เปรต

1 entry has been tagged with เปรต.

ชานชลาสยอง

ผีดุ
ฤดูหนาวค่ำเร็ว ดูวิวไปไม่นานก็มองอะไรไม่เห็นตั้งแต่ก่อนถึงอยุธยาด้วยซ้ำ ขณะที่เรายกโขยงไปที่ตู้เสบียง โชคดีที่ได้โต๊ะในสุด ผู้คนค่อนข้างหนาตาและทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ผมกรุ่นเบียร์ชุ่มฉ่ำอย่างเพลิดเพลิน มองดูลูกเมียสั่งอาหารมากินอย่างเอร็ดอร่อย แม้เหตุการณ์นี้จะผ่านมาราวสามปีแล้ว แต่ความแปลกประหลาดและน่าขนลุกขนพองก็ยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ และติดหูติดตาผมอยู่ไม่รู้ลืมเลือน ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนที่ผ่านมานี่เอง!

เรา-คือผมและครอบครัว ประกอบด้วยเมียหนึ่งกับลูกชายวัยสิบกว่าขวบสองคน เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่โดยรถด่วนขบวนพิเศษเพื่อชมงานพฤกษ ศาสตร์โลกให้ชื่นฉ่ำทั้งนัยน์ตาและหัวใจ

ผมกับเมียได้ที่นั่งฝั่ง ซ้าย ลูกชายทั้งสองได้ฝั่งขวา พวกเราล้วนแต่ตื่นเต้นเพราะไม่ได้นั่งรถไฟมาเกือบปีแล้ว ตั้งแต่ไปเที่ยวหัวหินเมื่อปีกลาย

อาจจะเป็นเพราะเปลี่ยน บรรยากาศ กับรสชาติของอาหารชื่อดังมาเนิ่นนานของรถไฟก็ได้ เช่น ยำเนื้อ, แหนม, ข้าวผัด เป็นต้น แถมยังมีมันทอดทั้งแบบถุงและกระป๋องตามยุคสมัยให้แกล้มเหล้าเบียร์อีกด้วย

โต๊ะด้านขวาก็มีหญิงชายสองคู่กำลังดื่มกินและพูดคุยกันอย่างสำราญใจเช่นกัน

ราว ทุ่มเศษ เมียผมก็ขอตัวพาลูกๆ กลับไปที่นั่งซึ่งอยู่ห่างราว 2-3 โบกี้…ใกล้เวลาที่พนักงานจะมาจัดเตียงแล้ว เธอไม่วายกำชับกำชาให้ผมรีบกลับเพราะกลัวจะดื่มมากจนป่ายปีนบันไดขึ้นไปนอน ชั้นบนไม่สะดวก

เสียงล้อเหล็กขยี้รางดังกระหึ่ม อย่างที่พวกเด็กๆ ชอบเรียกว่า “ฉึกฉักรถไฟ” กับ “ถึงก็ช่าง-ไม่ถึงก็ช่าง” บางทีก็มีเสียงหวูดกรีดแหลม ฟังเผินๆ เหมือนเปรตร้องขอส่วนบุญ…กล่อมอารมณ์ให้เพลิดเพลินดีพิลึก

ผู้คนที่คับคั่งในตอนใกล้ค่ำก็ชักบางตาลงทุกที!

มี ฝรั่งวัยกลางคนกับหนุ่มไทยหุ่นบึกบึนนั่งซดเบียร์กันอยู่โต๊ะด้านหน้าของชาย ผมขาวอีกโต๊ะเดียวที่เหลืออยู่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็น “เสือไบ” กับคู่ขา ที่หัวเราะต่อกระซิกกัน ส่งสายตาหยาดเยิ้มให้กัน…แต่สมัยนี้มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาเต็มที

ผมสั่ง เบียร์ขวดใหม่ กับได้โอกาสสูบบุหรี่เสียทีเมื่อนั่งอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่โต๊ะอื่นๆ เขาก็สูบกันสบายอารมณ์ไม่ต้องห่วงว่าควันจะไปรบกวนใคร เพราะมันจะปลิวกระจายไปทางหน้าต่างทันที…แถมมีที่เขี่ยบุหรี่ที่พนักงาน เขาเข้าใจเทน้ำลงไปแล้วแปะด้วยทิชชู ทำให้ขี้บุหรี่ไม่กระเด็นไปรบกวนคนอื่นๆ

ลมเย็นๆ โกรกกรูมาเย็นชื่น เบียร์ก็เย็นฉ่ำจนดวดดื่มได้ลื่นคอ เทใส่แก้วจนหมดแล้วสั่งขวดใหม่… พร้อมๆ กับหันไปมองด้านขวาอีกครั้ง แต่หนุ่มสาวสองคู่หายไปแล้ว มีหนุ่มใหญ่วัยค่อนคน ผิวกร้านแดดตัดกับผมขาวโพลนมานั่งดวดดื่มสุราไทยอยู่เดียวดาย

พนักงาน เข้ามาถามทุกโต๊ะคล้ายๆ กันว่าจะสั่งอาหารอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า เพราะห้องครัวจะปิดแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสั่งอะไรอีก นอกจากเบียร์กับโซดาเท่านั้นเอง

จ่าตำรวจกับ พขร.เดินเข้ามาทิ้งกายอ่อนล้าที่โต๊ะหน้าเคาน์เตอร์ ร้องสั่งข้าวผัดคนละจาน น้ำดื่มคนละขวด…ไม่ยักมีเหล้าเบียร์แก้เหนื่อยแฮะ!

หนุ่ม วัยค่อนคน ผิวดำ ผมขาวโพลนปลิวกระจายเต็มหัวยังนั่งซดเหล้าอย่างทองไม่รู้ร้อน ทำให้ผมหันไปถามพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ว่า…ลุงคนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รถไฟเรอะ ถึงนั่งต่อได้น่ะ?

“คนไหนครับ?” เขาทำหน้างุนงง ผมอดหัวเราะไม่ได้ ชี้มือให้เขาดูด้วย

“นั่น ไง…” เสียงผมขาดหายไปเมื่อไม่เห็นชายผิวดำผมขาวที่เห็นอยู่หยกๆ ทั้งที่แกนั่งอยู่โต๊ะในสุดแท้ๆ ไม่มีทางหลบไปไหนโดยไม่ผ่านผมได้เด็ดขาด…แต่พนักงานตู้เสบียงหน้าขาวซีด อ้าปากค้าง เกาะเคาน์เตอร์คล้ายจะพยุงตัวไม่ให้ล้มลงไป
อ้าว? ฝรั่งหัวแดงกับหนุ่มกำยำลุกออกไปแล้ว ผมรินเบียร์ใส่แก้วจนหมดขวดรู้สึกมึนกำลังดี…พนักงานก็เข้ามาบอกว่าหมด เวลาแล้ว ต้องปิดตู้เสบียง ผมไม่ขัดข้องอะไร สั่งให้เขาคิดเงิน…เรียบร้อยแล้วก็ซดเบียร์จนเกลี้ยงก่อนจะลุกขึ้นเดินไป ที่ประตู

ขณะที่ถึงเคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่สองคนกำลังกินข้าวผัดโปะไข่ดาวอย่างเอร็ดอร่อย ผมเกิดหันไปดูท้ายรถเสบียงอีกครั้งเหมือนมีอะไรดลใจ

“เอาอีกแล้ว เรอะเนี่ย? โธ่” เขากระเดือกน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเล่าว่าเมื่อปีกลายมีผู้โดยสารที่ว่ามาดื่ม เหล้าจนหัวใจวายคารถเสบียงโบกี้นี้เอง…เคยมีคนเห็นมาหลายรายตอนหลังนี่ซา ไป นึกว่าไปผุดไปเกิดแล้ว!