ลองของ

1 entry has been tagged with ลองของ.

ผีหลุดนรก

เพื่อนๆ ที่อยู่หอเดียวกันต่างก็หัวเราะต่อกระซิก พากันออกไปเที่ยวสนุกหมดทั้งในเมืองแปดริ้วและบริเวณใกล้นิคมฯ ซึ่งมีทั้งร้านอาหารและร้านคาราโอเกะเต็มไปหมด…ผิดกับเมื่อก่อนที่บริเวณ นั้นมีแต่ไร่มันสำปะหลังกับไร่อ้อย แต่เดี๋ยวนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วตามความเจริญของนิคมฯ และมีคนมาอยู่อาศัยมากมาย

วรรณไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวสนุกเหมือนเพื่อนๆ คงเก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักเป็นส่วนใหญ่…เงินทองที่ทำมาหาได้ก็ต้องเก็บส่ง ไปให้ครอบครัวที่ต่างจังหวัด เพราะมีภาระต้องเลี้ยงดูพ่อแม่และน้องๆ อีกหลายคน

เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่วรรณยังไม่นึกง่วงเหงาหาวนอนแม้แต่น้อยนิด

เธอออกมายืนที่ระเบียงตึกหอพัก ที่มีความสูง 6 ชั้น เธออยู่ชั้น 5 ห้องหัวมุมของตัวตึกพอดี!

เรื่องราวอันน่าอกสั่นขวัญแขวน ประสาทหลอนจนแทบหลุดเรื่องนี้ จะเกิดจากจิตอ่อนหรือวิญญาณหลอนก็ไม่อาจคาดเดาได้

เหตุสยองเกิดขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่คนทั่วประเทศรู้จัก และเคยไปนมัสการกราบไหว้ขอพรจากหลวงพ่อพุทธโสธร อันเป็นที่เคารพนับถือสำหรับพุทธศาสนิกโดยทั่วไป

ไม่เฉพาะชาวแปดริ้วเท่านั้น ความเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ที่มาจากปาฏิหาริย์ในการมาสถิตที่วัดนี้ ทั้งสามองค์ได้ไปสถิตที่วัดต่างๆ ตามตำนานเล่าขานกันต่อๆ มาเช่น หลวงพ่อวัดบ้านแหลม, หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ คุณผู้อ่านคงเคยไปนมัสการท่านมาแล้ว หลายๆ คนก็นับครั้งไม่ถ้วนอีกต่างหาก

เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นในนิคมใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา

นิคมอุตสาหกรรมนี้มีโรงงานผลิตรถยนต์ของค่ายต่างๆ มากมาย เป็นแหล่งผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

“วรรณ” เป็นเด็กสาวชาวอีสาน ที่มีโอกาสได้มาทำงานเป็นสาวโรงงานนี้ เธอพักอยู่ในหอพักของบริษัทในนิคมนั่นเอง

จนกระทั่งถึงวันเกิดเหตุ!

วันนั้นเป็นวันที่พนักงานทุกคนหน้าตาสดชื่นแจ่มใส เพราะเป็นวันที่ 25 ของเดือน นอกจากเป็นวันเงินเดือนออกแล้ว ยังเป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำอีกด้วย

เมื่อมองไปทางซ้ายมือจะเห็นทิวเขาสูง 3-4 ลูกเรียงรายกันเป็นแนวยาว ราวกับจะเป็นฉากกั้นของนิคมฯ ทางทิศตะวันออก ภูเขาในฤดูฝนดูมีต้นไม้เขียวครึ้ม มองเห็นในเวลากลางคืนเดือนหงาย แสงจันทร์ขาวนวลสาดส่องให้เห็นค่อนข้างชัดเจน เพราะอยู่ไม่ไกลจนเกินไปนัก

เนื่องจากเป็นคืนเพ็ญ เดือนเต็มดวงลอยขึ้นเลยยอดเขามากแล้ว ท่ามกลางสายลมพัดหวีดหวิวฟังคล้ายเสียงใครคร่ำครวญล่องลอยมาจากที่ไกลๆ อากาศยามดึกหนาวเย็นจนแทบสะท้านไปถึงหัวใจ

ขณะที่ยืนมองทิวเขาและดวงจันทร์กลมโตอยู่นั้น…ทันใดร่างๆ หนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมาจากทิวไม้เหนือภูเขาทะมึน!

ร่างนั้นสูง ยาว ขาวโพลน สูงเด่นอยู่เหนือยอดไม้ แสงจันทร์ทำให้เห็นรูปร่างนั้นชัดขึ้น…ชัดขึ้นทุกที…

คุณพระช่วย! ขายาวโย่งเย่ง แขนยาวลงมาเลยเข่า หัวใหญ่โตมหึมา จนไม่น่าจะตั้งอยู่บนร่างสูงเพรียวผิดมนุษย์มนานั่นได้ พร้อมๆ กันนั้น…เสียงร้องหวีดแหลมไม่ผิดกับเสียงนกหวีดที่เป่าเต็มที่ ดังสะท้อนสะท้าน แหวกอากาศไปทั่วขุนเขายามดึกสงัด ประหนึ่งดังก้องมาจากนรกอเวจี!

วรรณตกใจสุดขีดแทบจะสิ้นสติ เนื้อตัวแข็งทื่อเหมือนกลายเป็นท่อนหินหนักอึ้ง ครั้นตั้งสติได้ก็นึกถึงคำสอนของแม่ที่ว่าให้สวดมนต์ก่อนนอน หรือทำบุญกุศลใดๆ ไว้ก็ตาม ให้กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้งไป

เมื่อนึกได้จึงรีบวิ่งเข้าห้อง และตั้งจิตสวดมนต์โดยที่เสียงกรีดแหลมน่าสยองนั้นยังดังมากระทบโสตประสาทอยู่ตลอดเวลา เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงอุบาทว์นั้นจึงค่อยเงียบหายไป…