Ghost

9 entries have been tagged with Ghost.

วิญญาณร้องไห้

วิญญาณทุกข์ – “แต่ท่านคะ อาหารของคนอื่นหรือจะอร่อยเท่ากับอาหารของลูกหลานเรา, บุญของคนอื่นหรือจะให้ความสุขเท่ากับบุญที่ลูกหลานทำให้, ลูกหลานของโยมเขาไม่ได้มาทำบุญให้โยมประมาณ 1 ปีแล้ว ทั้งๆ ที่บ้านเขาอยู่ใกล้วัดนี่เอง”

ได้ฟังดังนั้นก็อึ้งไปเหมือนกัน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบไปว่า

“อาตมา คงไปบอกเขาตรงๆ ไม่ได้หรอก เพราะถ้าญาติของโยมไม่มีศรัทธา หรือไม่มีความเชื่อในเรื่องนี้ เขาจะหาว่าพระมาหลอกเพราะไม่มีหลักฐานใดๆ จะไปยืนยันได้, เอาอย่างนี้ อาตมาจะเขียนบทความนี้ลงหนังสือไตรรัตน์ (และข่าวสด) ถ้ามีคนอ่านแล้วปฏิบัติตาม โยมก็จะได้บุญด้วยในฐานะที่เป็นต้นเหตุ, ตกลงนะ”

วิญญาณตอบว่า “แล้วแต่ท่านจะเห็นสมควรค่ะ”

หลังจากคุยกับวิญญาณเสร็จสิ้น ผู้เขียนก็เดินมาในศาลาการเปรียญวัด ซึ่งเป็นเวลาที่พระส่วนใหญ่สวดมนต์จบพอดี จึงได้ถามรองเจ้าอาวาสว่า

“หลวงพี่ คนชื่อนี้ๆ บ้านเขาอยู่ที่ไหน?”

ท่านรองตอบว่า “อยู่ใกล้ๆ วัดนี่เอง”

 

ในเวลา 18.00-19.30 น. ของทุกๆ วัน พระส่วนใหญ่ของที่นี่จะสวดมนต์เย็นที่ศาลาการเปรียญ (ไม่ได้สวดในโบสถ์เหมือนวัดทั่วๆ ไป) ผู้เขียน ขี้เกียจลงไปทำวัตรกับเขา แต่เลี่ยงมาเดินจงกรมที่รอบโบสถ์แทน

โบสถ์นี้อยู่ติดกับป่าช้าและเมรุ ห่างจากศาลาการเปรียญพอสมควร บริเวณรอบๆ โบสถ์ ทางวัดได้จัดทำเป็นกำแพงเก็บกระดูกคนตาย ปัจจุบันมีกระดูกเต็มเกือบทุกช่องแล้ว

เดินจงกรมไปมาสักพักความมืดก็เริ่มคืบคลานเข้ามา แต่ผู้เขียนไม่กลัวอะไร เพราะเป็นวัดที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก คิดอยู่ว่าวิญญาณที่อยู่ ณ วัดแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นญาติกับเรา

ขณะที่ตะวันตกดินไปนานแล้ว เดินไปมาสักพัก ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวน ผู้เขียนก็เลยหยุดเดิน ตั้งใจเงี่ยหูฟัง เพื่อต้องการแยกแยะว่าเป็นเสียงอะไร

ช่วงแรกก็ยังงงๆ ว่าเป็นเสียงอะไรแน่เพราะไม่เข้าใจ สักพักได้ยินอีกก็ตั้งใจฟัง พอครั้งที่ 3 ได้ยินอีก แต่คราวนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่เสียงคน เพราะเสียงกรีดร้องแบบนี้คือเสียงผี… (วิญญาณ) ผู้หญิงสูงอายุที่อยู่ตรงกำแพงโบสถ์

สักพัก ผู้เขียนหายใจเข้ายาวๆ ตั้งสติให้มั่น เดินตรงไปที่กำแพงโบสถ์ ต้นเสียงที่เก็บกระดูกคนตาย แล้วก็ถามเขาว่า “โยมมีอะไรหรือจึงกรีดร้องเสียงดัง?”

วิญญาณตอบว่า “อยากให้ท่านช่วยไปบอกลูกหลานของโยมหน่อยค่ะ ว่าให้มาทำบุญที่วัดนี้บ้าง เพราะลูกหลานของโยมไม่ได้มาวัดนานแล้ว โยมคิดถึง…ไปบอกให้เขามาทำบุญแม่เขาบ้าง”

ผู้เขียน – “แล้วบ้านเขาอยู่ไหน?”

วิญญาณ – “อยู่ใกล้ๆ วัดนี่เองค่ะ”

ผู้เขียน – “แล้วโยมอยู่ที่นี่ไม่ได้อนุโมทนาบุญกับคนอื่นๆ หรือเพราะที่วัดนี้มีคนมาทำบุญเป็นประจำอยู่แล้ว ทำไมจะต้องรอให้ลูกหลานทำบุญให้อย่างเดียวเล่า? อนุโมทนาบุญกับคนอื่นก็ได้”

 

“ผู้เขียน – “แล้วพวกลูกหลานเขาไม่มาทำบุญที่วัดหรอกหรือ?”

ท่านรอง – “ไม่เลย นับตั้งแต่เอากระดูกแม่มาไว้ที่กำแพงโบสถ์ก็หายไปไม่ได้มาทำบุญที่วัดอีกเลย หายไปเป็นปีแล้ว แม้พระจะบิณฑบาตหน้าบ้านก็ไม่ยอมใส่บาตรด้วยซ้ำ”

ได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งประหลาดใจ เพราะข้อมูลที่ได้รับกับวิญญาณให้มาตรงกัน คิดอยู่ว่าสักวันหนึ่งจะเขียนบทความลงในหนังสือสักครั้ง เพิ่งจะมีโอกาสในฉบับนี้

ว่าแต่ว่า คุณผู้อ่านทำบุญให้คุณพ่อ – คุณแม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่???

ข้อคิด….

“อย่ารอให้ลูกหลานทำบุญให้ ให้ทำบุญด้วยตนเองยามมีชีวิตเถิด ตายไปแล้ว ยากนักที่จะมีใครทำบุญให้” “เดี๋ยวนี้ท่านเปรียบเหมือนใบไม้เหลือง ยมทูตเล่าก็ปรากฏแก่ท่านแล้ว ทั้งท่านก็ยืนอยู่ที่ปากทางของความเสื่อม ทั้งเสบียงกรังของท่านก็ยังไม่มี”

 

ผีกลางเมือง

 

เพื่อนบ้านบางคนบอกว่าหลุมเล็กๆ ตื้นๆ เหมาะสำหรับเด็กลงไปยืนแล้วโยนเงินใส่หลุมไกลๆ เพื่อวัดความแม่นยำมากกว่า แต่คนฟังก็ยังปวดหัวอยู่ดี โดยเฉพาะคำว่า “หลุมเมือง” ทำยังไงก็ไม่เข้าใจจริงๆ

จนกระทั่งถึงคืนขนหัวลุก!

ผมเสร็จธุระ เกี่ยวกับการตกลงซื้อขายพืชไร่ราวสองทุ่มกว่า กินข้าวเรียบร้อยแล้วก็ขับปิกอัพกลับบ้าน..คืนนั้นเดือนหงายแจ่มฟ้า แต่รถราไม่ค่อยมีทำให้เดินทางสะดวก กระทั่งใกล้หลุมเมืองที่ว่า ผมก็ชะลอรถโดยไม่รู้ตัว

ต้นไม้ใหญ่ยืนโดดเด่นอยู่ริมทางต้นเดียว เสียงลมพัดโชยมากับเสียงหัวเราะคิกคักชัดเจนน่าเอะใจ จ้องมองไปที่หลุมเมืองก็ได้เห็นภาพแปลก ประหลาดที่ทำให้ขนลุกซู่ซ่าเกรียวกราวไปทั้งตัว!

ฟ้าดินเป็นพยาน! เด็กๆ ราวสิบขวบทั้งหญิงและชายไว้ผมจุกทุกคน ยืนอยู่ในหลุมตื้นบ้างลึกบ้าง กำลังโบกไม้โบกมือพลางหัวเราะต่อกระซิกกันเสียงเยือกเย็น ฟังแล้วถึงกับสะท้านสะเทือนเข้าไปถึงหัวอกหัวใจ

คิดว่าท่านผู้อ่านคงจะรู้กันดีว่าต้นศรีมหาโพธิ ได้มาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียเรื่องไผ่ตง หวานก็เหมือนกัน รับรองว่าไม่มีที่ไหนโอชะเหมือนบ้านผมอีกแล้ว รวมทั้งหน่อไม้ต่างๆ ก็ได้รับคำชมเชยจากคนต่างถิ่นว่า หน่อไม้ปราจีนอร่อยที่ซู้ดดด…

ผลไม้ลือเลื่องแทบไม่ต้องเอ่ยถึงก็ยังได้

คิดดูซีครับว่าปราจีนเป็นจังหวัดในเขตเขาใหญ่ หรือภาคอีสานตอนล่าง แล้วยังมีเนื้อที่ไปทางสระแก้ว ชลบุรี ระยอง…จัดอยู่ในจังหวัดหนึ่งของภาคตะวันออก แล้วผลไม้นานาพันธุ์จะไม่ดกดื่น ทั้งน่ากินและเอร็ดอร่อยถูกปากนักชิมได้ยังไง?

เขตเมืองทวาราวดี?

นี่ก็ตรงตัวเผง เผลอๆ จะเป็นเมืองเก่าสมัยขอมเรืองอำนาจด้วยซ้ำ เพราะที่นั่นมีศิลาแลงสำหรับก่อสร้างปราสาทหรือเทวสถานมากมาย…มีเรื่อง แปลกประหลาดและน่าขนหัวลุกปะปนอยู่ด้วยเป็นธรรมดา

วันนี้ผมจะเล่าเรื่อง “หลุมเมือง” ที่ศรีมหาโพธิให้ฟังครับ!

ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือบุกป่าฝ่าเขาอะไรให้เหนื่อยยาก เพราะหลุมเมืองที่ว่าน่ะอยู่ริมถนน แถมติดกับหมู่บ้านด้วยซ้ำ

เป็นหลุมลึกบ้างตื้นบ้าง ประมาณว่าขนาดเอวเด็ก 10 ขวบ อย่างลึกก็ไม่เกินอกเรียงรายกันอวดตาผู้คน แถมแฝงปริศนาท้าทายว่า หลุมเมืองน้อยใหญ่ทั้งหลายแหล่นั่นน่ะทั้งหมดมีอยู่กี่หลุม? และใช้สำหรับทำอะไรกันแน่? คนโบราณคงไม่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงขุดเล่นแก้เหงาดอกน่า?

ผมต้องขับรถผ่านเส้นทางนี้บ่อยครั้ง ถ้ามีเพื่อนฝูงจากต่างจังหวัดมาหาก็ถือโอกาสพาไปดู ทดลองกระโดดขึ้น-ลงสนุกสนาน แล้วให้ช่วยกันนับว่าทั้งหมดมีกี่หลุม?

40-41 แล้วแต่จะเชื่อมั่น แต่หลายๆ คนยืนยันว่ามีหลุมเล็กๆ เตี้ยๆ ถูกใบไม้แห้งคลุมจนแทบมองไม่เห็น รวมแล้วเป็น 44 หลุม

ผิดครับ เพราะเขานับกันชนิดเป็นการเป็นงานได้ทั้งหมดถึง 48 หลุมนั่นแน่ะ!

ว่าแต่หลุมเมืองนี่ผู้คนยุคก่อนหลายร้อยปีเขาขุดไว้เพื่ออะไรกัน?

รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2451 ท่านทรงสันนิษฐานไว้ว่า “เป็นหลุมสำหรับโขลกปูนที่จะปั้นลวดลายเครื่องประดับปรางค์ปราสาท”

ส่วนคนรุ่นเก่ากว่านั้นบอกว่าเป็นหลุมสำหรับเล่นกีฬาพื้นบ้าน เรียกว่า “หลุมเมือง”

แถมบอกกล่าวถึงวิธีเล่นว่าไปนั่งข้างหลุมแล้วหยอดเงินใส่หลุมไปเรื่อยๆ จนเงินหมดก็หยิบเงินในหลุมอื่นมาหยอดต่อจนหมดเงินแล้วถูกปรับเป็นแพ้

ฟังแล้วก็ยังงงๆ อยู่ครับ

คุณพระคุณเจ้า! เด็กๆ ที่ไหนจะยกโขยงเป็นสิบๆ คนมาเล่นหลุมเมืองในยามค่ำมืดดึกดื่นแบบนี้?

ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะน่าขนลุกก็หายเงียบไป เด็กเจ้ากรรมกลุ่มนั้นค่อยๆ หันมามองผมอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาแดงจ้าราวถ่านไฟที่กำลังคุอยู่ในเตา ผมตบเกียร์เหยียบคันเร่ง ตะบึงรถรวดเดียวถึงบ้าน

 

ผีแพแตก

ลุงกับป้ามีอาชีพทอดแหหาปลาตอนกลางคืน แกบอกว่าปลาชุกชุมกว่าตอนกลางวัน บางคืนยังได้งูเหลือมมาขายอีกต่างหาก…ก่อนจะขึ้นบ้านก็แวะเก็บผักบุ้ง ผักกระเฉดไปส่งแม่ค้าที่ตลาดเจริญผล

คืนหนึ่งก็เจอะเจอเรื่องขนหัวลุกเข้าเต็มเปา!

สาเหตุ มาจากตอนเย็นที่มีศพลอยน้ำคว่ำหน้ามาติดที่แพผักบุ้ง ชาวบ้านมุงดูกันเต็มฝั่ง เห็นสวมเสื้อแดงลอยปริ่มๆ น้ำ บางคนบอกว่าผีคงติดใจที่นี่ถึงไม่ลอยไปที่อื่น บางคนบอกว่าเป็นศพผู้ชายน่ะเพราะนอนคว่ำ ถ้าศพผู้หญิงต้องนอนหงายแน่นอน

ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องสัปดน แต่เชื่อถือกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายแล้วครับ

ลุง หมัดชวนพวกหนุ่มๆ มาช่วยใช้ไม้ยาวๆ ค้ำศพให้ลอยไปที่อื่น แม้ว่าจะมีคนท้วงให้ไปแจ้งตำรวจ ลุงหมัดก็ไม่ยอม ย้อนถามว่า…พวกมึงจะให้เขาขนศพผ่านหมู่บ้านเราหรือ?

ผมเห็นภาพนั้นแล้วขนลุก ติดหูติดตามาถึงป่านนี้!

พอ ไม้กระทบศพเนื้อหนังก็หลุดออกเป็นแผ่นๆ บางทีก็ทั้งกระบิ…ในที่สุดร่างนั้นก็หลุดจากแพ ผักบุ้งลอยตามน้ำไป ผู้หญิงหลายคนว่าคงกินผักบุ้งไม่ลงไปอีกนานแน่นอน

ครั้งก่อนเรียกว่า “หมู่บ้านอาสาจาม” เพราะแขกจามอาสาศึกตั้งแต่สงครามเก้าทัพ ต่อมาก็ยกครอบครัวมาลงหลักปักฐานกันมากมาย สมัยก่อนเรียกว่า “ยกครัว” นับวันยิ่งมีการอพยพครอบครัวมาอยู่กันมากขึ้นทุกที เลยเรียกว่า “บ้านครัว”

แขกจามที่นับถือศาสนาอิสลามก็เรียกว่า “แขก ครัว”

ชาวเขมรก็มีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มมะเปรียง, พุมมะปรางค์, พุมมะเปรย เป็นต้น…อาชีพที่ขึ้นหน้าขึ้นตาคือทอผ้าไหม จิม ทอมป์สัน “ราชาผ้าไหมไทย” ก็มาลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ รุ่งเรืองสุดๆ โด่งดังไปทั้งโลก จนหายสาบสูญไปในมาเลเซียเมื่อราว 30-40 ปีมาแล้ว

อาชีพรองลงมาคือทำประมงน้ำจืด เก่งทางดำน้ำ ว่ายน้ำ จับปลา เพราะเคยทำมาก่อนเมื่อตอนอยู่ริมทะเลสาบในกัมพูชา

ทั้งปลาสด ปลากรอบ ปลารมควัน (ด้วยกาบมะพร้าว) สมัยก่อนทั้งกินทั้งขาย แถมนำไปแลกเปลี่ยนกับของกินของใช้ต่างๆ แม้แต่เส้นไหมดิบที่สั่งมาจากเขมรและญวน รวมทั้งภาคอีสานของเราเพื่อนำมาทอเป็นผืนผ้าต่อไป

พวกผู้ใหญ่เล่าว่า การย้อมผ้าทอผ้านั้นเขาถือเคล็ดลางกันมาก เช่น เวลาย้อมจะต้องออกไปไกลผู้คน ไม่ให้พระสงฆ์ หรือผู้หญิงมีครรภ์มีประจำเดือนเข้าใกล้ เชื่อกันว่าจะทำให้สีผ้าซีดจางจนใช้ไม่ได้

ช่วงที่ผมแตกเนื้อหนุ่ม ผ้าไหมบ้านครัวขายดีมากจนทอไม่ทัน จิม ทอมป์สัน เห็นว่าการทอผ้าแบบโบราณใช้กี่พุ่งทอด้วยมือเสียเวลาโดยใช่เหตุ จึงนำกี่กระตุกซึ่งใช้ทั้งมือและเท้า ทำให้ทอผ้าได้รวดเร็วขึ้นมาใช้งานแทน

แทบทุกบ้านจะมีเส้นไหมสีสวยๆ ตากไว้ตามระเบียงจนกว่าจะแห้ง แล้วกรอเข้าหลอด นำเส้นไหมมาหวีเข้ากี่เพื่อทอเป็นผืนผ้าต่อไปตามต้องการ ทั้งผ้าขาวม้า ผ้าโสร่งมีหมด

บ้านผมยกพื้นใต้ถุนสูงอยู่ใกล้ๆ คลอง ตอนนั้นน้ำยังใสสะอาด มีแพผักบุ้ง ผักกระเฉดงาม สะพรั่ง พอถึงหน้าน้ำเคยมีศพลอยมาแค่ 2-3 ศพ ก็ขนหัวลุกไปตามๆ กัน…พวกผู้ใหญ่ลือว่าผีดุนัก บางทีผีที่ลอยน้ำมาก็ทะลึ่งตึงตังขึ้นดื้อๆ บางทีก็จมหัวดิ่งแต่ชูขาทั้งสองข้างขึ้นมากวัดแกว่งให้เห็นตำตา!

ตกค่ำยังเคยมีคนเห็นร่างดำๆ ลุยน้ำขึ้นมาจากคลองแสนแสบ ส่งเสียงร้องกรี๊ดๆ โหยหวนเยือกเย็นน่ากลัว จนคนที่ได้ยินวิ่งอ้าวกลับบ้าน นอนคลุมโปงตัวสั่นเทาไปทั้งคืน

ไหนจะผีที่กุโบร์อีกล่ะ!!

เขาว่าตอนดึกๆ จะเห็นผู้คนเดินขวักไขว่ บ้างก็นั่งกอดเข่าอยู่ตามหลุมนั้นหลุมนี้ บางทีก็ยืดตัวสูงลิ่วขึ้นไปเหนือหลังคา…พวกเด็กๆ ที่เคยซุกซน วิ่งเล่นเกรียวกราวกันตั้งแต่เย็นจนถึงมืดค่ำ…พอตะวันตกดินก็รีบแยกย้าย กันกลับบ้านแล้วละครับ อารามกลัวโดนผีหลอกน่ะซี

ลุงหมัดกับป้าก๊ะบ้านอยู่ใกล้ๆ ผม เคยบอกกับใครๆ ว่าแกไม่เชื่อเรื่องผีๆ สางๆ หรอก ขืนมัวแต่กลัวผีก็ไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี!

 

คืนนั้นลุงหมัดกับป้าก๊ะก็ออกไปหาปลาตามเคย ครั้นตกดึกได้ยินเสียงร้องเอะอะจนชาวบ้านแตกตื่น ถือไฟฉายไปดูก็เห็นลุงกับป้าวิ่งอ้าวจากท่าน้ำตะโกนลั่นๆ ว่าผีหลอก! ไม่เชื่อก็ไปดูได้เลย

ตอนแรกไม่มีใครเชื่อ หาว่าลุงหมัดกับป้าก๊ะตาฝาดไปเอง แต่พอไปดูก็เห็นศพสวมเสื้อแดงนอนคว่ำปริ่มๆ น้ำ กระเพื่อมไปมาอยู่ที่แพผักบุ้งนั่นเอง…ขนหัวลุกไปตามๆ กัน!

Ghost students

The bus went off a good loaf. Among the actively cars and beautiful people. General contractors are much pillion was not wearing a helmet, too. I would buy the alcohol’s Eleven trustees thunderous crash was fitted up any resistance.

Truck pushed the motorcycle of floating rate plummeted out. Before crashing down on the foot spa bath. Oh the whistling sound. People stood there stunned by the Ken ran into the rapture.

Where is the evidence? The bodies of two men แaggแmgg there. But then a man wearing a helmet, he got up and stood confused. As if nothing happened. Looked at the fallen body of a man bleeding profusely is centered on the helmet … finely ridged side faces. I forgot to draw the eye down. Indicate that a slip of the perished.

I was studying in a different city than it was in my dorm mates Klongchan the camaraderie that we have 3-4 people all attend the same. It is the room next door. To another.

I, Otto and Ken is a group of friends that evening, if I do not have to always be ready to sit and eat some of it now I think.

Oh! Not to gossip about friends and fun and comfortable Cinema Do not tell me!

Ken – is the star of the gossip. The story and liposuction. I do not know from where to recruit. Ekgaasg are all fun. The action comedy about a love story as well as the ghost of the week, it’s clear to me endlessly.

Where tongues. Exciting phrase to throw jokes funny calls the room has really boomed.

The word “sex” in the coming 2-3 years ago, I’ve been told that Ken is now the “nail” and when we saw it, it was answer Chetek’s “nail” comes from the word “stock” means. There are many gigs. Lot size as stock as you like it!

It’s a strange phrase “to tell the Venerable mind” that we have heard his voice fighter. Ken’s unnatural to you. “… The pastor”.
To you I will curse it to the game with you. But I must admit that I did not laugh.

I have a lot of jokes about Ken. But today’s story, raising it to my other graph. The pulpit and overindulgence. I have a good friend who is also my mouth full haunted me. Habakg head to be near naked as you like it.

During the festival, it’s already …

Saturday evening you say carrying a large pack of beer from a convenience store as you enter the room, I had the fried catfish with spicy and sour sauce with spicy fried pig’s head that I was finished with squid. Sweet mango pickle. Prawn crackers. Located on the ground floor with good climbers here.

Lacks the other Cane. I just now complaining about it. Suddenly, it was pushed back!

“I’ve yet to encounter extreme register but” it was a gasp. Since it’s not a “Oh! Oh my spine. I was not otherwise “.

Ken, you say you grab a beer and turn up the westbound Plaek. By indifferent owners. I took it before I got to open Pึm beer fridge to sit by it. Ken used to hand cut the foam at the mouth and sighed heavily.

“Have u ever seen. I was a child my eyes a little? Oh! Eyes to see it. The eyes of the law, but I have since moved … to the advent of angels here but I just saw this just now. ”

“Where the hell?” It seems that we are asked to improvise together.

“We Soi Home Art Gallery was not just” drink beer quickly before it goes on …

“… The story of the election. Elected “King Ken Adam saliva. “I really like that slip away. I swear I’m not. I already know? I stared into my eyes, that I forget to blink repeatedly accurately before one! Oh my … I ran straight through the body, it comes here! Ow … “.

“He would not have killed me,” I say, leave a comment. Ken is not the answer, they just knock on the door. I got to see but did not see anyone. The TARDIS is a knock sounded again. This time I got to open it, Ken. That’s it. That sound you hear? We turned sharply to see.

Ken draws the bulge facing tight down the bottom of the page Hgmebga hold your mouth open eyes … We got to see it trembling hand pointed forward. But it appears that no one was there alone.

Since then Ken, you have to go to the bedroom and I think this is the night. I curse myself that I did not listen to us as well. Not gibberish. It scared me to death … really!

toilet scraming

The only thing that I need to tell my housekeeper but he worked for. He also raising it. But he also says that many people. Whether it’s a lullaby. Daylight when alone in the room. When I came to college I had to take a bunch I know that the previous work. The work also will tell you that the day after it. Or whether it is due to the frequent (Friday the 13th) would tell me that the story is true, I was very afraid of ghosts.
Because of the history that I know that I will be the old hospital. I noticed that it’s basically down to a sauce like most troubling troubling my car into the bay well. That day I had to work a shift 14:00 to 22:00 am

I was not late, but the staff would return home exhausted. Abdominal pain is a common bathroom. I was at about 19:00 pm and went into the bathroom, where I saw my fellow employees and I went to see the behind. And I thought it was going to the bathroom with a friend. And he went into the final room. Which I had seen during his closed door.

I did.

Have not found anything. Leave a room empty room that I was in the next room. I finished my errands. The room was not open and there was no sound except the silence. And even then I have to run anyway. I remember that you can not use the bathroom for a long time.

And when I asked you to make sure that the room is available or not. It turns out that it is not. It is not a man to climb and be with me, but it turns out that the cleaning equipment.

spell Hades

When I was about ten years old. Soon after the bubble burst. My uncle called transvestites. Work in a tire company. Acts semi. Public relations All customers. Excursions organized by the management for rally racing in the province.

While I was on it I Wallop and his wife Tiny. House Bangkok I have to come to on a regular basis.

Greenville jug hanging my great grandfather. I little interest in witchcraft. I never said that.

“People should have the spell towards immortality. With various protective spells. The economic downturn. Continuation of money. People scramble to make a living. If we are not diligent. I have to protect myself. I did not know it was bad luck. ”

Insisting that it tiny.

“Do not disrespect me like a magic spell,” I do not eat. Do not insult little money. I do not agree “that if I fall, it will help. It’s hard to be light. If it is to avoid it. ”

I had to leave the province’s guard is often said to friends that I’ve heard … my grandmother always had one episode. How to do it!

Surprisingly, not a single accident or serious!

One day I went in Saturday to rally to him. I with my tiny house … The next day I had little uneasy expression. Remarked to me that when a nightmare! I saw it in a jug with a double front. Then the car went off the road, floating in the air. I do not know what I was startled them.

I agree that the mood is not good as well. But I will say to soothe a good law. It’s … a nightmare to Wills to become good. Do not worry about it!

It was an incredible evening news … analog or pharmacist. Incident that afternoon. Friends driving hit a tree on the spot. The seat itself is not much. In addition, only a little bruised.

I was a tiny little wind. Buzz it .. I dreamed last night. But in an accident Saturday afternoon … I say this because of that. If I call. Would not have to tell him before it happened, of course!

When the guard returned to Greenville. I feel sad, but do not attack force. Said that when the car plunged off the road to grab it … I think of my grandmother’s spell.

“Bodhi is now seven in Arkansas Fatima Yaiza Martin uth like that”.

Repeatedly until the car hit a scorching fast surfing. The fire lasted for a moment felt great. Scrambled out of the wreckage before it was demolished. Stink smell blood … I was that person who came to their aid. Greenville Security has also survived. Authentic revelation. If you do not see with your eyes, do not believe it’s certificate. Wrecked the car crash that nearly became scrap it. The car would have survived. It did not hurt too much.

Greenville pharmacist told me that … my life is great!

Charitable bodies as friend Greenville Saturday to pray every day that it is late at night was terrible events happening at our door every night.

The dog barked loudly as the wrong lane. They are kind to the origin. Before going home, we stopped. Creepy choir wailing … the neighbors know I have seen many men were crushed to the thickness of a bloodied face hovers in front of our house every night.

Greenville pharmacist did look pale. I have this friend … I love you from the drive back home, it feels like someone is behind some glass to see a frozen stare pointedly … I listen to it. I almost cried with stones.

I Tiny “sorcerer” managed to take spells out the Greenville guard against ghosts. I get along with … I kept to this day.

“Cover art Tome them during life, Mr. Kha Nang in Advent.

Metabolic Ta Chi Su Kha Nang New Apparel in Advent “.

I always Wee said the upper abdomen. Will help prevent all the disaster …

The wonder is that when it’s this Saturday verses. Friends who are dead, and I followed and was lost. Not seen again until it burned. I thought it was suspicious because it was “spell Hades” Yes!

black ghost

Ghost

A day passed in these terrible conditions. The two cowboys drank the last of their water and ate the last of their food, while the wind and sand whipped about in an impenetrable curtain and the heat dried out their bodies. One after the other their horses dropped dead and were gradually buried under the sand. Through his increasing misery, one of the men noticed that the sound of the storm was muted, though there was no decrease in the pounding of the wind and the sand. Through the sandstorm rode a man dressed all in white. He was followed by eleven riders, who were also dressed in white. Their spurs, bits, and stirrups gleamed like silver; their belt buckles were gold. They were leading a white horse behind them. He tried to call out to them, but his lips were swollen shut.

Something in their grim air made him turn to look at his friend, who lay dead at his side. His heart beat rapidly as he realized suddenly how narrow his own escape had been. And suddenly he understood something else. The riders he had seen had been the white riders of death. By leaving him behind, they had spared his life when they came through the storm to take his friend home.

The procession stopped in front of the half-buried cowboys and two men dismounted. They walked over to the man beside him. Tenderly, they helped the other cowboy over to the riderless horse and set him in the saddle. Then they mounted their horses and the men in white started riding away. The remaining cowboy pried his lips apart with shaking fingers and gave a hoarse cry of protest. But the white riders disappeared back into the storm, leaving him alone in the whipping sand. Just before the last rider vanished, he turned back towards the cowboy and said: “”It is not your time yet. We will come back for you presently.” Then he passed out of sight.

Stricken, the cowboy buried his face against his arm and gradually lost consciousness. He was awakened by someone shaking his shoulder. He looked up into the eyes of some of his fellow cowpokes who had come to find him and his friend as soon as the storm let up. They forced some water through his dry lips and helped him sit up and told him he was lucky to survive.

 

ผีหลอกนักกีฬาไทย

Ghost

“น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ ที่คว้าโควตาไปโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในรุ่น 49 กก. หญิง จากการแข่งขันรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ที่ไทย เป็นเจ้าภาพ เปิดเผยว่า ช่วงก่อนการแข่งขันโอลิมปิกรอบคัดเลือก ตนและเพื่อนทุกคนต้องเข้าพักและเก็บตัวฝึกซ้อมที่ศูนย์ฝึกแห่งใหม่ พบว่า ทุกคืนเวลาตีสองครึ่ง ตัวเองจะต้องสะดุ้งตื่น เหมือนมีคนมากระซิบข้างหูปลุก บางคืนก็ข่มตาหลับได้ แต่บางคืนก็นอนไม่หลับจนถึงเช้า แถมยังต้องตื่นมาซ้อมในตอนเช้าเวลา 08.00 น. ทุกวัน ทำให้สภาพร่างกายอิดโรย จนเกือบต้องเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว

“เล็กมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่เขามีสัมผัส (เซนส์) ในเรื่องนี้ เขาบอกว่าเป็นวิญญาณเร่ร่อนมาขอส่วนบุญ เล็กก็ไปทำบุญสังฆทานให้ แต่ก็ยังเจออยู่เรื่อยๆ บางทีก็มาเป็นเสียงกระซิบ เสียงผู้หญิง ฟังไม่รู้เรื่องว่า เขาพูดอะไร เหมือนเขาอยู่ที่ตรงนั้นมาก่อนที่เราจะสร้างสมาคม เขาก็ไม่ได้มาหลอกหรือทำอะไรเรา เพราะเล็กเป็นคนที่ก่อนนอนต้องสวดมนต์ ชอบทำบุญอะไรอย่างนี้ เขาเลยมาขอจากเรา” น้องเล็ก กล่าว

ด้าน “น้องจูน” รังสิยา นิสัยสม เจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุด กล่าวว่า ตนก็เคยพบภาพหลอนเช่นนี้ และเคยเห็นเป็นตัวเป็นตนด้วย โดยเตียงที่พักของแคมป์ทีมชาติ จะเป็นเตียงนอนสองชั้น ตนเองจะนอนอยู่ชั้นสอง ใกล้ๆ กับที่นอนของ “เล็ก” ชนาธิป ที่นอนชั้นสองเช่นกัน มีอยู่คืนหนึ่ง ราวตีสองครึ่ง สะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วเห็นเงาเป็นรูปคนชัดเจน เป็นผู้หญิงผมยาวประมาณกลางหลัง ยืนเกาะราวบันไดเตียง แล้วก้มมองที่ขาของเพื่อนอยู่ ตอนแรกก็คิดว่า ตัวเองตาฝาด แต่พอตื่นขึ้นไปคุยกัน ก็ปรากฏว่า “เล็ก” เองก็รู้สึกเหมือนมีคนมายืนจับขาไว้ในคืนนั้นเช่นกัน ทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดผวามาก

“อีกเรื่องก็คือ ตอนดึกแล้วประมาณตีสองครึ่งเหมือนกัน จูนตื่นขึ้นมา มองไปที่เตียงข้างๆ นักกีฬารุ่นน้องชื่อ ศิริพร บวบสด หรือน้องจิ๊บ เห็นน้องเขาหลับสนิท แล้วห่มผ้าถึงคอ แต่เรามองว่า ทำไมผ้าห่มมันโป่งๆ ก็เลยเดินไปเปิดผ้าห่มดู เห็นเป็นเด็กตัวเล็กๆ เต็มสองลูกตา แล้วเขาก็วิ่งผ่านตัวจูนหายไปเลย จูนรู้สึกขนลุกและตกใจมากๆ คิดว่า เราตาฝาดไปรึเปล่า” รังสิยา กล่าว

ด้าน “บิ๊กชา” นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคม เผยว่า เพิ่งรับทราบเรื่องนี้จากสื่อมวลชน และไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องลี้ลับแบบนี้ เพราะมันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินนักกีฬาพูดให้ฟัง แต่เมื่อมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น สมาคมคงจะหาวันที่เหมาะสมเพื่อทำบุญขึ้นบ้านหลังใหม่ ภายใน กกท. หัวหมาก คาดว่า น่าจะเป็นช่วงหลังปีใหม่ โดยในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ นักกีฬาทุกคนจะเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมแล้ว  ส่วนตัวจะสอบถามเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา และหาทางช่วยเหลือเต็มที่ทั้งด้านจิตใจ และการทำบุญอุทิศส่วนกุศลต่างๆ ไปให้เพื่อความสบายใจของเด็ก ๆ ทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นักเทควันโดทีมชาติไทย ได้ย้ายสถานที่เก็บตัว เข้าไปนอนในศูนย์ฝึกกีฬาเทควันโดแห่งชาติ ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก ซึ่งสร้างขึ้นมาใหม่มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ที่เพิ่งเปิดใช้งานเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า นักกีฬาบางรายต้องพบกับเหตุการณ์แปลกๆ ในช่วงกลางดึก ที่สร้างความผวาดผวามาจนถึงทุกวันนี้

Shadow in the wall

Ghost

My friend Liverpool Tim was a small man, wiry and tough, but soft-spoken. Tim had one glass eye that was an ugly shade of blue which clashed something terrible with his real eye, which was brown. Then one day Jarge met up with a glassblower, a real artist, who make him a special red eye with a star. After that he started collecting glass eyes. They were the fanciest things you ever did see, with stars and pretty stripes and more colors than any real eyes could ever have.

I went with Tim when he placed his next order. By that time, he had so many glass eyes that he was hard to please. So I kidded Tim that he should get an evil eye. Right away the glassblower said he could make a glass eye that was hollow so it could be filled with deadly poison. Tim was as pleased as punch, sayin’ that a man never knew when he might get to the place where he’d want to commit suicide, and what could be easier than to pop the eye into his mouth and bite down?
Well, me and Tim signed onto the same ship, and Tims new eye was delivered the day before we set sail. What a creepy eye it was, too—the perfect evil eye. It was made up of rings of color that narrowed into a single red spot. If you looked at it just right, the colors ran together and the red spot popped out and would scare the life outta you. It was hollow, too, like the man promised, and filled with a white liquid.
Tim tried that evil eye on everyone on board ship—includin’ me. Scared the bejesus outta me, and I’d already seen the blasted thing.  ’Course, all of us told him to lay off or we’d brain him. All of us ’cept a little Cockney feller name of Bell.
Everyone called Bell “Ding Dong” on account of his name. Bell nearly shriveled up with fright each time Jarge appeared with the glass eye. Tim was tickled to death by Ding Dong Bell’s reaction and took to plaguing the life outta him, putting the “evil eye” on him whenever he passed until Ding Dong truly thought he was bewitched.

So the other men told Ding Dong Bell that he had to steal the evil eye. ’Course, Jarge overheard them and he kept the eye hidden from Ding Dong.  Turned out that the harder the eye was to steal, the more Ding Dong believed that stealing it was the only way to lift his “curse”. Finally, Tim started wearing the evil eye all the time—to protect it, he claimed, though in truth it was to torment Ding Dong.

One day while we was docked in Port Said, JTim went aloft on a footrope to scrape a spar. Well, something musta fetched loose, ’cause suddenly I heard a yell, and when I turned around, Tim was plummeting forty feet headfirst onto the deck. Cracked his skull open like an eggshell and his evil eye came rolling out.

This was Ding Dong Bell’s chance.  He darted out from a corner and grabbed up the eye. When he saw the mate running toward us, he popped the eye into his mouth to hide it from the mate. In less than a minute, ol’ Ding Dong Bell started shivering and fell dead on the deck, right beside poor Jarge.  He’d accidentally bit into the eye and swallowed the poison hidden inside.

What with Jarge and Ding Dong both being dead, I figured maybe there was something in that evil eye business after all, and I was real glad it was gone.