วิธีเรียกผี

2 entries have been tagged with วิธีเรียกผี.

ผีคาสิโน

ผมเป็นนักเล่นมาตั้งก่อนบ่อนลอยฟ้าดังระเบิดด้วยซ้ำ เข้าแทบทุกบ่อนใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ นับครั้งไม่ถ้วน นานๆ จับแก้บนกันทีก็มีข่าวย้าย 5 เสือประจำสน.ที แต่ที่ออกข่าวประจำน่ะ โอ๊ย! ตำรวจไม่รู้เรื่อง ตำรวจพยายามปราบปรามมาตลอด แต่ก็อย่างว่า จับเช้าเปิดบ่าย จับวันนี้พรุ่งนี้เปิด…เหมือนจับปูใส่กระด้ง!

โทษหนักคือรับทรัพย์ หรือรู้เห็นเป็นใจก็โดนปลด โดนดำเนินคดี โทษเบาคือปล่อยปละละเลยก็โดนย้ายหนึ่งเดือน แล้วก็เงียบหายเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง

วันศุกร์ต้นเดือน รถราคับคั่งติดเป็นแพตามระเบียบ ยิ่งตอนเย็นๆ ค่ำๆ แทบไม่ต้องขยับก็ว่าได้…ผมแวะไปบ่อนแรก ส่งซิกเรียบร้อยก็ได้คำตอบว่าปิด ต้องรอจน กว่าเรื่องซาลงไปก่อนถึงจะเปิดได้

ผมเองก็ไม่ได้แตกต่างกว่าผู้อื่นหรอกครับ แถมยังมีข้อด้อยมากกว่าข้อดีเสียด้วยซ้ำ ไหนจะเล่าเรื่องขนหัวลุกสู่กันฟังทั้งที ก็ขอเล่าอย่างหมดเปลือกไปเลย

ถ้าพูดถึงเรื่องการงานต้องขอบอกว่า ผมทำงานในวิสาหกิจใหญ่โต เกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นข้อดีของผมที่ได้รับเงินเดือนสูง โบนัสงาม สำหรับเรื่องความรับผิดชอบในหน้าที่การงานนั้นผมมีอยู่เต็มร้อยก็ว่าได้

เมื่อมีข้อดีก็คือข้อเสีย แต่ไม่ใช่เหล้ายาปลาปิ้งหรือติดเที่ยวหรอกครับ ผมเองน่ะ มีบ้างแต่นานๆ ครั้ง ไม่เคยลุ่มหลงมัวเมา หรือหัวปักหัวปำเหมือนหลายๆ คนที่ทำให้เสียการงาน

แต่ข้อเสียสำคัญที่สุด ขอเปิดอกสารภาพไว้ตรงนี้เลยว่าผมติดการพนันครับ!

ไม่ใช่เล่นม้า เล่นมวย หรือแทงบอลตามแฟชั่นในยุคหลัง แต่ของผมน่ะเข้าบ่อนกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย ถ้าไม่ตอนเย็นหลังงานเลิกก็เสาร์อาทิตย์ เรื่องนี้เมียผมรู้ครับ แต่เธอไม่เคยปริปากบ่นว่าหรือห้ามปราม เหมือนอย่างเพื่อนฝูงในบ่อน 2-3 คนเคยบ่นให้ฟัง

อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่ผมเป็นคนรับผิดชอบสูงก็ได้ ไม่ว่าเรื่องงานหรือในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่าย บางอาทิตย์ก็พาลูกเมียไปเดินห้าง ดูหนัง หาอะไรกิน ซื้อข้าวของกลับบ้าน… แล้วผมก็หลบเข้าบ่อน!

มีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่เมียผมทำไม่รู้ไม่ชี้ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ก็คือผมเล่นได้มากกว่าเสีย ไม่ว่าบักคาร่า, รูเล็ตต์, ยี่อิ้ด, โป๊กเกอร์ แม้แต่ป๊อกเด้ง ก็มักจะ “เป๋าตุง” เป็นประจำ

ไม่ใช่เรื่องการคดโกง หรือมีเล่ห์เหลี่ยมพลิกแพลงอะไรหรอกครับ ใครขืนอุตริทำแบบนั้นมีหวังต้องคลานกลับบ้านหรือนอนหยอดน้ำข้าวต้ม เพราะขึ้นว่า “บ่อน” ย่อมจะมีชั่วโมงบินสูงลิบกว่าลูกค้าอยู่แล้ว ต่อให้เซียนถือแส้แค่ไหนก็อย่าได้คิดแหย็มกับบ่อนเด็ดขาด

ดวงครับดวง!! “ใครว่าแน่ๆ ก็ยังแพ้ดวง” เป็นความจริงครับ ถือคติ “ไปตามดวงไม่ห่วงชีวิต แล้วแต่พรหมลิขิต ปล่อยชีวิตให้ตามดวง” เป็นดีที่สุด!

การไปวัดดวงที่บ่อนก็เหมือนการเดินทางของชีวิต ต่อให้อยู่เฉยๆ ก็ยังเป็นการเดินทางอยู่ดี…ไปสู่ความตายไงล่ะครับ! แต่ระหว่างทางน่ะไม่มีใครรู้ตัวล่วงหน้าหรอกว่าจะพบเห็นหรือเจอะเจอกับอะไร บ้าง กว่าจะถึงปลายทางส่วนมากก็ระหกระเหินบอบช้ำกันทั้งนั้น

จนกระทั่งมีข่าวใหญ่โตว่าต่อไปนี้จะไม่มีบ่อนเถื่อนทั่วประเทศอีกแล้ว!

 

เออ! คราวนี้เอาจริงแฮะ…แล้วผมจะหาเงินสดๆ เป็นลำไพ่พิเศษได้ยังไงกัน?

บ่อนอื่นๆ ก็ยังมีน่ะ! ผมปลอบใจตัวเอง ขับรถไปหาจุดใหม่ทันที…ผีหลอกแฮะ! เพราะผ่านมา 3-4 บ่อนปิดหมด กำลังจะยอมแพ้ก็พอดีนึกถึงบ่อนเฮียฮุยขึ้นมา…ได้การ!

เข้าซอยขรุขระคดเคี้ยวค่อนข้างเปลี่ยวไปจนถึงตึกสามชั้นโดดเด่น รายรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ๆ กดออดสั้นครั้งเดียว ช่องเล็กๆ ก็เปิดออกเห็นหน้าดำๆ โผล่ขึ้น…ลุงดำนี่แกหน้าดำ ตัวดำสมชื่อ คุ้นเคยกับผมมาเกือบปีแล้ว มักจะได้รับทิปใบแดงๆ จากผมเป็นประจำ

อ้าฮา! ความหวังกลายเป็นจริง บ่อนนี้เปิดมา 2-3 วันแล้ว ผมเดินลิ่วผ่านเพิงอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปในตัวตึก ดิ่วดิ่งขึ้นลิฟต์ไปชั้น 2 บรรยากาศได้-เสีย คึกคักตามเคย

มีหญิงชายวัยกลางคนไปจนถึงรุ่นใหญ่ กำลังกลุ้มรุมอยู่กับโต๊ะพนันที่ตัวโปรดปราน มีทั้งยิ้มแย้มเบิกบาน มีทั้งหน้าดำคร่ำเครียด เสียงโยนเต๋า เสียงเฮฮาระคนกับสบถเบาๆ มันคือบรรยากาศที่ผมคุ้นเคยมาเกือบชั่วชีวิตก็ว่าได้

กำลังตัดสินใจว่าจะแวะโต๊ะไหนดี? ผมก็ต้องยืนตะลึงงันอยู่กับที่ เมื่อภาพต่างๆ อันมีชีวิตชีวาเมื่อพริบตาก่อน ค่อยๆ เลือนรางจางหายไปในแสงไฟเยือกเย็น ก่อนจะดับวูบลง

เผ่นพรวดออกมาจากบ่อนผีสิงโดยไม่สติแตก หรือช็อกตายคาที่ได้ยังไงก็ยังงงๆ บ่อนไหนเปิดใหม่เมื่อไหร่ไม่ต้องบอกกล่าวมานะครับ…ผมสาบานไว้แล้วว่าจะไม่ เข้าบ่อนไปจนวันตาย! บรื๋อออ…

มนต์เรียกผี

เย็นนั้นป้าก็ออกนำหน้า มีหลานสาวกับเพื่อนเดินตามพลางพูดคุยจ๋อยๆ ไม่ขาดปาก ยังกะจะไปดูหนังหรือกำลังเดินนวยนาดอวดสายตาพวกหนุ่มๆ จนกระทั่งเลี้ยวเข้าสู่เขตป่าช้า เห็นหลังคาเมรุเขรอะสนิมจนเป็นรู…แป้งกับไผ่วิ่งออกหน้าเหมือนเป็นเจ้า ถิ่น ร้องแจ้วๆ ว่า…ถึงป่าช้าผีดิบแล้วโว้ย!

ป้ารีบเดินตามหลัง…ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆหนาทึบบดบังแสงอาทิตย์ แต่แม่พวกสาวๆ ไม่แยแสหรือหวาดกลัวหรอกค่ะ ส่งเสียงกิ๊วก๊าวกันอย่างสนุก หลานสาวป้าก็ต้องคอยตอบคำถามเพื่อนที่ดังจ๋อยๆ แทบไม่ขาดปาก

เนี่ยที่เผาผีเหงอ? เมรุหรือเชิงตะกอน? ขี้เถ้าขาวๆ ข้างหลังน่ะอะไร? ว้าย! ขี้เถ้ากระดูกผี! แล้วมีผีอยู่ปะ? โหย…ขนลุกหมดล้าววว…

ผีดิบป่าช้านี่ไม่ได้เผาผีมาหลายปีแล้วล่ะค่ะ เขาย้ายไปป้าช้าที่วัดกันหมด ไม่ว่าผีดิบหรือผีสุก แต่ป่าช้าเก่าก็ยังไม่มีใครมารื้อหรือโก่นถาง ปลูกสร้างอะไรขึ้นมาเสียที… แป้งกับไผ่เดินดูนั่นดูนี่ เห็นอะไรก็ทักดะไปหมด…นั่นหน่อไม้ใช่มั้ย? นี่ต้นอะไร? ข่อยเหรอ…ไม่เคยได้ยินแฮะ ต๊าย! เอาไปเคี้ยวมั่ง ทุบมาสีฟันมั่ง! ทำไมไม่รู้จักใช้แปรงนะ?

บ้านช่องอยู่ใกล้ๆ ป่าช้าผีดิบมาแต่เล็กแต่น้อยแล้ว ไม่คุ้นก็ต้องคุ้นค่ะคุณ ขืนกลัวนั่นกลัวนี่มากไปคนเขาจะหาว่าเราดัดจริตน่ะ ไม่ใช่อะไร

เดี๋ยวก่อน…ป่าช้าผีดิบที่ว่าน่ะไม่เหมือนผีฝรั่งนะคะ แต่เป็นผีที่ตายเพราะความแก่ชรา หรือเจ็บไข้ตาย ไม่ใช่ตายเพราะถูกฆ่าหรือฆ่าตัวตาย รวมทั้งตายเพราะอุบัติเหตุที่เรียกว่าผีตายโหง…ประเภทหลังนี่ต้องไปอยู่ ป่าช้าผีสุกค่ะ คือฝังเอาไว้ก่อนซักปีสองปีถึงจะขุดขึ้นมาเผา

เหลือแต่ซากหรือกระดูกเท่านั้นแหละ เขาถึงเรียกป่าช้าผีสุกไงคะ!

ใครอยากดูป้าก็พาไปดู บรรยากาศที่ค่อนข้างร่มครึ้ม มีกอไผ่ ต้นข่อย กับไม้ล้มลุกขึ้นเกือบรอบเมรุ เสียงแมลงที่ระงมอยู่ในซุ้มไม้กลับเงียบเชียบ เพิ่มความวังเวงจนรู้สึกเสียวหลังชอบกล

วันก่อนหลานสาวจากกรุงเทพฯ ก็พาเพื่อนผู้หญิงสองคนมาเที่ยวอยุธยา ชื่อแป้งกับไผ่ ทาปากทาแป้งเหมือนจะไปเล่นละครชาตรี แต่งตัวชะเวิกชะวากน่าขนลุก เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นจุนจู๋เกือบถึงเป้า…เฮ้อ! ไม่รู้ว่าจะโชว์ขาอ่อนขาวๆ ไปให้ใครดู…

คนต่างถิ่นก็อยากมาดูป่าช้าผีดิบกัน แล้วพูดคุยกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าไม่น่ากลัวเพราะเผาจี่ไปหมดแล้ว วิญญาณคงจะไปผุดไปเกิดกันหมด แต่บ้างก็ว่าไม่แน่หรอก เพราะขึ้นชื่อว่าป่าช้าเสียอย่าง ถึงจะไม่มีศพอยู่ในหลุม แต่กองฟอนหรือเถ้ากระดูกที่กระจายอยู่รอบเมรุน่ะเป็นประจักษ์พยานว่าเคยมีศพ ที่โดนเผามาไม่รู้ว่ากี่ร้อยกี่พันศพแล้ว

สงสัยจะมาอวดผีซะละมั้ง?

อยากมาทัศนาจ้อน…เอ๊ย! ทัศนาจรป่าช้าผีดิบกันค่ะ!

ฟังสาวสมัยใหม่พูดคุยกันเล่นเอาป้าเวียนหัวไปหมด เดี๋ยวก็ “เค้าอยากดูจังเงยง่ะ…ผีดุจริงๆ เหงอ?” เดี๋ยวก็ “ต๊าย! ขนลุกหมดล้าววว…” คนแก่ๆ อย่างป้าฟังแล้วพลอยขนลุกขนชัน จะบอกว่า “อย่ากระแดะนักเลย นังหนูเอ๊ย!” ก็คงไม่เข้าใจ “กระแดะ” แปลว่าอะไร?

เอ้า! หลานสาวมันโฆษณาสรรพคุณเอาไว้เยอะนี่ อยากดูนักก็จะพาไปดู เผื่อผีหนุ่มผีแก่ที่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดจะได้ดูเด็กสาวสวยๆ อกพุ่งสะโพกผาย ก้นงอนๆ แก้เหงามั่ง

เสียงพูดแจ้วๆ แทบไม่หยุดปาก ป้านึกถึงผีๆ สางๆ อย่างช่วยไม่ได้…ถ้าผีมีจริง พวกผีผู้ชายไม่ว่าหนุ่มหรือแก่คงจะจ้องมองอกอวบๆ กับขาขาวๆ อวบอัดอล่องฉ่องของสองสาวชาวกรุงมั่งหรอกน่า….

จู่ๆ สายลมก็พัดฮือขึ้นมาจนยอดไม้ไหวซ่า เกิดเสียงเกรียวกราวบนหลังคาเล่นเอาป้าตกใจ…นึกถึงผีๆ ก็มา เลยรึไง? แต่มีเสียงพึ่บๆ พั่บๆ บาดใจ ก่อนที่สังกะสีเขรอะสนิมจะถูกลมหอบปลิวว่อนลงมาสองแผ่น เรียกเสียงวี้ดว้ายจากพวกสาวๆ ที่หน้าซีดหน้าเซียวไปตามๆ กัน

ความมืดโรยตัวลงมาอย่างรวดเร็ว ตกลงว่ากลับบ้านซะที แต่แป้งกับไผ่เหลียวไปมองข้างหลังไม่หยุดหย่อน ป้าถามว่ามองอะไรก็ถูกถามกลับว่า มีบ้านใกล้ๆ ป่าช้าด้วยเหรอฮ้า? ป้าส่ายหน้าบอกว่าไม่มีหรอก แต่สองสาวย่นคิ้ว หันไปชี้มือให้ป้าดู

“แล้วผู้ชายพวกนั้นมาจากไหนล่ะป้า? เค้าตามเรามาตั้งหลายคนแน่ะ”

ป้าหันไปมองแต่ไม่เห็นอะไร เลยได้แต่อ้าปากค้าง แข้งขาแข็งทื่อไปหมด เสียงแจ๋วๆ ดังอีกว่า…ป้าเห็นใช่มั้ย? ดูเซ่! เค้าเดินมาหาเราแล้วฮ่ะ!

คราวนี้ป้าตกใจจนพูดไม่ออก แต่จ้ำอ้าวไม่เหลียวหลัง เสียงหลานสาวร้องว่าพวกเธอแต่งตัวโป๊ๆ เรียกผี เลยโดนผีหลอกน่ะซี! เท่านั้นล่ะค่ะวิ่งกันตูดแป้น แซงป้าไปเลย! เฮ้อ..