วัดเสมียนนารี

1 entry has been tagged with วัดเสมียนนารี.

ผีมาหยอก

สองคนนี่คือเพื่อนซี้ของผม ไปมาหาสู่กันประจำ เย็นๆ วันเสาร์อาทิตย์ ไม่รู้จะไปไหนก็โทร.หาเพื่อน ถ้ามันอยู่ที่บึ่งแมงกะไซค์ไปหา โจ้เหล้าโซดากันมั่ง ยาดองมั่ง ตามกำลังทรัพย์ ตอนค่ำๆ แถวปากซอยภักดีน่ะมีต้นโพธิ์ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มครึ้ม ชาวบ้านเชื่อถือกันว่ามีเจ้าพ่อศักดิ์สิทธิ์ตามฟอร์ม ชอบไปขอหวยกันตรึม แต่ผมเห็นแล้วนึกเสียวๆชอบกล ไม่รู้เป็นไง?

แถวนั้นหรือเรียกกันติดปากมานานว่า ก.ม. 11ร่ำลือว่าผีดุชะมัด เพราะมีรถชนกันบ่อยครั้ง ไม่ว่าที่วิภาวดีฯ หรือถนนตัดใหม่ เรียกกันซะหรูหราว่า “โลคัลโรด” หรือของจริงก็คือถนนเลียบทางรถไฟน่ะแหละคุณ

มีทั้งด้านนอกและด้านในที่เลียบชุมชน แต่ว่าเป็นทางตันนะครับ ผมเห็นกลับรถกันมาหลายรายแล้ว

นอกจากตายเพราะอุบัติเหตุรถชนกันแล้ว ยังมีการตายโหงน่าสยดสยองเพราะรถไฟทับตายอีกล่ะ…แหม! รถไฟนี่ไม่ต้องทับหรอกครับ แค่ชนก็ตายแหงๆ อยู่แล้ว ถึงจะมีสถานีย่อยที่หน้าชุมชน แต่พวกรถเร็วรถด่วน ไม่จอด นอกจากรถระยะใกล้อย่างกรุงเทพฯ-ลพบุรี ตอนเย็นๆ

ไหนจะมีการตีรันฟันแทงกันตามระเบียบเพราะฤทธิ์สุรา ทั้งนักเลงทั้งวัยรุ่น กินเหล้าเข้าไปก็เลยเห็นช้างเท่าสุกรได้ง่ายๆ จนถึงกับบาดเจ็บล้มตายกันหลายครั้งหลายครา

เจ้าหงกับเจ้าตี๋ในฐานะเจ้าถิ่น เคยเล่าว่ามีคนดวงซวยโดนผีหลอก วิ่งกระเจิดกระเจิงมาหลายรายแล้วครับ

บ้านอยู่หลังสถานีรถไฟนี่เอง มีเพื่อนสมัยเรียนและตอนวัยรุ่นอยู่หลายคน ส่วนมากอยู่ละแวกเดียวกัน บ้างก็แถววัดเสมียนนารี บ้างก็เลยไปทางชุมชนสวนผัก, ชุมชนภักดี ก.ม.11 โน่นแน่ะ

ไม่มีเพื่อนเป็นลูกคนรวยอย่างบ้านกลางกรุงอะไรนั่นหรอกครับ ส่วนมากอยู่สลัมกันทั้งนั้นแหละ เช่น เจ้าหงอยู่สวนผัก เจ้าตี๋อยู่ภักดี

อ้อ! เมื่อตะกี้ผมเล่าว่าเมายาดอง?

แถวนั้นมีอยู่ 2 เจ้า ตั้งแผงค่อนข้างห่างกัน แต่อยู่ทางด้านทางรถไฟทั้ง 2 แผง ตอนเย็นๆ มีลูกค้าแวะเข้าไปอุดหนุนกันคึกคักพอสมควร มีตัวยาเด็ดๆ เขียนติดโหลเอาไว้ยั่วใจดีพิลึกละ

ช้างผสมโขลง, ม้ากระทืบโรง, พลังเสือโคร่ง, โด่ไม่รู้ล้ม, กลิ้งกลางดง, สาวสะกิดแม่, เฒ่าปล้ำสาว…โอ๊ย! พวกผมยังหนุ่มพลังสูงแท้ๆ ยังอดลองมันซะทุกอย่างไม่ได้นี่นา!

วันเกิดเหตุ ตอนเย็นผมนึกเปรี้ยวปากอยากกินยาดองขึ้นมาดื้อๆ เลยนัดแนะเพื่อนซี้ทั้งคู่ไปที่ร้านด้านใน ใกล้จะถึงทางตัน อากาศตอนต้นปีเย็นกำลังสบายๆ ผมไปถึงก่อนก็เลยสั่งม้ากระทืบโรงมาอุ่นเครื่องรอ…

แหม! ร้อนท้องซู่ซ่าอย่าบอกใครเชียว มีคนคุ้นๆ หน้ากันที่เพิงยาดองก็ยิ้มให้กันมั่ง ทักทายกันมั่ง… มีเพื่อนดีกว่ามีศัตรู จริงมั้ยครับ?
รถไฟแล่นฉึกฉักผ่านทางหลังเพิงขายยาดองไป แสงสว่างชักเหลือน้อยลงทุกที!

ลุงม้วนถามถึงเจ้าหงกับเจ้าตี๋ ผมบอกว่าเดี๋ยวคงมาสมทบ คืนนี้ว่าจะไปต่อแถวย่านเกษตร-นวมินทร์กัน ลุงม้วนก็เตือนว่าขับรถขับราระวังหน่อย เดี๋ยวจะพลาดพลั้งไป…

ว่าแล้วแกก็ขอตัวไปทำมาหากินต่อ…

ผมหันไปโบกไม้โบกมือให้เพื่อนรุ่นน้า พอดีเห็นเจ้าหงบึ่งรถออกมา มีเจ้าตี๋ซ้อนท้ายพอมาถึงก็รีบออกเนื้อออกตัวว่ามาช้าเพราะรอเจ้าตี๋ แล้วถามว่าเมื่อตะกี้ผมโบกมือให้ใครหย็อยๆ น่ะ

“ลุงม้วนไง” ผมตอบ “แกเพิ่งลุกไปหยกๆ พวกมึงก็มา”

เจ้าหงปล่อยก๊ากทันใด
พี่ชิต เจ้าติ่ง ลุงม้วน…เราเคยเห็นกันบ่อยหน บางคนมาสั่งแค่ก๊งสองก๊งแล้วก็บึ่งรถไปมั่ง เดินตีต๊อกไปมั่ง วันนั้นมีถุงม้วนคนเดียวที่ปักหลักคุยกับผมเอิ๊กอ๊ากตามประสาคนถูกคอกัน

ลุงม้วนอายุ 40 กว่าๆ ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่ย่านนั้นแหละ หุ่นผอมดำ หน้ากระดูก ผมหงอกประปราย ใครๆ เขาเรียกลุงๆ กันทั้งนั้น ผมก็เลยเรียกลุงมั่ง
“มึงกินเหล้ากับลุงม้วนเรอะ? โอ๊ย! ฮาแตกเลยกู แกเพิ่งโดนรถกระบะชนตายที่หน้าวัดเสมียนเมื่อคืนนี้เอง”

มันหัวเราะเยาะแล้วหันไปพยักพเยิดกับเจ้าตี๋ แต่ผมขนลุกซ่า รู้สึกหน้าชาเห่อเหมือนกินว่านเข้าไปทั้งกอ ชี้มือสั่นระริกไปที่แก้วเหล้าเปล่าๆ ที่ยังตั้งอยู่ทนโท่ เล่นเอาเพื่อนทั้งสองอ้าปากค้าง หน้าขาวซีดลงทันตาเห็น…

ลุงม้วนตายไปแล้วจริงๆ เพราะแกไม่ได้สวมหมวกนิรภัย แบบเดียวกับพวกที่ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างตามตรอกตามซอย หรือแม้แต่ออกสู่ถนนใหญ่แล้วนั่นแหละครับ