ผีตายโหง

2 entries have been tagged with ผีตายโหง.

ทะเลกลืนศพ

วันเกิดเหตุ เรากำลังเล่นน้ำตอนเย็นอยู่ดีๆ ท่ามกลางผู้คนหนาตาในวันอาทิตย์ จู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงหวีดร้องแสบแก้วหู ผมหันขวับไปดูก็เห็นสาววัยรุ่นคนหนึ่งหน้าตาตื่น ลุยน้ำพรวดๆ ขึ้นฝั่งได้ก็ร้องไห้โฮ

“มีคนมาฉุดขาฉันจริงๆ” เธอร้องกระหืดกระหอบปนสะอื้น หันไปชี้มือบริเวณที่เธอเพิ่งหนีมาหยกๆ “นั่นไง! ผู้หญิงผมยาวใส่เสื้อแดงนั่นแหละ ที่ฉุดขาฉันจนแทบจะจมน้ำตายเมื่อตะกี้นี้เอง”

คนอื่นๆ ทำหน้าตางุนงงไปตามๆ กัน เพราะไม่มีใครเห็นผู้หญิงผมยาวเสื้อแดงในน้ำ…ผมเองก็ไม่เห็นหรอกครับ แต่รีบเผ่นขึ้นจากน้ำพร้อมกับเพื่อนๆ เพราะยังจำภาพผู้หญิงผมยาวใส่เสื้อแดงที่จมน้ำตายวันก่อนได้ติดหูติดตา

ปัจจุบันนี้กลายเป็นสวนสาธารณะที่เปิด-ปิดเป็นเวลา และห้ามคนลงไปเล่นน้ำเด็ดขาด แต่เรื่องเก่าๆ น่าขนหัวลุกก็ยังคงเล่าสู่กันฟังมาจนถึงทุกวันนี้!

ชาวบ้านเรียกว่า หนองปรือ มาแต่สมัยปู่ย่าตายาย ลือกันว่าผีดุชะมัดยาด!

สาเหตุเพราะมีเด็กๆ กับพวกหนุ่มสาวชอบลงไปเล่นน้ำกันสนุกครึกครื้น จนเกิดอุบัติเหตุเกือบจมน้ำตาย คนชะตาขาดก็ตายไปเลยปีละหลายคน แต่ไม่ค่อยมีใครหวาดกลัวนัก

เขาว่าผีจมน้ำตายเป็นผีตายโหงที่เฮี้ยนสุดๆ

ลองคิดดูก็เห็นจริงนะครับ เพราะผีอยู่ใต้น้ำน่ะเรามองเห็นเสียเมื่อไหร่ล่ะ? ขณะเล่นน้ำเพลินๆ อาจจะมีสายตาเขียวปัดหรือแดงก่ำ จ้องมองอย่างมุ่งร้ายหมายขวัญอยู่ใต้น้ำ ใกล้เข้ามา…ใกล้เข้ามาทุกที! พอได้จังหวะก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนขา ฉุดวูบจมดิ่งลงไปในน้ำลึก

แค่คิดว่ามีอะไรเย็นๆ ลื่นๆ มาพันแข้งพันขา มองก็ไม่เห็น ผมว่าใครโดนเข้าก็ขนหัวลุกแล้วละครับ! อึ๋ยยย….

บางวันมีพวกนักเรียนแถวดอนเมือง แห่กันมาเล่นน้ำทั้งผู้หญิงผู้ชาย ที่เรารู้ก็เพราะเห็นเขาใส่ช็อปของสถาบัน พวกเรารุ่นเด็กกว่าเล่นน้ำจนเหนื่อยก็ขึ้นมาหาซื้อขนม น้ำส้มน้ำหวานจากแม่ค้ารถเข็นริมทะเลสาบนั่นเอง

สิ่งที่สะดุดตาพวกเราก็คือศาลเล็กๆ หลายศาลตั้งอยู่รอบตลิ่ง เป็นสิ่งยืนยันว่ามีคนจมน้ำตายไปมากน้อยขนาดไหน!

คือมีคนตายเมื่อไหร่พวกญาติๆ ก็จะตั้งศาลให้เมื่อนั้น เชื่อว่าวิญญาณจะได้มีที่อยู่อาศัย ไม่ต้องกลายเป็นผีไม่มีศาล หรือไม่ต้องดักดานอยู่ใต้น้ำเย็นยะเยือกไปตลอดกาล

พวกผู้ใหญ่เขาว่าผีมาเอาวิญญาณไป อยู่เป็นเพื่อนบ้าง หรือทำให้คนอื่นจมน้ำตายตัวเองจะได้ไปผุดไปเกิดบ้าง…แต่เราคิดว่าผู้ใหญ่ แค่ขู่ ไม่อยากให้เราไปเล่นน้ำกันเท่านั้นเอง

เด็กๆ หัวอ่อนยังพอจะหลอกได้ แต่พวกทโมนไพรอย่างพวกผมไม่กลัวเลย เพราะเรายกโขยงกันไปเล่นน้ำคราวละ 5-6 คนเป็นอย่างต่ำ

อ้อ! เลือกลงน้ำแถวหน้าวัดนะครับ เพราะมันตื้นดี!

เอ…วิญญาณมาอยู่ที่ศาลแล้วยังมีผีที่ไหนมาคอยฉุดขาคนอยู่ใต้น้ำล่ะ? เป็นงงแฮะ

วันหนึ่งก็เห็นเหตุการณ์ตื่นเต้น น่าขนหัวลุกเข้าพอดี!

พวกเรายกโขยงไปเล่นน้ำตรงจุดเดิม พวกนักเรียนวัยรุ่นก็เล่นน้ำถัดออกไป เขาคงไม่รู้มั้งว่าตรงนั้นน้ำลึก หรือไม่ก็ว่ายน้ำกันแข็งทุกคนแล้ว

ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงร้องตะโกนขึ้นว่า…ช่วยด้วยๆ เราหันไปดูก็เห็นพวกวัยรุ่นหัวเราะเฮฮากัน ตอนแรกนึกว่าล้อกันเล่น แต่อีกครู่เดียวก็ร้องเอะอะโวยวายกันยกใหญ่…ผู้หญิงจมน้ำ!!

เอาละซี! รีบดำผุดดำว่ายกันหูตาเหลือก มีผู้หญิงสองคนรีบขึ้นจากน้ำ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พร่ำแต่ว่า…นึกว่าล้อเล่น! โธ่…จมน้ำจริงๆ ด้วย

ตอนแรกยังงมศพไม่พบ แม่ค้าแนะนำให้จุดธูปบอกเจ้าที่ พวกวัยรุ่นก็ทำตามก่อนจะดำน้ำงมหาเพื่อนอีกครั้ง

คราวนี้พบครับ! คนหนึ่งโผล่โพล่งขึ้นมาตะโกนว่าเจอแล้วๆ ปรากฏว่าคนตายเกาะเสาไม้ไผ่ใต้น้ำเอาไว้แน่น พวกผู้ชายช่วยกันลงไปดึงร่างที่กลายเป็นศพขึ้นมาทุลักทุเล พวกเพื่อนผู้หญิงร้องไห้โฮไปตามๆ กัน…สายลมคร่ำครวญเยือกเย็นกับระลอกคลื่นน่าขนหัวลุก

สาวเคราะห์ร้ายนุ่งกางเกงยีนส์ สวมเสื้อสีแดง ผมยาวชุ่มโชก…ผมกับเพื่อนๆ รีบวิ่งกลับบ้านใกล้ๆ ทันที พวกเราเลิกไปเล่นน้ำหลายวัน แต่ไม่ช้าก็เข้ารอยเดิมจนได้!

ต้นไม้ผีสิง

ป้ามีลูกชายสองคนกำลังเรียนมหาวิทยาลัย นิสัยดีทั้งคู่ ไม่ชอบเที่ยวเตร่ นอกจากดูหนังสือหรือเล่นเกมเล่นเน็ตอยู่ในห้อง

นักเรียนม.4 อย่างหนูก็ได้อาศัยพี่เอกับพี่บีนี่แหละค่ะ ที่ช่วยให้คำแนะนำเรื่องการเรียน และคงจะช่วยติวให้ไปอีกนานเชียวล่ะ ถ้าหนูอยู่บ้านนี้ไปนานๆ

ทราบว่าคุณลุงที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานด้วยโรคหัวใจเป็นคนรักต้นไม้ ทั้งไม้ดอกและไม้ใบ ท่านปลูกไว้เต็มแทบรอบๆ บ้านเลยค่ะ หนูรู้จักแต่พวกมะค่า มะยม ทับทิม กับมะลิ กุหลาบ มหาหงส์ วาสนา กับอัญชัน บานเช้าและบานเย็นที่ดูเหมือนว่าจะขึ้นเองตามที่ว่างๆ

อ้อ! ที่ริมรั้วมีต้นจำปีสูงมากจนต้องแหงนคอตั้งบ่า หนูว่าคงจะสูงกว่าหลังคาตึกสองชั้นแน่ๆ ใครจะมีปัญญาปีนป่ายขึ้นไปเก็บดอกสวยๆ และหอมกรุ่นของมันล่ะคะ?

มีมิตรร้อยคนยังนับว่าน้อยไป มีศัตรูคนเดียวถือว่ามากไป!

หนูได้รับคำชมเชยว่ามีน้ำใจ แถมเก่งที่กล้าปีนป่ายขึ้นต้นไม้สูงๆ ได้ด้วย พอดีสาวๆ ที่วิ่งหนีตอนแรกย้อนกลับมาดู หนูก็เลยแจกดอกจำปีที่เหลือให้จนหมด ถามว่าพี่ๆ วิ่งหนีอะไรกันคะ แถมร้องจนหนูตกใจหวิดตกจากต้นจำปี

ตอนนี้เองค่ะ ที่หนูได้รับฟังเรื่องราวน่าขนหัวลุก!

ลำดวนเคยเป็นสาวใช้ของบ้านป้านวลมาหลายปี แต่แล้วก็เกิดท้องไม่มีพ่อขึ้นมา ป้านวลปลอบใจว่าไม่เป็น ไรหรอก ไหนๆ เรื่องก็ล่วงเลยมาถึงป่านนี้แล้ว ออกลูกออกเต้าที่นี่แหละ แล้วจะช่วยเลี้ยงดูให้…ขออย่างเดียวอย่าไปทำแท้ง ก่อเวรสร้างกรรมฆ่าเด็กก็แล้วกัน

แต่ลำดวนคิดสั้น ใช้บันไดปีนขึ้นไปผูกคอตายในตอนดึกที่จำปีต้นนั้นเอง!

ข่าวคราวว่าผีลำดวนดุร้ายนัก เพราะเป็นผีตายท้องกลมก็ร่ำลือไปทั้งซอย เดี๋ยวคนนั้นมองเห็นบนต้นจำปี เดี๋ยวคนนี้มองเห็นร่างห้อยต่องแต่งน่าสยดสยอง…ช่วงหลังๆ ซาไปแต่เมื่อพวกสาวๆ กลุ่มนั้นเกิดแหงนหน้าขึ้นมาเห็นหนูเข้าก็เลยตกใจนึกว่าโดนผีหลอก ถึงได้หวีดร้องโหยหวน วิ่งกระเจิงจนผ้าผ่อนแทบจะหลุดไปตามๆ กัน

พวกสาวๆ ที่เคยมาด้อมๆ มองๆ ก็ซาไป บางคนบอกว่าจะไปขอป้านวลโดยใช้ไม้สอยเอา แต่เมื่อนึกถึงปีศาจดุร้ายที่สิงสู่อยู่ก็อ่อนอกอ่อนใจไปเอง
บางวันหนูเห็นพวกสาวๆ ในซอยเดินผ่านไปมา แทบทุกคนจะชะเง้อมองดอกขาวๆ ของมันอย่างเสียดมเสียดายทั้งนั้น…แหม! ถ้าต้นไม่สูงนักหนูคงจะปีนป่ายขึ้นไปเก็บมาแจกจ่ายให้พวกเธอหรอกค่ะ

อ้าว? ใกล้ๆ กำแพงรั้วนั้นมีบันไดไม้เตี้ยๆ ราว 5-6 ขั้นวางทิ้งจมพงหญ้า…ที่แท้ก็เป็นบันไดพาดต้นไม้นั่นเอง รูปสี่เหลี่ยมคางหมู หนูเลยลองเอามาพาดที่ต้นจำปี… พอดีเลยค่ะ

เย็นนั้น จากบันไดขั้นบนสุด หนูก็ปีนป่ายไปตามกิ่งก้านอื่นๆ อย่างคล่องแคล่วตามประสาเด็กบ้านนอก จัดแจงเด็ดจำปีดอกสวยๆ หอมกรุ่นใส่กระเป๋าเสื้อ…มองลงไปเห็นพวกสาวๆ เดินผ่านมาแล้วชี้ชวนกันให้ดูดอกจำปีขาวสล้างแทบเต็มต้น แน่ล่ะว่าอยากได้กันทุกคน!

จู่ๆ เสียงวี้ดว้ายจากสาวๆ ราว 4-5 คนก็ดังลั่นเข้าหู จนหนูหวิดร่วงจากกิ่งใหญ่ด้วยอารามตกใจ มองเห็นสาวๆ พวกนั้นวิ่งกระเจิงเหมือนมดแดงแตกรัง เล่นเอาหนูชักใจคอไม่ค่อยดีเพราะตอนนั้นเย็นมากแล้ว…

หลังจากค่อยๆ ไต่ลงบันไดมาถึงพื้นดิน เดินไปที่ประตูด้วยความสงสัยว่าพวกสาวๆ รุ่นพี่ตกใจเรื่องอะไรกัน? เห็นพวกคุณน้าคุณป้า 2-3 คนผ่านมาหนูก็ล้วงดอกจำปีส่งให้ บอกว่าเพิ่งขึ้นไปเก็บมาหยกๆ แม่สอนว่าคนเราควรมีน้ำใจกับคนอื่นบ่อยๆ ค่ะ
“ป่านนี้วิญญาณเธอคงไปผุดไปเกิดแล้วค่ะ” หนูบอกกับทุกๆ คน ใจจริงไม่เชื่อว่าจะมีภูตผีสิงต้นไม้ในบ้านอยู่จนป่านนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นผีผูกคอตายก็เถอะ เผลอๆ คนที่บอกว่าโดนผีหลอกอาจจะอุปาทานไปเอง จนเกิดตาฝาดก็เป็นได้

เย็นนั้น หนูลงไปเดินเล่นที่สนาม หรือจะเรียกว่าสวนดอกไม้ร่มรื่นน่าสบายใจก็ยังได้ เห็นผู้คนเดินผ่านไปมา หลายๆ คนหันมามอง ชี้มาที่หนูแล้วหัวเราะกันคิกคัก พอจะเดาได้ว่าเขาคงพูดกันถึงเรื่องที่หนูขึ้นไปเก็บดอกจำปีวันก่อน

แหม! แหงนหน้ามองเห็นดอกขาวสะพรั่ง แทบจะได้กลิ่นติดจมูกแน่ะค่ะ…หนูตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไต่บันได ปีนต้นขึ้นไปเก็บดอกจำปีมาดอมดมให้ชื่นใจ…

ก้าวขึ้นบันไดแค่ 2-3 ขั้นก็ต้องหยุดชะงัก เพราะแดดครึ้มลงกะทันหัน ยอดไม้ไหวซ่าน่าเอะใจ หนูแหงนหน้าขึ้นมองก็ต้องชาวาบไปทั้งตัว เมื่อเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งสวมเสื้อยืดนุ่งกางเกงขาสั้นนั่งแกว่งขาอยู่บนกิ่ง ใหญ่ กำลังก้มหน้าลงมามองยิ้มๆ

แม้จะไม่เป็นร่างภูตผีน่ากลัว แต่หนูก็รู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงนั่นคือใคร…มืออ่อนจนปล่อยขั้นบันไดหล่น ตุ๊บลงดิน…ตั้งแต่นั้นมาหนูก็เลิกสนใจจำปีผีสิงต้นนั้นไปเลยค่ะ!