู่มิติแห่งความตาย +0+!!!!

    ผีว้าก ( อุว้ง ) เป็นปิศาจที่มีรูปร่างใหญ่โตราวกับยักษ์ หูแหลม ศีรษะล้าน และมีกรงเล็บแหลมคม มักจะปรากฏตัวตามกำแพงวัดร้างหรือป่าช้า เมื่อปรากฏตัวมันจะร้องว่า \” อุว้ง อุว้ง!!!! \” หรือ \”ว้ากกกก ว้ากกกก\”นั่นเป็นที่มาของชื่อ มันจะร้องเช่นนี้ก็ต่อเมื่อมีคนผ่านมา คนที่ได้ยินเสียงนี้จะต้องร้องตอบไปว่า \”อุว้ง\”เช่นเดียวกันและต้องตอบให้ทัน แต่แน่นอนว่ามันจะเพิ่มสปีดในการร้องเร็วขึ้นเรื่อยๆจนคนร้องตามไม่ทัน และเมื่อถึงคราวนั้นมันจะใช้กรงเล็บตะปปคนคนนั้นจนตายT^T

    ยักษ์ร้อยตา ( โทะโดะเมกิ ) เป็นยักษ์เพศ ญ ที่มีตาอยู่บนใบหน้าและร่างกายเต็มไปหมด เชื่อกันว่าตาเหล่านี้จะมองเห็นทะลุปรุโปร่งไปหมด ดังนั้นเมื่อถูกยักษ์ตนนี้ไล่ตามไม่ว่าแอบซ่อนอยู่ที่ไหน หล่อนก็หาเจอ(อย่างนี้ไม่ควรชวนมาเล่นซ่อนหาด้วย-*-)แต่ไม่เคยมีปรากฏว่า ยักษ์ตนนี้ทำร้ายใคร มีเรื่องเล่า (อาจจะเป็นเพียงคำขู่สอนเด็ก) ว่าถ้าใครทำผิดและแอบซ่อนความผิดนั้นไว้ จะมีตาขึ้นบนร่างกายทีละตา และจะมีมาเรื่อยๆ ถ้าคนคนนั้นยังไม่ยอมหยุดทำและสารภาพออกมา

 

    ปิศาจผ้า (ตันโมะเม็ง) เป็นผ้าฝ้ายสีขาวผืนยาว มี พท.ประมาณ 2.5 ตร.ม มีตาและปากอยู่บนนั้น อาศัยอยู่บนภูเขาพอตกกลางคืนก็จะกระพือปีกลงมาคอยรัดคนที่เดินผ่านไปมา ปิศาจผ้านี้ถึงจะมีรูปร่างเป็นผ้า แต่เชื่อกันว่าไม่มีของมีคมชนิดใดที่สามารถตัดให้ขาดได้ นอกจากฟันที่ย้อมเป็นสีดำของเจ้าสาวในพิธีแต่งงาน