ผีดูดเลือด

13 entries have been tagged with ผีดูดเลือด.

ผีดูดเวลา

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสรู้จักและพบท่านครั้งแรก ตอนที่ท่านได้มาประชุมสัมมนาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยคุณน้าของข้าพเจ้าสมมุติชื่อ คุณน้าศรี ที่ทำงานอยู่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้าพเจ้าได้สัมผัสท่านในฐานะเจ้านายของคุณน้าศรี และได้เตือนให้ระวังสุขภาพ เพราะมี “เงาดำ” ทาบทับร่างของท่านอยู่ อันแสดงว่าจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งท่านรับฟังแต่ไม่พูดอะไร ดูออกว่าท่านไม่เชื่อ ท่านถามว่าระยะเวลาประมาณเท่าไรจึงจะเกิด ข้าพเจ้าตอบไปว่า “ภายใน 6 เดือนนี้ค่อนข้างชัดเจนมาก” รายละเอียดของเรื่องที่ท่านเล่ามีดังนี้คือ วันหนึ่งท่านได้เตรียมตัวจะไปเป็นเจ้าภาพงานสวดศพของคุณแม่ลูกน้อง ท่านอยู่บริเวณแถวอินทรารักษ์ ภายหลังเมื่อเสร็จพิธีแล้วประมาณ 3 ทุ่ม ท่านได้ขับรถและหลงทางวนเวียนอยู่บริเวณนั้น แต่เมื่อท่านถามทางผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งได้บอกทางให้ท่านเลี้ยวไปบริเวณซอยแยกข้างหน้า โดยระหว่างทางท่านเห็นภาพบริเวณที่ผ่านเป็นชุมชนกว้างใหญ่ มืดสลัวไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย ทั้งที่เป็นบริเวณชานเมือง ควรต้องมีคนอยู่บ้าง ท่านขับรถวนเวียนอยู่อย่างนั้นเกือบ 3-4 ชม. จนพบแสงสว่างและบ้านคน จึงรู้สึกโล่งใจเพราะเป็นเวลาดึกมากแล้ว เมื่อดูนาฬิกากลับพบว่าเป็นเวลาเกือบ “ตีหนึ่ง” แล้ว แต่เมื่อพ้นซอยขึ้นมาบนถนนได้เหลือบดูเวลาอีกครั้งหนึ่งกลับเป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ท่านอธิบายต่อไปว่าความรู้สึกของท่านขณะนั้นตกใจมาก แต่คิดว่าคงดูเวลาผิด แต่ เวลาที่หายไปในการขับรถหลงทางอยู่ 3-4 ชม. นั้น มันเป็นอะไรและ ภาพบริเวณที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย เป็นที่รกร้าง โล่งกว้าง จนรู้สึก “วังเวง” อย่างบอกไม่ถูก หลังจากนั้นท่านได้มาพบข้าพเจ้าได้แจ้งว่า ที่ข้าพเจ้าเกิด “ภาพนิมิต” นั้น “ตรงมาก” เพราะท่านมีอาการ “อัมพฤกษ์” เกิดขึ้นจริง และเมื่อเกิดอัมพฤกษ์ทำให้ท่านระมัดระวังตัวเองมากขึ้น พร้อมกับเล่าเรื่องแปลกประหลาดเกี่ยวกับ “เวลาที่หายไป” ของท่านให้ข้าพเจ้าฟังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวท่านเป็น “สัญญาณบอกเหตุ” เกี่ยวกับอะไร ท่านสงสัยว่า ผู้ชายคนที่บอกทางนั้น เป็นคนที่มีตัวตนจริง หรือว่าวิญญาณ ที่มาช่วยบอกทางท่าน และ “เวลาที่หายไป” ในการขับรถวนเวียนใน “บริเวณที่ร้างว่างเปล่า” นั้นมันสื่อถึงอะไร เป็นสัญญาณเตือนอะไร เพราะหลังจากกลับบ้านนอนคืนนั้นตามปกติ เวลาประมาณตี 5 ท่านก็มีอาการไม่สบาย ขยับตัวไม่ได้จนต้องนำส่งสถาบันประสาทวิทยาและได้รักษาตัวจนสามารถเดินได้กลับมาปฏิบัติราชการตามปกติ ข้าพเจ้าสัมผัสท่านแล้วตอบไปว่า “ผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่คน” แต่เป็น “ผู้ช่วยเหลือ” และ “เวลาที่หายไป” กับ ภาพที่เห็นในการหลงทางซึ่งเป็นภาพบริเวณที่ว่างรกร้างนั้น เสมือนเป็น “ลางบอกเหตุ” หรือ สัญญาณแห่งการสังหรณ์ เพื่อ เตือนภัย ท่านโชคดีมากที่ท่านสามารถผ่านภาวะความเป็นความตายมาได้ คงเป็นเพราะ ที่ท่านได้ สะสมบุญบารมีในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทั้งทางตรงจาก วิชาชีพแพทย์ และทางอ้อมจาก ความเมตตาในนิสัยส่วนตัวของท่าน นับจากวันนั้นผ่านมาหลายปี ข้าพเจ้าจึงได้รับข่าวเศร้าของท่านจาก “คุณน้าศรี” ว่า ท่านได้เสียชีวิตแล้ว เหตุเกิดจากการประชุมที่สถาบันการแพทย์ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง แต่ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้ว เหตุการณ์กะทันหันมากไม่สามารถช่วยเหลือกอบกู้ชีวิตท่านกลับมาได้ซึ่งตรงตามคำทาย จาก “ภาพนิมิต” ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าแสนเสียดายบุคลากรทางการแพทย์ผู้นี้ยิ่งนัก นับได้ว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญ ที่ผลักดันให้วงการแพทย์เปิดกว้างในมิติวิชาการแพทย์ทางเลือก โดยเฉพาะการแพทย์แผนจีน ท่านเป็นผู้มีบทบาทในการรักษาผู้ป่วยด้วยการผสมผสานทางการแพทย์แผนปัจจุบัน กับการแพทย์แผนจีน มีการเปิดกว้างให้มีทางเลือกในการรักษาตามความพึงพอใจของผู้ป่วย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนกับไทยในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนได้รับการพัฒนามากขึ้น ที่เห็นเด่นชัดก็คือ การฝังเข็ม อย่างไรก็ตามข้าพเจ้าเชื่อว่าบุญบารมีในการสะสมบุญของคุณหมอ ช. นั้นคงมีมากมายเหลือล้นจนช่วยให้ท่านมีความสุขสงบในภพภูมิที่ดีต่อท่าน และความดีของท่านคงได้ถ่ายทอดไปสู่ครอบครัวบุตรหลานของท่านให้ได้ประสบแต่สิ่งที่ดีในชีวิตตลอดไป ดังนั้นท่านต้องไม่ประมาท ท่านเป็นคนดี สะสมบุญไว้มากจึงได้รอดพ้นมาได้ หากผู้ชายคนนั้นไม่บอกทางก็ไม่แน่ว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของท่าน ท่านถามว่าให้มองไปในอนาคตว่า ท่านจะต้องระวังภัยเกี่ยวกับอะไร ข้าพเจ้าจึงเรียนท่านไปว่าในอนาคตภาพที่เห็นเป็นเสมือนท่านอยู่ท่ามกลางการประชุมอะไรสักอย่าง มีผู้คนรายล้อมแล้วท่านจะฟุบลงหมดสติ จึงขอให้ท่านอย่าประมาทให้ดูแลสุขภาพให้ดี เพราะภาพที่เห็นครั้งนี้เป็น “นิมิตซ้อนนิมิต” ที่ผูกพันกับ “เวลาที่หายไป” ของท่าน ท่านให้กำลังใจข้าพเจ้าด้วยการรับปากและแจ้งว่าจะดูแลตัวเอง อย่าลืมว่าตัวท่านเป็นแพทย์ และจะไม่ประมาท อย่างไรก็ตามข้าพเจ้ารู้สึกเป็นห่วงท่าน และได้ฝากความระลึกถึงท่านผ่าน “คุณน้าศรี” ตลอดเวลา แต่เพราะด้วยระยะหลังข้าพเจ้ามีกิจธุระส่วนตัวมากมายจนไม่มีเวลาในการ “เข้าสมาธิ” และต้องใช้เวลาในการดูแลผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง จนไม่มีเวลาทำนายแก่ผู้คนโดยทั่วไป จนกลายเป็นต้อง “ยุติการทำนายต่อบุคคลภายนอก” ไปโดยปริยาย บทส่งท้าย ข้าพเจ้าเชื่อในการทำ “กรรมดี” ย่อมส่งผลดีต่อผู้กระทำ “ในทุกมิติ ทุกรูปแบบ” เรื่องราวที่ข้าพเจ้าได้เล่ามาหลายเรื่องนั้นคงช่วยให้ท่านผู้อ่านได้ตระหนักรู้ “ในสิ่งบางสิ่ง” ที่เกิดขึ้น และ “เป็นจริง” ขออย่าได้ประมาทกับการใช้ชีวิต ให้ทำ ความดีอย่างต่อเนื่อง สะสมบุญเอาไว้ เพราะบุญเก่าย่อมมีวันหมดหรือลดน้อยลงไปได้ เราจึงต้องเพียรพยายาม “สร้างบุญใหม่” เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ความกตัญญูต่อบิดามารดาที่เปรียบเสมือน “พระในบ้าน” และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ รวมทั้งความกตัญญูต่อแผ่นดินและสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นจะทำให้ชีวิตของทุกคนและครอบครัวได้มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิด ให้มีความเจริญสุข ปลอดภัยในทุกด้าน ผ่านพ้นภัยทุกอย่างตลอดไป.

Debt of ghosts

ตำนานผีI had trouble in the past when a teenager ten years ago remains. Or to narrow it is the rockers. Students – what about the gangster thing. I like the beat of a different color Chariots. Until the injury is regularly varying.

What it lacked was a new one. It has both a sword and gun Sparta actually had a pen gun.

Evening classes, be careful not to hit “All Night Long” are back together as a group. The bus was padlocked. If I screw up the crowd antagonists may be responsible for a simple salad.

I know that each partner. Perhaps the attack at a bus stop. Villagers flee scattering. I sometimes play two at a time on buses. What other innocent people will be involved in I crossfire varying the Nemesis is shot to death with it. I seriously wounded. News in the fall. ETO on TV frequently. Up to now.

I have a friend whose name I’m sure. Because we love each other like services. Beginning with the time it was 7-8 years ago.

‘m A skinny little bastard China will not embarrass the surface of the heart, not exceeding 5 per one stream dedicated to my life. I ended up having to go to the hospital for several days. But it is a serious opponent to 2-3 people.

What is the line we’ll hit it one day on the street nearby. The bus stop is disorienting.

A group of teenagers find their way to the surface, it’s nothing unusual. But I noticed one chance to reach around the back neck intuitively sensing shouted Oi! Oh look …

Long drawn out the sword quickly. I’m singing while moving to run the kind of death is dead!

The sword broke because I have to run. I saw him. I drew out two burning immediately. I pushed the pace a friend immediately thrown to the wayside.

Gunfire mingled with the sound. Followed by a smack. I’m up. Teens are turning to run from Soi. I quickly grabbed it and ran by friends. The controversy around the ears with cries of women.

It appears that a young man from drowning in his own blood. I writhe and groan in pain … extreme red light blue shirt. Soaked with fresh blood.

Good Samaritan speedily help. I pull your hands defies fled. I have not run into a cop that my party was the sniper … because I’m grateful for. This is inconceivable.

“If I can not push the interviewee to me! If a woman is to be arrested as well … I owe u my life “.

I do not think that any more cuts as “I like it I do not like”.

I’m really torn about two weeks later and was killed by enemy trap. Both a knife and a gun crowd salad to death on the streets of Soi home evening. Later learned to trap Wacoal carry out night for several days. But there will also be no night life to sacrifice as well.

I have a serious casualties media fanfare even as the police are here to keep my silence … I love my body. I cry when I see sad eyes. We looked in front of the coffin. It’s like background noise.

“Forgive them. I still owe me … “.

But I would ask forgiveness of one another. Let your spirits to get to like it. I’m reminded of the Lord … almost every day. That would be a dream to some, but I never dreamed even once.

Until that night … I was dozing just background noise coming from the front is called a semi-dream, half reality. I got to the window, they saw no one. The dense trees in the light. Go back to sleep … but soon heard the call again. This time around the ears.

I got to see it. I’m floating the eyes see thee. View as regular as it used to be. I heard a voice as clear as … I owe my life!

Face it, the vast majority. Become a dark iris. I think the answer to that myself too … so be it! I felt it was plunged into a deep sleep to fall into the bottomless pit of hell.

I wake up, I wake up. I wracked my entire body. Dry mouth, throat, a high fever due to the scorching heat. Mary had to take a drug. To rest until the fever is gone … I sleep about 2 days and I can see the face of the bit. Fever greater than before.

Enough relief that I was lucky I had a fever. The day before they strike again. At school, I was hit by severe if 2-3 people may be ill or sick at home.

I’m reminded of the debt he bumps … I really live for? Since then, I never dreamed that I’m seeing.

ตำนานผีดูดเลือด แวมไพร์

ผีไทย

ตำนานแวมไพร์มีมานานนับเป็นพันๆปี เรียกว่าอยู่คู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์ก็คงจะได้ แวมไพร์มิได้หมายถึงผีดูดเลือดแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ชนชาติต่างๆทั่วโลกต่างก็มีแวมไพร์ในแบบฉบับของตัวเอง ไล่ไปตั้งแต่แวมไพร์ฝรั่งผมบลอนด์ แวมไพร์จีน แวมไพร์ญี่ปุ่น ไปจนถึงแวมไพร์มาเลเซีย แบบที่เรียกกันว่า เพนังกะลัง
อย่างไรก็ตาม แวมไพร์ที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกัน

ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผีกลายพันธุ์ และภาพลักษณ์ไปหมด ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจาก อิทธิพลของหนังสือและภาพยนต์ ซึ่งร้อยทั้งร้อย ล้วนมาจากยุโรปและอเมริกาทั้งสิ้น จุดกำเนิดของตำนานแวมไพร์มาจากตะวันออกไกลครับ มันกระจายมาโดยผ่านเส้นทางจากจีน – ธิเบต – อินเดีย – ผ่านเส้นทางที่เรียกกันว่าทางสายไหมเข้าสู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตำนานนี้กระจายไปทั่วประเทศแถบทะเลดำ คาบสมุทรบอลข่าน รวมไปถึงฮังการี่ และดินแดนที่เราคุ้นเคยกัน …ทรานซิลวาเนีย

ปัจจุบัน แวมไพร์ในความนึกคิดของเรามักจะเป็นไปในแนวของ ปีศาจดูดเลือด, ผู้ที่ฟื้นคืนชีพจากความตาย, ดำรงชีวิตได้เฉพาะยามค่ำคืน สามารถกลายร่างเป็นค้างคาวได้… คุณสมบัติพวกนี้เป็นแวมไพร์ของยุโรป และในหนังผีครับ จริงๆแล้วแวมไพร์มีคุณสมบัติที่หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เรามาดูกันดีกว่าว่า แวมไพร์ของแต่ละชนชาตินั้นเป็นอย่างไร
ชาวสลาฟเป็นชาติที่ร่ำรวยเรื่องราวเกี่ยวกับแวมไพร์มากที่สุดในยุโรปตะวันออก ดินแดนนี้กินพื้นที่ตั้งแต่ รัสเซีย บุลแกเรีย เซอร์เบียร์ จนกระทั่งถึงโปแลนด์ ความเชื่อพวกนี้ฝังรกรากมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 แน่ะครับ

แหล่งชุมนุมแวมไพร์ที่ใหญ่ที่สุดจะอยู่ที่ เมือง Magyars ซึ่งปัจจุบันเป็นพรมแดนต่อกันระหว่างประเทศฮังการีกับโรมาเนีย คำว่าแวมไพร์ก็มาจากภาษาของพวกเขานี่แหละครับ แวมไพร์พวกนี้จะมีเล็บมือและผมที่ทั้งยาวทั้งสกปรก มุมปากมีคราบเลือดเกรอะกรัง ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คน วิธีการปราบแวมไพร์ของชาวสลาฟก็คือจับทำบาร์บีคิวครับ เผาทั้งเป็นเลย หรือไม่ก็พรมน้ำมนต์ที่ได้มาจากโบสถ์ใส่พวกมันก็ได้

เนื่องจากโรมาเนียถูกแวดล้อมไปด้วยประเทศของชนชาติสลาฟ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ว่าแวมไพร์ของพวกเค้าจะกระเดียดไปทางแวมไพร์เชื่อสายสลาฟนิดๆ ภาษาพื้นเมืองของโรมาเนียนั้น เรียกแวมไพร์ว่า Strigoi ครับ อาจจะหมายถึง นกฮูกแก่ๆ หรือปีศาจก็ได้ทั้งนั้น Strigoi มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน Strigoi ส่วนมากคือพวกผู้ใช้คาถา ซึ่งจะกลายเป็นแวมไพร์เมื่อตายแล้ว เจ้า Strigoi พวกนี้จะถอดวิญญาณออกจากร่างไปเพื่อชุมนุมกันในคืนพระจันทร์เต็มดวง หรือไม่ก็ออกตระเวนดูดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือไม่ก็เพื่อนบ้านใกล้เคียง
คนที่เกิดมาโดยมีสัญญลักษณ์ของปีศาจ (มีหาง เขี้ยวงอก ขนดกรุงรัง) หรือคนที่ตายอย่างผิดธรรมชาติ หรือตายโดยที่ยังไม่ได้ทำพิธีรับศีล พวกนี้มีสิทธิจะเป็นแวมไพร์ได้ทั้งนั้น ถ้าครอบครัวไหนมีลูกเพศเดียวกันถึงเจ็ดคน คนที่เจ็ดนั่นแหละครับ แวมไพร์มาเกิด พวกผู้หญิงแถวนั้นเวลาท้องพวกเธอต้องกินเกลือครับ เพื่อป้องกันลูกที่อยู่ในครรภ์ ส่วนพวกสุดท้ายที่มีสิทธิเป็นแวมไพร์ชัวร์ๆ คือพวกที่โดนแวมไพร์กัดเอา