ไม้ตะเคียน

1 entry has been tagged with ไม้ตะเคียน.

เรือสำเภาผี

ชายชราอายุห้าสิบเศษ ร่างเล็กกำยำ ผิวคล้ำ ผมขาว นัยน์ตาดุ ชอบร่ำสุรา…เล่ากันว่าน้ำตาลเมากับปลาสลิดย่างเป็นของโปรดที่สุด ลูกเต้าเติบโตก็ไปอยู่กรุงเทพฯ กันหมด ตาแร่มอยู่กับยายเหลือสองคน ช่วยกันทำมาหากินทางตัดไม้โกงกางมาเผาถ่านขายตั้งแต่สมัยหนุ่มสาวมาแล้ว

สองผัวเมียมีเรือขุดแบบโบราณทำจากไม้ตะเคียน สำหรับใช้ขนไม้โกงกางที่ตัดมาเต็มลำ เที่ยวละหลายร้อยท่อน…ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อถือกันว่าไม้ตะเคียนมีผีสิงนะคะ แต่พวกเราก็ใช้เรือขุดจากไม้ตะเคียนมาหลายชั่วคนแล้วละค่ะ

วันหนึ่ง ตาแร่มเสร็จงานก็เมาน้ำตาลอยู่หลังบ้าน ยายเหลือมาตักน้ำหรือจะมาอาบน้ำก็ไม่ทราบแน่ชัด ตาแร่มเรียกหาปลาสลิดย่างของโปรดก็ไม่มีเสียงขานรับ ครั้นลุกออกมาดูก็เห็นเมียแกคว่ำหน้าตายปริ่มๆ น้ำ

มีเสียงพูดกันว่ายายเหลือเป็นลมบ้าง โดนผีน้ำมาเอาตัวไปบ้าง…บางคนเชื่อว่าเป็นอาถรรพณ์เรือตะเคียนก็มี!

งานศพผ่านไปแล้ว พวกลูกเต้ามาเผาแม่เรียบร้อยก็พากันกลับกรุงเทพฯ ไปหมดทุกคน ตาแร่มออกไปตัดไม้โกงกางมาเลี้ยงชีพตามเดิม ชาวบ้านเคยเห็นสองตายายบรรทุกไม้โกงกางกลับบ้าน ใช้กระดานพาดเรือกับชายฝั่ง แล้วช่วยกันขนไม้ลำเลียงขึ้นมาซ้อนไว้เป็นกองใหญ่หน้าบ้าน…บัดนี้ตาแร่ มต้องทำเองคนเดียวทั้งหมด แม้จะเห็นใจก็ไม่รู้จะช่วยเหลือยังไง

ตาแร่มหน้าตาหมองคล้ำลงทุกที ท่าทางเหนื่อยหน่ายคล้ายหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ตอนเย็นๆ ก็ไปนั่งซดน้ำตาลเงียบๆ ริมคลองคนเดียว สูบยาแดงวาบๆ จนเด็กๆ เห็นตอนโพล้เพล้ถึงกับวิ่งอ้าวเพราะนึกว่าโดนผีหลอก

ตอนเด็กๆ นั้น ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ซุกซนพอกัน เช่นชอบว่ายน้ำไปเกาะเรือโยงสินค้า จนถึงเล่นไต่เชือกที่ผูกโยงระหว่างเรือลำต่างๆ บางทีก็พกหนังสติ๊กเข้าสวน คอยยิงกระรอกตามสวนมะพร้าว เข้าสวนนั้นออกสวนนี้ได้ตามใจชอบ ไม่มีใครห้ามหวงเลย

สาเหตุก็คือ กระรอกมันชอบแทะกินลูกมะพร้าวอ่อนๆ ให้เสียหาย ใครยิงกระรอกได้ 1 ตัว ก็จะได้รับมะพร้าวเป็นรางวัลถึง 10 ลูกเชียวค่ะ

นึกถึงบรรยากาศของเรือกสวนที่ร่มรื่น ปกคลุมด้วยเงาไม้เงียบสงบในครั้งนั้นก็อดใจหายไม่ได้ นึกถึงแม่น้ำลำคลองใสสะอาด กุ้งปลาชุกชุม ตามท่าเทียบเรือน่ะเขาจับกุ้งตัวใหญ่ๆ ด้วยมือเปล่าได้อย่างสบายมาก

พูดถึงลำคลองก็ทำให้นึกถึงตาแร่มขึ้นมา!

เคยเผาถ่านเองก็ขายถูกๆ ให้เขาเอาไปเผา ไปส่งโรงงานน้ำตาล…แกเองก็ไม่ค่อยจะออกไปตัดไม้โกงกางมาขายเหมือนเมื่อ ก่อน หน้าตาท่าทางซังกะตายเหมือนอยู่ไปวันๆ เท่านั้นเอง

หลายคนเคยเห็นแกนั่งซดน้ำตาลอยู่เงียบเชียบ จู่ๆ ก็กวักมือไปที่เรือขุดไม้ตะเคียน ร้องเรียกเสียงดังจนได้ยินว่า

“ขึ้นมาหาข้าซี ยายเหลือเอ๊ย! แกจะนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ทำไม?”

มองไปที่เรือก็เห็นโคลงเคลงนิดๆ ตามระลอกคลื่น แต่ไม่เห็นมีใครซักคนเดียวเล่นเอารีบเดินหนีแข้งขาสั่น หัวใจเต้นระทึกครึกโครมไปตามๆ กัน

ต่อมาไม่นาน ก็มีคนพบศพตาแร่มนอนหงายเหยียดยาวอยู่ในเรือขุดของแก มุมปากเหี่ยวย่นมีรอยยิ้มนิดๆ นัยน์ตาลืมค้างเบิกโพลง มีแววสดใสคล้ายได้เห็นหน้าใครที่แกรอคอยมานานแสนนาน

บ้านเล็กๆ หลังคาสังกะสีเก่าคร่ำ ก็กลายเป็นบ้านร้าง ในที่สุดก็ทรุดโทรมลงไปกองกับพื้น…

เรือขุดไม้ตะเคียนลำนั้นไม่มีใครแยแส กลายเป็นเรือรั่วแตกร้าว…จมหายไปใต้น้ำ เหลือแต่เรื่องเล่าน่าขนหัวลุกมาถึงทุกวันนี้เท่านั้นเองค่ะ!